เทคนิคเกษตร
ถ้าเราถามเพื่อนว่า “จะไปไหน” แล้วเพื่อนตอบว่า ไป “โหรดูจอ” ก็อย่าเพิ่งปวดหัว เพราะคิดไม่ออกว่า โหรดูจอ คืออะไร จริงๆ แล้วเพื่อนต้องการบอกว่า ไป “หอดูโจร” แต่ตอบเป็นคำผวน อาจคิดว่าตอบธรรมดาๆ มันง่ายเกินไป หอดูโจร สมัยเก่าก่อน ตลาดใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัดจำเป็นต้องมีไว้ป้องกันตนเอง อย่างท้องที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตลาดเก้าห้อง อำเภอบางปลาม้า ก็มีหอดูโจร แม้ปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ยังรักษาดูแลไว้เป็นอย่างดี กลายเป็นมรดกตกต่อให้ลูกหลาน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย ตลาดเก้าห้อง สร้างสมัยต้นรัชกาลที่ 5 ทำไม ต้องมีหอดูโจร คำตอบคือ ภูมิทัศน์ของบางปลาม้า บ้านของนักร้องเสียงดี เสรี รุ่งสว่าง คืบก็ท้องนาศอกก็ท้องนา และยังมีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน ฤดูแล้งท้องทุ่งโล่งกว้าง ใครไปใครมามองเห็นได้ในระยะไกล เจ้าพระคุณโจรถ้าจะมาปล้น ชาวบ้านเล่ากันว่า โจรก็มีสัจจะ เมื่อจะปล้นตลาดไหน ก็จะประกาศให้รู้ตัวก่อน ทำให้เกิดคำพูดว่า “เป็นโจรต้องมีสัจจะ” แต่เมื่อปล้นได้แล้ว ถ้าโจรชุมไหนเกิดโลภ แบ่งสมบัติไม่เท่ากัน หรือลำเอียงมากไป เกิดการหักหลังกันขึ้นมา ทำให้โจรฆ่าโจร อย่างนี้เรียกว่า “สัจจะไม่มีในหมู่โจร” หอดูโจร ล
ชื่ออื่น พิลังสา ว่านนางสัด ชื่อวงศ์ PRIMULACEAE ยาบำรุงสตรีของแหลมมลายู ในแถบภาคใต้นั้น เล่ากันว่า สมัยก่อนว่านนางตัดเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่ามาก เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยที่มีประจำเดือนขึ้นไป เพราะมีสรรพคุณในการปรับสมดุลเลือดลมในร่างกายให้ไหลเวียนดี บรรเทาอาการปวดและขับประจำเดือน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ป้องกันมะเร็ง ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศสำหรับสตรี เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป ทำให้คลอดง่าย ช่วยขับเลือดคั่งในสตรีหลังคลอดให้แห้งเร็ว ช่วยให้มดลูกกระชับเข้าอู่เร็ว และยังบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ดีอีกด้วย ในประเทศมาเลเซียมีการใช้สมุนไพรกาจิปฟาติมะฮฺในสรรพคุณสำหรับผู้หญิงเช่นเดียวกันกับภาคใต้ของไทย และยังนำไปใช้ในผู้ชายได้ด้วย เพื่อบำรุงกำลัง คลายเส้น และโรคข้อ ปัจจุบันมีการนำมาผสมเป็นอาหารเสริม เพื่อจำหน่ายในท้องตลาด ในรูปแคปซูลและกาแฟผสมสมุนไพร ว่านแห่งการชะลอวัยสตรี ว่านนางตัด มีรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า มีสารที่มีฤทธิ์เป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า ไฟโตเอสโตรเจนสูงมาก ช่วยลดอาการวัยทอง ลดการเสื่อมสลายของกระดูก และมีสารประกอบฟีโนลิกหลายชนิด จึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
