วัฒนธรรมปลาร้านั้น เดิมเป็นของชาวมอญและเขมร ประเทศที่กินปลาร้าย่อมหมายถึงเคยเป็นทางผ่านของอารยธรรมทั้งสองนี้ และเรากินปลาร้ากันมาแต่โบราณ ในประเทศไทยอย่างช้าที่สุด ก็ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฎในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ (Du Royaume de Siam) มีตอนหนึ่งได้กล่าวถึงการทำปลาร้าในสยามแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมปลาร้าน้ันมีมานานแล้ว
ปลาร้าได้จากการหมักปลากับเกลือ ข้าวคั่ว และรำข้าว นิยมนำปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาชะโด ปลาดุก ปลานิล ปลากระดี่ และปลาสร้อยมาหมัก ลาวเรียกว่า “ปาแดก” ปลาร้าเขมร คือ “ปราฮ็อก” ฟิลิปปินส์เรียกว่า “บากูง” เวียดนามเรียกว่า “มั้ม” มาเลเซีย เรียกว่า “เปกาซัม” อินโดนีเซียเรียกว่า “บากาแซ็ง” พม่าเรียกว่า “งาปิ”
ที่มา หนังสือโอชาอาเซียน รู้จักเพื่อนบ้านผ่าน 45 อาหารจานเด็ดแห่งครัวอาเซียน
MOST POPULAR
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ กำลังถูกยกระดับจากมาตรการรณรงค์ “งดเผา” ไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้เกษตรกรเห็นผลตอบแทนเป็นรูปธรรม ผ่านการเปลี่ยนฟางข้าว ตอซัง และเศษวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้า พลังงานทดแทน และรายได้ใหม่ของชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เดินหน้าโครงการ “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ปักหมุดจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ขยายผล พร้อมทำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากภาคเอกชนแล้วกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ ARDA ใช้งานวิจัยเปลี่ยนฟางข้าวเป็นชีวมวลอัดเม็ด ลดพื้นที่เผากว่า 2,000 ไร่ เพิ่มรายได้สุทธิเกษตรกรสูงสุด 49% และเชื่อมต่อสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด “ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการเชียงราย เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวั
ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ พร้อมแปรรูปเพิ่มรายได้ในรูปแบบสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งขายตลาดจริงใจ ตลาดภายในชุมชน ตลาดพรีออร์เดอร์ กลุ่มไลน์ภายในชุมชน และเพจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน สร้างรายได้สุทธิ ในปีแรก 63,000 บาท และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียวแห่งนี้ เกิดจาก พี่แจ๊ส – คุณสมคิด น่วมศิริ สนใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จำหน่ายในชุมชน ต่อมาเป็นแกนนำรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางด้วน เข้าร่วมศึกษาวิจัยในโครงการสมุทรปราการโมเดล กับสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกษตรกรได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาในด้านการเกษตร จนต่อยอดการพัฒนาเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” ต่อมามีการขยายแปลงเพาะปลูก โดยพัฒนาพื้นที่ว่างใต้ทางด่วนเป็นพื้นที่ทำเกษตรแปลงรวมของกลุ่ม และพัฒนากระบวนการผลิตจนได้รับมาตรฐาน GAP ต้นแบบเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ มีสมาชิกผู้ปลูกผักเคล 15 คน ปลูกผักเคล
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและปลูกได้ดีในประเทศไทย ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ และปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรในหลายพื้นที่ปลูกเป็นอาชีพที่ทำเงิน พร้อมทั้งปลูกแบบอินทรีย์ นอกจากเป็นการผลิตที่มีความปลอดภัยแก่เกษตรกรเองแล้ว การปลูกในระบบอินทรีย์ยังช่วยให้ผลผลิตจำหน่ายได้ในราคาที่สูงตามไปด้วย คุณสันติภาพ จุลิวัลลี หรือ คุณอิ๊ เป็นเกษตรกรที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งในระบบอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในช่วงแรกยังไม่ได้เน้นในเรื่องของการทำแบบอินทรีย์มากนัก ต่อมาเมื่อรับรู้ถึงความต้องการของตลาดจึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการปลูกหน่อไม้ฝรั่งให้เป็นระบบอินทรีย์อย่างเต็มตัว นอกจากได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพส่งจำหน่ายให้กับตลาดแล้ว ยังส่งต่อองค์ความรู้ให้กับเพื่อนเกษตรกรท่านอื่นๆ จนเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งรวมกันผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มีคุณภาพส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จากหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวเป็นเกษตรกร ต่อยอดธุรกิจเกษตร ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ คุณอิ๊ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ซึ่งในระหว่างนั้นเกิดความคิดอยู่เสมอว่าอยากทำการเกษตรก่อนที่จะมีอายุ 30 ปี ต่อมา
