ภัยแล้ง
สภาพอากาศที่แปรปรวน ภัยแล้งที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอดและอาหารในป่าไม่เพียงพอ ทำให้ช้างป่าในเขตป่าอนุรักษ์ภาคตะวันออกบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ อบต.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้บินโดรนสำรวจพบว่ามีโขลงช้างป่า 40 เชือกลงมาหากินในพื้นที่เกษตร และสวนผลไม้ของเกษตรกร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมาก โดยเฉพาะ สวน เอ เอส ฟาร์ม (A.S. Farm) เจอปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คิดมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท คุณเนตรนิล ศิริภัทร เจ้าของสวน เอ เอส ฟาร์ม (A.S. Farm) อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ครอบครัวของเรามาทำสวนผลไม้ บนเนื้อที่ 300 ไร่ ในตำบลโป่งน้ำร้อนตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ผลไม้หลักของสวนคือ มะม่วงมหาชนก ทุเรียน มะละกอฮาวาย สับปะรดภูชวา ฯลฯ ไม่เคยเจอปัญหาช้างป่าบุกรุกสวนมาก่อน จนกระทั่งเมื่อ 5-6 ปีก่อน เริ่มมีโขลงช้างป่าจำนวนมากได้ลงมาหากินในสวน ช่วงฤดูผลไม้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนักมาก ในช่วงฤดูผลไม้ ช้างป่าบุกสวน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อยู่ยาวไปเรื่อยๆ จนกว่าทุกอย่
ในปี 2569 ประเทศไทยเสี่ยงเผชิญภาวะฝนน้อย จากสภาวะเอลนีโญ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2569 และอาจต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี ในช่วงต้นฤดูฝน (ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) กรมชลประทานคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคตะวันออก อาจต่ำกว่า 50% ของความจุเก็บกักรวม ส่วนเขื่อนแม่มอก เขื่อนคลองสียัด และเขื่อนวชิราลงกรณ มีแนวโน้มลดลงจนต่ำกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำต่ำสุด ทั้งนี้เพื่อรองรับสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนสูงซึ่งยากต่อการคาดการณ์ และเก็บสำรองปริมาณน้ำต้นทุนให้มากที่สุด พร้อมรับมือกับวิกฤตเอลนีโญในอนาคต สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการข้อมูลโดยคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 6 เดือนประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ และคาดการณ์น้ำไหลลงอ่างฯ ใช้บริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะโฆษก สทนช. เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม2569 ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกรกฎาคม2570 จึงปรับแผ
จากกรณีที่มีกระแสข่าวทางสื่อออนไลน์ว่า สวนส้มโอในพื้นที่ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแห้งแล้งจนยืนต้นตายเป็นวงกว้างนั้น นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ไม่มีส้มโอยืนต้นตายเป็นวงกว้างตามที่เป็นข่าว นางอัญชลี เปิดเผยว่า สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ สภาพอากาศที่แห้งแล้ง อุณหภูมิสูง และความชื้นไม่เหมาะสม ส่งผลให้ส้มโอบางสวนมีอาการเหี่ยวเฉาชั่วคราว แต่ยังไม่ถึงขั้นยืนต้นตาย สำหรับต้นส้มโอที่มีอายุมาก หรือขาดการบำรุงรักษา พบว่า มีอาการกิ่งแห้งและมีการสลัดผล ไม่กระทบต่อภาพรวมของผลผลิต นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการดูแลผลผลิตได้ตลอดปี ในช่วงวันที่ 17-19 เมษายน 2569 มีฝนตกในพื้นที่ ช่วยเพิ่มความชื้นในดิน ลดอุณหภูมิสะสม และเอื้อต่อการฟื้นตัวของต้นส้มโอได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน เกษตรกรยังมีผลผลิตส้มโอนอกฤดูออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีพ่อค้ารับซื้อถึงพื้นที่ ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 18-20 บาท สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ตามปกติ อธิบดีกรมส่งเส
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น พื้นที่ทำการเกษตรที่เคยอุดมสมบูรณ์ต่างประสบปัญหาภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานขึ้น ทำให้พืชขาดน้ำ ชะงักการเติบโต และได้ผลผลิตน้อยลงกว่าเดิม ในสภาวะที่โลกเข้าสู่วิกฤตโลกร้อน “เกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตร นับว่าเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอให้แก่เกษตรกร สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มาใช้แก้วิกฤตขาดน้ำทำเกษตร โดยนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ผนวกกับแนวคิด พลังงานทดแทน ระบบเกษตรอัจฉริยะ การให้น้ำตามความต้องการของพืช และคาร์บอนเครดิต จนประสบความสำเร็จในการประยุกต์เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เข้ามาใช้ในแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ เช่น ระบบให้น้ำทุเรียนพลังงานแสงอาทิตย์ โรงเรือนผักพรางแสงอัตโนมัติพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยให้ใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต และยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย เทคโนโลยีการให้น้ำแบบแม่นยำ สำหรับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