แม้รายงานผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยล่าสุด ครั้งที่ 5 ในปี 2557 ด้วยการตรวจร่างกายของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จะยืนยันว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป รับประทานผัก-ผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐานสากล คือ 400 กรัม ต่อคน ต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 25.9 และดีขึ้นกว่าช่วงการสำรวจครั้งที่ 4 ในปี 2552 ที่มีเพียงร้อยละ 16.9 เท่านั้น แต่ นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 5 ได้เน้นย้ำว่า “ผัก” เป็นยาอายุวัฒนะ และร่างกายมนุษย์เป็นเซลล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ตายเร็วกว่าธรรมดา หรือเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง สารในผักที่ชื่อว่าแอนตี้ออกซิแดนต์จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์ตาย และป้องกันไม่ให้เสื่อมเร็วกว่าธรรมดา หรือเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้ “เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราจึงเชียร์ให้คนหันมารับประทานผักมากขึ้น” นพ.ปัญญา ย้ำชัด ซึ่งการดำเนินงานภายใต้แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ในกลุ่มแผนงานความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยในระบบอาหารนั้น สสส.ได้ให้การสนับสนุนเกษต
เมื่อวันที่ 29 กันยายน จากสถาณการณ์น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ประชาชนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเป็นปัญหาที่จะต้องเผชิญ เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ แต่สำหรับชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ใน ต.เขาแก้ว อ.สรรพยา จ.ชัยนาท สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ โดยพวกเขานำข่ายลงวางดักจับปลาที่จะมีค่อนข้างชุกชุมในหน้าน้ำหลากแบบนี้ โดยชาวบ้านบอกว่าปลาที่หาได้ในแถบนี้จะเป็นปลาหมอและปลากระดี่ จะมีปลาหลดปลาตะเพียนติดมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งปลาเหล่านี้เหมาะที่จะนำไปทำปลาร้าไว้รับประทานในหน้าแล้ง เพราะปลากขนาดเล็กอย่างปลากระดี่และปลาหมอ เมื่อแปรรูปเป็นปลาร้าแล้วจะมีรสชาติดีกว่าปลาชนิดอื่น และหากสามารถหาปลาได้มากชาวบ้านก็ยังมีรายได้จากการแบ่งปลาขายให้เพื่อนบ้านได้ด้วย ซึ่งชาวบ้านที่ออกหาปลาจะมากันเป็นกลุ่ม2-3ครอบครัวและจะปักหลักหาปลานอนค้างแรมกันในพื้นที่คราวละ2-3คืนเพื่อประหยัดค่าเดินทาง ซึ่ง1-2เดือนช่วงน้ำหลากถือว่าเป็นเวลาทองของพวกเขา ที่จะมีรายได้จากอาชีพเสริมแบบนี้ ที่มา : มติชนออนไลน์
มฟล.เปิดตัว ‘เจ้าคุณวัน’ งานวิจัยต่อยอดเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย พร้อมประกาศจัดตั้งโครงการศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงคุณประโยชน์สมุนไพรไทย จึงทำการศึกษาวิจัยสมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มจนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ด้วยแนวคิด ‘The Power of Nature’ ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘เจ้าคุณวัน’ จำนวน 11 ชนิด ได้แก่ เจลกากเมล็ดชา ขี้ผึ้งเสลดพังพอน ขมิ้นชัน ยาเขียวหอม ฟ้าทะลายโจร เม็ดอมอดบุหรี่โปร่งฟ้า ยาธาตุบรรจบ และยาหอมเนาวโกฐ โดยผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เป็นไฮไลต์ คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรมะแขว่น ซึ่งเป็นสมุนไพรในกลุ่มเครื่องเทศ ที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม พบมากในแถบพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ทีมนักวิจัย มฟล.