เทคนิคเกษตร
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ในด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเงิน การตลาด การใช้ชีวิต และอาชีพการงาน เพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ พวกเราทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์วิถีใหม่ (New Normal) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA หน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อช่วยยกระดับการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ก้าวเข้าสู่ระบบสมาร์ทฟาร์มอัจฉริยะ ช่วยให้การบริหารจัดการฟาร์มกลายเป็นเรื่องง่าย ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต รวมทั้งแก้ปัญหาการตลาดไปพร้อมกัน ตอบโจทย์ การเกษตรยุคใหม่ (Smart Farmer) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้น้ำใต้ดินผ่านเซรามิกรูพรุนสำหรับทุเรียนนอกฤดู การควบคุมระบบการให้น้ำ เป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญของการจัดการทุเรียนนอกฤดู ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมให้น้ำต้นทุเรียนบนดินผ่านระบบสปริงเกลอร์ ระบบพ่นฝอย ระบบน้ำหยด ซึ่งมักเกิดปัญหาการสูญเสียน้ำบนผิวดินในปริมาณมาก ทำให้ดินมีความหนาแน่นสูง แถมเกิดปัญหาท่อแตก ท่ออุดตัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการน้ำค่อนข้างสูง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูป
สังคมมนุษย์กับธรรมชาติ มีความผูกพันกัน เป็นความพึ่งพาอาศัย มนุษย์มีทั้งดูแลและทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติเอื้อประโยชน์และอาจจะทำร้ายมนุษย์บ้าง ทั้งสองต่างมีความผูกพัน มีสัมพันธภาพที่ดีและร้ายต่อกันเสมอมา สมัยก่อนมีความเชื่อเกี่ยวกับการกินผักจากธรรมชาติเป็นอาหาร เป็นความเชื่อที่มีเหตุมีผล เช่น ห้ามหญิงตั้งครรภ์กินผักแว่น จะทำให้รกพันคอเด็ก ปวดท้องนาน ที่น่าเป็นเหตุเป็นผลที่แท้จริง เพราะผักแว่นเป็นพืชที่ขึ้นตามแอ่งน้ำขัง นาข้าว ถ้านำมากินโดยไม่ทำความสะอาดอย่างดี กินกันเป็นผักสดจะทำให้ท้องเสีย เพราะมีเชื้อโรค พยาธิหรือไข่พยาธิแฝงอยู่ ติดเข้าไปในท้องคนเรา มีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วย ปวดท้อง แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์ ก็พึงระวัง เอ่ยถึง “ผักแว่น” หลายคนคงรู้จัก เช่นเดียวกับหลายคนที่ไม่รู้จัก ในยุคสมัยนี้ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง ตามท้องไร่ท้องนาที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ ที่ว่าค่อนข้างบริสุทธิ์ เพราะว่าทุกพื้นที่ ทุกหนแห่งเดี๋ยวนี้มักจะมีอันตราย มีสารพิษแอบแฝงเจือปนอยู่ไม่มากก็น้อย น้ำบางแห่งในไร่นา ไม่อยากวักมาล้างหน้าล้างมือเลย สงสารก็แต่ปู ปลาซิว กุ้งฝอย หอยที่อยู่แถวนั้น อยู่กันไม่ได้ แต่ผักพืชน้
ต้นกก เป็นวัชพืชชนิดหนึ่งเจริญเติบโตเป็นกอ มีลำต้นใต้ดินและเหนือดินเป็นก้านกลมแข็ง สูงกว่า 2 เมตร ในอดีตปู่ย่าตายายนำต้นกกมาทอเป็นเสื่อใช้ปูนั่งนอนในครัวเรือนหรือเป็นของฝาก วันนี้ลูกหลานชาวตำบลท่าดินดำ ที่ลพบุรี ได้ต่อยอดการทอเสื่อกกในเชิงธุรกิจ เพื่อฟื้นฟูแนวคิดและภูมิปัญญาบรรพบุรุษ เพื่อใช้เวลาว่างสู้กับภัยแล้งด้วยการทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้ครัวเรือนมีความมั่นคงในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่แปรปรวน เป็นแนวคิดที่น่าสนใจวันนี้ จึงนำเรื่อง ทอเสื่อกก ฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น