Featured เกษตรยั่งยืน

“A.S. FARM” โป่งน้ำร้อน จันทบุรี เสียหายทะลุหลักล้าน หลังเจอช้างป่าบุกสวนผลไม้ 5 ปีซ้อน

สภาพอากาศที่แปรปรวน ภัยแล้งที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอดและอาหารในป่าไม่เพียงพอ ทำให้ช้างป่าในเขตป่าอนุรักษ์ภาคตะวันออกบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ อบต.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้บินโดรนสำรวจพบว่ามีโขลงช้างป่า 40 เชือกลงมาหากินในพื้นที่เกษตร และสวนผลไม้ของเกษตรกร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมาก โดยเฉพาะ สวน เอ เอส ฟาร์ม (A.S. Farm) เจอปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คิดมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

คุณเนตรนิล ศิริภัทร เจ้าของสวน เอ เอส ฟาร์ม (A.S. Farm) อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ครอบครัวของเรามาทำสวนผลไม้ บนเนื้อที่ 300 ไร่ ในตำบลโป่งน้ำร้อนตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ผลไม้หลักของสวนคือ มะม่วงมหาชนก ทุเรียน มะละกอฮาวาย สับปะรดภูชวา ฯลฯ ไม่เคยเจอปัญหาช้างป่าบุกรุกสวนมาก่อน จนกระทั่งเมื่อ 5-6 ปีก่อน เริ่มมีโขลงช้างป่าจำนวนมากได้ลงมาหากินในสวน ช่วงฤดูผลไม้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนักมาก

ในช่วงฤดูผลไม้ ช้างป่าบุกสวน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อยู่ยาวไปเรื่อยๆ จนกว่าทุกอย่างที่นี่จะหมด ช้างป่าถึงจะย้ายออกจากพื้นที่ ความเสียหายนี้ไม่ใช่น้อยๆ แต่ละปีสวนของเราเสียหาย 2-3 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรรายย่อยอีกหลายรายที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่า หมดอาชีพ ขาดรายได้ ต้องทิ้งสวน ไปหางานทำในเมืองแทน

“ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการจ่ายเงินเยียวยาชาวบ้านผู้ประสบภัยซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ การแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ต้องเน้นการบริหารจัดการเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เช่น การทำหมันช้างเพื่อควบคุมประชากรอย่างเหมาะสม ผลักดันช้างกลับคืนถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ โดยสร้างแนวป้องกัน เช่น รั้วไฟฟ้า ปลูกพืชแนวกันชน สร้างแหล่งอาหารและน้ำในป่า เพื่อลดการออกมาหากินนอกพื้นที่”


 คุณเนตรนิลกล่าวว่า ที่ผ่านมา สวนของเราพยายามช่วยเหลือตัวเอง โดยใช้เงินลงทุนกว่า 2 ล้านบาทติดตั้งรั้วไฟฟ้ามาตรฐานจากประเทศนิวซีแลนด์เพื่อล้อมพื้นที่ 400 ไร่ ตลอดแถวสวน 3.5 กิโลเมตร สามารถป้องกันการบุกรุกของช้างป่าได้ 90% แต่ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าที่ฉลาดและปรับตัวเก่งมาก ใช้งวงถอนต้นไม้ใหญ่มาวางทับรั้วไฟฟ้า จนเสารั้วล้มและใช้ไม้ซุงเป็นสะพานข้ามเข้ามาหากินในสวน ปริมาณไม้ซุงที่ช้างนำใช้ น่าจะสร้างบ้านได้สัก 2 หลัง ทุกวันนี้ เราพยายามปรับปรุงแนวรั้วให้แข็งแรงมากขึ้นเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว

“ปีนี้ อบต บินโดรนสำรวจพบว่า มีช้างป่า 40 เชือก ที่บุกรุกในพื้นที่ทำกินของเกษตรกรในพื้นที่โป่งน้ำร้อน โดยเข้ามาหากินในพื้นที่เอ เอส ฟาร์ม 30 เชือก ก็ได้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยขับไล่ช้างป่าออกจากสวนของเรา ที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามใช้นโยบาย “คนกับช้างอยู่ด้วยกัน” ในความเป็นจริง มันทำไม่ได้หรอก เพราะช้างเป็นสัตว์ที่กินล้างกินผลาญ เรามีพื้นที่ปลูกสับปะรด 50 ไร่ แต่ไม่ได้ขายแม้แต่ลูกเดียว เพราะถูกช้างป่าทำลายหมด มะพร้าวที่ปลูกไว้ 100 กว่าต้นก็ไม่เหลือ เพราะช้างป่าหักยอดมะพร้าวกินหมด

ภาพจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

“สวนของเราเคยมีสัตว์ป่าเข้ามาหากินในสวน เช่น หมูป่า ลิง ฯลฯ สัตว์ป่าพวกนี้ กัดกินผลไม้เป็นลูกโดยไม่ทำลายต้นไม้ของเรา หมูป่าถือเป็นตัวทำความสะอาดในสวนโดยกัดกินมะม่วงที่ร่วงหล่นบนพื้นและถ่ายมูลเป็นปุ๋ยบำรุงดิน แต่วงจรชีวิตสัตว์ป่าเหล่านี้ หายไปหมดหลังจากช้างป่าเข้ามา เสือดาวก็เคยมากินในสวนของเรา แต่ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ช้างป่าไม่ใช่ เขาโค่นทำลายต้นไม้ไม่เหลือเลย ช้างป่าเป็นปัญหาที่น่ากลัวมาก และเราแก้ไขอะไรไม่ได้เลยเพราะช้างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง  

คุณเนตรนิลกล่าวว่า ความช่วยเหลือจากภาครัฐในวันนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาปลายทาง แค่ให้เกษตรกรถ่ายรูปความเสียหายเพื่อเป็นหลักฐานไปยื่น อบต. เพื่อขอเงินชดเชยความเสียหาย ซึ่งเราได้เงินชดเชยครั้งละ 8,000 บาทหรือ 20,000 บาท อย่างไรก็ไม่คุ้มค่า มะม่วงมหาชนกที่เตรียมเก็บผลผลิตส่งออก เจอช้างป่าหักโค่น ผลผลิตเสียหาย จนต้องยกเลิกการจองสายการบิน ทำให้สูญเสียรายได้จากการส่งออกมะม่วง ปีละ 4-5 ล้านบาท

“สิ่งที่เราอยากได้จริงๆ คือ การแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง ช้างป่าไม่ใช่ทรัพย์สินของประชาชน แต่เป็นทรัพยากรของชาติ ภาครัฐต้องช่วยดูแลตรงนี้ ไม่ใช่ให้ช้างป่ามาหากินเองในพื้นที่ของเกษตรกร เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นรูปธรรม ควรสร้างแนวป้องกัน เช่น รั้วไฟฟ้า ปลูกพืชแนวกันชน สร้างแหล่งอาหารและน้ำในป่า เพื่อลดการออกมาหากินนอกพื้นที่” คุณเนตรนิล กล่าว

Related Posts