ได้ค้นพบว่า ผลมะแขว่นมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการอักเสบของร่างกาย และบรรเทาอาการปวดได้ และการสูดดมน้ำมันมะแขว่น มีผลต่อการเพิ่มค่าความดันโลหิตและช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น จึงนำมาพัฒนาในรูปแบบผลิตภัณฑ์สมุน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpuslakoocha Roxb. ชื่อวงศ์ Moraceae ชื่อสามัญ Lakoocha ชื่ออื่นๆ ขนุนป่า กาแย ตาแปง ตาแป มะหาดใบใหญ่ หาด หาดหนุน ข้อยเป็นหนุ่มอีสาน ร่างสูงใหญ่ ทรงพุ่มทึบ หนา ผิวเปลือกขรุขระ แล้วยังมียางไหลซึมออกมาติดเปลือกต้น ดอก เป็นช่อกลมเล็กๆ มีผล เพาะเมล็ดขยายพันธุ์ได้ กระจายตัวในป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ได้ถึง 1,300 เมตร ทุกคนจึงรู้จักกันว่า เป็นพืชสมุนไพรยืนต้นที่มีเนื้อไม้แข็งแกร่งมาก ชื่อของข้อยแปลกอยู่ที่หลายคนชอบเติมชื่อให้เป็นหนุ่มชาววัง ว่าเป็น “มะหาดเล็ก” เพราะมีอีกชื่อว่า มะหาดใบใหญ่ ทั้งๆ ที่ข้อยชื่อว่า “มะหาด” เฉยๆ แต่มีชื่อที่ข้อยชอบตัวเองมากคือ “หาดหนุน” ก็เลยนึกไปถึงอำเภอหาดใหญ่ แต่จริงๆ แล้ว ข้อยดังอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมืองที่มีคำขวัญประจำจังหวัดมีความหมายทุกคำว่า “เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไท ผ้าไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี” และข้อยภูมิใจมากที่ได้เป็นต้นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดกาฬสินธุ์นี้ ก็ขอคุยอีกสักนิดว่า โปงลางก็ดัง ผ้าไหมแพรวาก็มีชื่อ เขื่อนลำปาวก็เป็นเขื่อนดินที่ยาวที
หน้าหน่อไม้กำลังจะผ่านไป แต่กว่าจะถึงเวลานั้น คอหน่อไม้คงได้เสาะหาเสาะกินหน่อไม้สดต้มจิ้มน้ำพริก ผัดไข่ แกงจืด ต้มเค็มหวานกันมาแล้วจนเปรมปรีดิ์ และแน่นอนว่า หลายคนคงดองใส่โหลเก็บเอาไว้กินไม่น้อย หน่อไม้ดองมีหลายแบบ สมัยเด็กๆ ผมก็นึกว่าคงมีแต่แบบฝานเป็นชิ้นแบนๆ ดองน้ำเกลือและน้ำซาวข้าว เอามาแกงส้มกับปลาช่อนนาเนื้อแน่นที่มีไข่เต็มท้อง แบบว่าไข่ลอยเป็นแพเต็มหม้อ แต่ครั้นภายหลังก็พบว่า แบบสับซอยละเอียดแล้วดองโดยไม่ต้องใส่น้ำซาวข้าวก็รสชาติดี จะลองหั่นชิ้นหนาๆ ไปเลยก็เคี้ยวกรุบกรอบไม่เลว ไหนจะวิธีดองจืด หรือ “หน่อมัน” แบบที่คนเชียงรายชอบทำ ก็อร่อยมากๆ จะแอบเล่าว่า เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ตอนที่ผมยังทำกับข้าวได้ไม่อยู่มือเท่าไหร่ ได้ลองทำสำรับหน่อไม้หม้อหนึ่งเป็นครั้งแรก คือ แกงคั่วเนื้อหน่อไม้เปรี้ยว เรื่องของเรื่องคือต้องไปทำกินที่บ้านเพื่อนน่ะครับ โดยที่พ่อแม่เขาอยู่บ้านกันครบ แถมแม่ของเพื่อนคนนี้ยังขายข้าวแกงด้วยสิ โชคดีที่ผมประสบความสำเร็จ พ่อเขาเอ่ยปากว่า “แบบนี้ ทำขายได้เลยนะ” มันช่างเป็นคำชมที่มีค่ามากในเวลานั้น ท่ามกลางเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผมเลยทีเดียว ถ้าวันนี้ใครจะลองทำกินดู ก็ต
วันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นวันแรกสถาปนาของ “ตลาดวิถีธรรมชาติ” โดยภาคีเครือข่ายในพื้นที่ราชบุรี ภายใต้ชื่อ “กลุ่มเกษตรกรตามรอยพ่อ” บนพื้นที่ว่าง ยาวประมาณ 100 เมตร ริมรั้วทิศเหนือ ด้านนอกสนามกีฬากลางราชบุรี (ซอยร้านอาหารต้อย) อำเภอเมืองราชบุรีครับ ในเต๊นท์เล็กนับสิบหลังที่ตั้งเรียงรายริมทางเท้า เป็นที่ตั้งจำหน่ายสินค้าทั้งวัตถุดิบและแปรรูปของชุมชนที่ทำเกษตรอินทรีย์ เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. โดยมีแม่งานหลักที่สำคัญ คือกลุ่มหมูหลุมอินทรีย์ บ้านดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี ของ คุณสุพจน์ สิงห์โตศรี เครือข่ายอื่นๆ ก็เช่น ไร่ภูเพชร บ้านดอนตะโก, วิสาหกิจชุมชน บ้านไร่มะม่วง ตำบลคูบัว, สวนเกษตรสีเขียว ตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก, กลุ่มรักชุมชนเพาะเลี้ยงเห็ด บ้านบางป่า อำเภอเมือง, กลุ่มเกษตรอินทรีย์ร่มเย็นราชบุรี อำเภอโพธาราม, วิสาหกิจชุมชน บ้านเขาแร้ง ที่มาขายผลไม้สด ผักปลอดสารพิษ ข้าวสาร พริกแกง ขนม และอาหารสำรับโบราณ อย่าง ขนมตาล หมี่กรอบ กล้วยตาก แหนมเห็ด และเห็ดหยองปรุงรส เนื่องจากเป็น “ครั้งแรก” ทั้งจำนวนผู้ขาย ผู้ซื้อ และสินค้าจึงยังไม่มากมายนัก ได้แต่หวังว่า ครั้งต่อๆ ไป ซึ่งจะย
จานเด็ดวันนี้ “เมธี เมืองแก้ว” ข่าวสด-ตรัง แนะนำขนมอร่อยที่อยู่คู่เมืองตรังมานานนับร้อยปีแล้ว คือ “ขนมปอดควาย” หรือ “ขนมฝามีจีน” หรือ “ขนมกระทะโบราณ” สูตรของ “ประนูญ เหล่าตระกูล” หรือ “โกนูญ” วัย 59 ปี หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครตรัง โกนูญสืบทอดอาชีพการทำขนมพื้นบ้านต้นตำรับรายแรกของ จ.ตรัง และของภาคใต้ นับตั้งแต่รุ่นก๋งที่อพยพมาจากเมืองจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชาวจีนเรียกกันว่า “ขนมปันเจียงโกย” มีลักษณะคล้ายๆ ขนมถังแตก ขายดิบขายดีมากสืบทอดมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ส่วนผสมมีแป้งข้าวเจ้าที่ต้องโม่เองเท่านั้นหมักทิ้งไว้ราว 10 นาที ก่อนนำไปทอด เพื่อให้เนื้อขนมออกมาไม่แข็ง ไม่นิ่มเกินไป โดยใช้เตาแก๊สควบคุมความร้อน ในส่วนของไส้โบราณ 100 ปี คือ ไส้ถั่วกับงา ที่คั่วเองแบบหอมกรุ่น และพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 2 ไส้ ได้แก่ ไส้มะพร้าว จากมะพร้าวลูกสดๆ และไส้สังขยา มีส่วนผสมของกะทิกับน้ำตาลเป็นหลักหอมรสชาติหวานมันเค็มแบบพอดี แม้ปัจจุบันจะมีการทำขนมปอดควายขายในหลายพื้นที่ของ จ.ตรัง และขยายไปในหลายจังหวัดภาคใต้ แต่คุณภาพหรือรสชาติยังสู้ต้นตำรับของครอบครัว “เหล่าตระกูล” ไม่
ไอเดียสุดเจ๋ง!!! อภัยภูเบศร นำท่าฤๅษีดัดตน มาฝึกให้กับคนป่วยนอก ระหว่างรอคิวพบแพทย์ ที่มีมากวันละกว่า 2,000 คน เพื่อลดความเครียด สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ดีที่บ้าน เมื่อวันที่ 22 กันยายน นพ.พนม สุทธิรัตน์ รอง ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากที่ในแต่ละวัน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งนำร่องในการรักษาด้านการแพทย์แผนไทย ในการนำการนวด, ประคบ, การอบสมุนไพรทั้งอาหาร, เวชภัณฑ์มาใช้ในการดูสุขภาพ พบว่าแต่ละวันมีคนไข้-ญาติ รอคิวพบแพทย์เพื่อรักษาโรคจำนวนมากวันละกว่า 2,000 คน จึงมีแนวคิดนำแนวทางการแพทย์แผนไทยจัดกิจกรรม นำท่าฤๅษีดัดตน มาให้ผู้ป่วยหรือญาติที่นั่งรอคิวพบแพทย์ได้ร่วมบริหารร่างกาย โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทยเป็นผู้สาธิตและเชิญชวนให้ปฏิบัติตาม เพื่อลดความเครียดกับผู้ป่วยที่รอคิวตรวจนานดังกล่าว การให้ความรู้แก่ผู้รอรับบริการ ด้วยการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตนนี้ดำเนินการในทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในช่วงเวลาเช้าและบ่าย นับเป็นการส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพได้ดีทางหนึ่ง รวมถึงทำให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเพิ่มมากขึ้น ลดภาวะความเครียดจากการรอคอย และสามารถพึ่งตนเองให