เสริมรายได้ครัวเรือน มาบอกเล่าสู่กัน คุณแสนพลอย พรมหหนองแสน เกษตรอำเภอชัยบาดาล เล่าให้ฟังว่า ตำบลท่าดินดำมีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินดำบางส่วนเป็นดินแดงปนหิน วิถีเกษตรจะอาศัยน้ำจากน้ำฝน จากแหล่งน้ำธรรมชาติและใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นแต่มีขนาดเล็ก เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำจึงไม่ค่อยพอใช้ การพัฒนาด้านเกษตรได้สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชหลากหลาย ได้แก่ ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อยหรือพืชผัก ทำการปศุสัตว์หลายชนิด ได้แก่ เลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงสุกร เลี้ยงโคเนื้อ เลี้ยงวัวนม เลี้ยงกบหรือจิ้งหรีด
“มะตาด” เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้น ที่คนไทยเชื้อสายมอญต่างรู้จักกันมาเนิ่นนาน สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่บางคน เรียกลูกมะตาดว่า แอปเปิ้ลมอญ เพราะผลสวยและมีรสเปรี้ยวๆคล้ายแอปเปิ้ลฝรั่ง จนเรียกกันติดปากว่า “มะตาด คือ แอปเปิ้ลมอญ ” นั่นเอง เนื่องจาก ต้นมะตาด มักจะให้ผลผลิตในช่วงปลายปี ระหว่างเดือน สิงหาคม – ตุลาคม ดังนั้น ชาวไทยเชื้อสายมอญจึงนิยมแกงมะตาดเป็นอาหาร เรียกว่า 1 ปี ได้กินแกงมะตาดกันหนเดียว มะตาด (matat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia indica Linn. สามารถพบตามภาคต่างๆ ของไทย ภาคเหนือ พบที่เชียงใหม่ เรียกว่า ส้านป้าว อีสาน พบที่สุรินทร์ ภาคกลางพบในจังหวัดปทุมธานี กาญจนบุรี และปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ภาคใต้ พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพังงา เรียกว่า แส้น นอกจากนี้ มะตาด ยังมีชื่อเรียกตามพื้นเมืองว่า ส้านกวาง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้มปรุ และชื่อทั่วๆ ไป เรียกว่าส้าน มะตาดเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในป่าดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อนใกล้แม่น้ำ ป่าพรุ ในภาคใต้ของไทยนอกจากนี้ ยังการกระจายตัวของต้นมะตาด อยู่ในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ยูนนาน คาบสมุทรมาลายู ลาว เวียดนาม กัมพูชา ชวา
ลักษณะทางสังคมการหากินหาอยู่ของหมู่บ้านจัดสรรชานพระนครส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มักบีบบังคับให้คนต้องซื้ออาหารจากร้าน หรือถ้าจะปรุงรับประทานเอง ก็ต้องซื้อจากตลาดสดตอนเช้าและเย็น หรืออาศัย “รถพุ่มพวง” ที่วิ่งเข้าออกถึงหน้าบ้านตลอดทั้งวันนะครับ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบนี้ ดูเผินๆ ก็แทบว่าไม่มีทางเลือกมากนัก บางครั้งก็เหมือนเป็นเรื่องตลกขบขันไปเลย ถ้าจะคิดถึงอาหารที่ค่อนข้างปลอดภัย หรือแม้แต่โอกาสในวิถีทางอื่นๆ ที่ดีกว่า แต่หากเราลองสังเกตสักหน่อย ไม่แน่นักว่า ทางเลือกอาจมีอยู่ เพียงแต่เราไม่เคยมองเห็นมาก่อน อย่างเช่น กรณีตลาดสดหมู่บ้านสุขสันต์ 5 – 6 ถนนวงแหวนบางแค กรุงเทพฯ ที่ผมอาศัยอยู่ทุกวันนี้นะครับ คืออยู่ๆ ผมก็เริ่มเห็นว่า มีชาวบ้านหลายรายตั้งโต๊ะเล็กๆ ตามมุมตลาดสด ขายพืชผัก ที่ทั้งชนิดและหน้าตาดูไม่เหมือนผักตลาดทั่วๆ ไป เช่นว่ามีดอกอัญชัน บวบเหลี่ยม ผักโขมใบม่วง กะเพรา บางทีก็มีดอกพุด ดอกรัก จำปี และต้นเตยเล็กๆ ที่คนใช้ไหว้พระด้วย ซึ่งถึงจะแอบคิดว่า คงไม่ใช่ “ของตลาด” แน่ๆ แต่ผมก็ไม่เคยออกปากสอบถามพวกเขาถึงที่มาที่ไปเลยสักครั้ง ที่จริงผมก็รู้อยู่ว่า หมู่บ้านสุขสันต์โครงการต่างๆ นี้ ล้
หลายคนที่มีสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน มักรู้สึกห่วงกังวลว่า ไปทำงานต่างจังหวัด ใครจะหาอาหารให้สัตว์เลี้ยงแสนรัก ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณลงมือผลิตเครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติด้วยตัวคุณเอง ตามคำแนะของ “คุณทอม นิวบอร์น” ที่ใช้งานได้เจ๋งจริง ลองนำไปทำใช้กันดู คุณทอม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ (Feeder) สำหรับให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 50 บาท ขึ้นกับชนิดและปริมาณของสัตว์เลี้ยง ใช้ได้ทั้ง เป็ด ไก่ สุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมครับ ขนาดของ feeder ปรับตามชนิดและปริมาณของสัตว์ครับ ลองทำกันดู ง่ายๆ ไม่ต้องคอยให้อาหารบ่อยๆ หากใครสนใจทำอุปกรณ์ชนิดนี้ เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ ประกอบด้วย 1. ถังขนาด 20 ลิตร พร้อมฝา หรือขนาดที่เหมาะสมกับสัตว์ 2. ขวดพลาสติก หรือวัสดุอื่นก็ได้ 3. ปืนกาวและกาวแท่ง วิธีทำ 1. เจาะถังรูปสี่เหลี่ยมหรือกลมก็ได้ ขนาด 1×2 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 2. ผ่าขวด แนวตั้งให้ได้ค่อนขวด สูง 4 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 3. เจาะรูขนาดเล็กที่ก้นขวด เพื่อไม่ให้น้ำขัง 4. ติดขวดเข้ากับถังด้วยปืนกาว รอให้กาวเย็นก็นำไปใช้งานได้
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอ สุขภาพกาย สุขภาพใจยังแข็งแรงกันอยู่ใช่ไหมครับ ท่องไว้นะครับ กินร้อน ช้อนเรา เข้าบ้าน จะออกไปไหนก็สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ล้างมือ ใช้แอลกอฮอล์ เรื่องราวแบบนี้หากทำประจำ ก็จะชินจนเป็นอัตโนมัติ ไม่มีใครตอบได้ว่า เราจะอยู่กับบรรยากาศเช่นนี้ไปอีกนานเท่าใด แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องช่วยกันเองด้วย ช่วยตัวเรา ช่วยสังคมชุมชนของเรา ในยุคโควิด-19 ย่างกรายเข้ามา จนเป็นส่วนหนึ่งในสังคมโลกในทุกวันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงหลากหลายสรรพสิ่ง บ้างก็ดีขึ้น บ้างก็ละเลยจนหายไป หลายอาชีพจำต้องปลดระวาง หลายอาชีพเกิดใหม่ แต่ทุกอย่างล้วนเป็นไปในแบบปรับตัวและพัฒนาสู่สิ่งที่ดีกว่า โลกได้พักบ้าง จากการถูกย่ำยีทุกวันด้วยสารพัดสารเคมีที่มนุษย์กระทำต่อโลก ในวันนี้เราจึงได้เห็นสัตว์ป่าเริ่มมีเสรีภาพในการเดินไปทั่วป่า หรือทะเลที่สงบ สะอาด และเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำมามากมาย การกอบโกยโดยทำลายในสิ่งที่มี ได้สร้างปัญหาต่อเนื่องมาจนต้องหาทางแก้ไข ผมได้รู้จักกับชาวประมงคนหนึ่ง ผู้มีชื่อว่า จิรศักดิ์ มีฤทธิ์ (เบอร์โทร. 062-839-3236) ที่ตั้งแต่เกิดก็ได้กลิ่นไอเค็มข
ช่วงสถานการณ์เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดทั่วประเทศไทย การทำความสะอาดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อน-หลังทำกิจกรรมต่างๆ เป็นแนวทางปฏิบัติที่เคร่งครัด นอกเหนือจากวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากาก โดยเฉพาะบริเวณด่านจุดคัดกรองที่จะเข้าจังหวัด หรือการเดินทางติดต่อกับสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่จุดคัดกรองจะมีเจ้าหน้าที่กดบริการเจลแอลกอฮอล์หรืออาจจะตั้งไว้ให้บริการตัวเอง ทว่าที่หน่วยจุดคัดกรองบ้านคลองลึก ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด พบว่ามีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ใช้เท้ากดบริการตัวเอง เป็นนวัตกรรมง่ายๆ แบบ DIY (DO IT YOURSELE) คิดออกแบบเครื่องใช้ใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ใช้สอยเป็นจุดสำคัญ ใช้วัสดุที่หาได้ง่ายเน้นการประหยัดและประดิษฐ์ด้วยฝีมือตัวเอง ทำให้ไม่ต้องวางขวดเจลไว้หรือให้เจ้าหน้าที่ให้บริการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คุณสัญชัย ฉิมพลี ผู้อำนวยการสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด วัย 51 ปี เจ้าของไอเดียบรรเจิด ที่กดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือด้วยเท้า จากท่อพีวีซี เล่าให้ฟังว่า ส่วนใหญ่ที่พบจะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือวางไว้ให้กดใช้ล้างกันเองผ่านการ
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจักสานต้นคลุ้มบ้านวังตง จัดตั้งเมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม 2555 สมาชิกเริ่มจัดตั้งมี 90 คน สมาชิกปัจจุบัน 65 คน (เฉลี่ยอายุ 45 ปี) ประธานกลุ่ม นางสาวอรุณี เกาะกลาง อายุ 43 ปี ที่ทําการกลุ่ม เลขที่ 3 หมู่ที่ 4ตําบลนาทอน อําเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพทําสวนยางพารา เมื่อปี พ.ศ. 2555 ราคายางพาราตกต่ำ ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกชุกตลอดปี ไม่สามารถกรีดยางได้ทุกวัน ทําให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงได้รวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน เพื่อให้สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข มีอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยการทํากิจกรรมจักสานต้นคลุ้ม เนื่องจากต้นคลุ้มเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นซึ่งพบมากในสวนยางพารา ประกอบกับมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และสมาชิกในครอบครัวสามารถทําได้ทุกคน เมื่อยามว่างจากงานในสวนไร่นา งานประจํา หรือหลังจากเลิกเรียน (ฝาชี 1 ใบ สร้างงานได้ 5 คน) และจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจักสานต้นคลุ้มบ้านวังตง” ปัจจุบัน กิจกรรมจักสานต้
มะพร้าวเป็นพืชยืนต้นที่มีอายุนานนับร้อยปี หรือเป็นพืชบรรพบุรุษที่เป็นมรดกทั้งต้นมะพร้าวและพื้นที่ที่ส่งต่อรุ่นลูก รุ่นหลาน นอกจากนั้นมะพร้าวยังได้รับการขนานนามว่า เป็นพืชแห่งชีวิต (Tree for life) เป็นพืชสารพัดประโยชน์จากทุกส่วนของต้น เป็นที่มาของปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย มาตั้งแต่โบราณกาล ประโยชน์ของมะพร้าวจากส่วนต่างๆ มีดังนี้ 1. รากมะพร้าว ลักษณะเป็นเส้นยาว เหนียว ใช้สานเป็นตะกร้าและสิ่งประดิษฐ์ทั่วไป 2. ลำต้น ต้นที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะโค่นนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ พาน จาน ช้อน ทัพพี ใบมะพร้าว นำมาจักสานทำกระเช้า ชะลอม ห่อขนม ก้านใบหรือทางมะพร้าว นำมาใช้ทำไม้กวาด กระจาด ยอดอ่อนหรือหัวใจมะพร้าว นำมาทำเป็นอาหาร ช่อดอกหรือจั่นมะพร้าว เป็นที่หมายปองของผึ้งและแมลงต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารตลอดปีที่ดี ที่จะเป็นน้ำผึ้ง ทำให้มีการติดผลมะพร้าวเพิ่มขึ้น และน้ำตาลจากช่อดอกจะนำไปผลิตเป็นน้ำตาลสด น้ำตาลปึก น้ำตาลมะพร้าว เปลือกหรือกาบมะพร้าวสด ใช้เป็นวัสดุปลูกหรือแท่งปลูกกล้วยไม้ สำหรับกาบมะพร้าวแห้งมีความแข็งแรง คงทน ยืดหยุ่นมีสปริง นำมาใช้ทำเชือก พ