วันที่ 4 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการแถลงข่าวและเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยน้ำมั่นคง: การใช้เทคโนโลยีและกระบวนการเชิงพื้นที่ป้องกันภัยแล้งในภาวะโลกเดือด” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ของ วช. และ นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมทั้งผู้บริหารจากกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนหน่วยงานระดับจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น คณะผู้บริหารจาก วช. นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช. ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ดำเนินการสนับสนุนแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด ที่มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน ที่รวบรวมทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชา
บ้านโนนตูมถาวร หมู่ที่ 12 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีเสน่ห์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีวัฒนธรรมความเชื่อจากเชื้อสาย “ขอม หรือ “เขมร” ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ หรืออีสานใต้ พื้นที่ติดกับ “เขาพระวิหาร” รอบหมู่บ้านส่วนใหญ่ติดกับเทือกเขาพนมดงรัก หนึ่งในป่าต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายหลั่งไหลหล่อเลี้ยงชีวิตในจังหวัดศรีสะเกษ ที่สำคัญพื้นที่หมู่บ้านยังเป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดง คือมีดินสีแดงที่มีแร่ธาตุสูง เพราะเคยเป็นแหล่งกำเนิดภูเขาไฟ จึงเหมาะแก่การทำการเกษตร จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ ลำไย มังคุด ลองกอง มะปราง มะม่วง ที่ให้ผลผลิตดีและรสชาติอร่อย โดยเฉพาะทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่มีลักษณะแตกต่างจากทุเรียนที่ปลูกที่อื่น คือ กลิ่นไม่แรง เนื้อละเอียด นุ่ม แห้ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI -Geographical Indication) ร.ต.เหมราช สุดาชาติ อดีตข้าราชการนายทหาร ประจำกระทรวงต่างๆ เกือบ 20 ปี ด้วยหัวใจ “รักษ์บ้านเกิด” จึงบอกกับตัวเองหลังเรียนจบปริญญาโท ในปี 2561 ว่า ถึงเวลาทำตามฝันกลับมาบ้านเกิด เพื่อนำความรู้มา
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิด “โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือภัยแล้ง-อุทกภัย” ครั้งที่ 2 สำหรับพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวง อว. โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย จากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ภาคกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 120 คน จาก 8 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง
โดยธรรมชาติ ทุเรียนไม่ได้ปลูกกันง่ายๆ ต้นทุเรียนไม่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของทุเรียน หากแหล่งน้ำไม่เพียงพอ เสี่ยงทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ ขณะเดียวกันในภาวะร้อนแล้งจัด หากดูแลจัดการไม่ดี แม้ต้นทุเรียนได้น้ำทุกวัน ก็มีโอกาสประสบปัญหาต้นเหี่ยวใบเฉา ลูกร่วง ลูกแตก เนื้อแข็งเป็นไต ทั้งเจออาการเต่าเผา และลูกไม่ขยายตัวได้เช่นกัน ปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง เกษตรกร ต้องเข้าใจทุเรียนจริงๆ อาจารย์ภพศักดิ์ ปานสีทอง นักวิชาการด้านทุเรียน ที่มีประสบการณ์เรื่องการปลูกดูแลทุเรียนทั้งภาคสนามและด้านงานวิจัย ให้คำแนะนำเรื่องการปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง แก่ลูกเพจ Facebook : ใส่ปุ๋ยให้ถูกพืชก็งาม by อ.ภพ Pobsak Panasrithong ว่า การปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง ต้องเข้าใจทุเรียนจริงๆ ต้องทำต้นทุเรียนให้สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดเพื่อรับสภาพอากาศสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในภาวะร้อนแล้ง มีข้อแนะนำในการดูแลแปลงทุเรียน ดังนี้ คือ 1. จัดสรรให้ทุเรียนได้รับธาตุอาหาครบทั้ง 14 ชนิดทั้งทางดินและทางใบ โดยการใช้เมทัลทีมเลือกใช้เมทัลให้เหมาะในแต่ละช่วงทั้ง
เมื่อพูดถึง “ภัยแล้ง” ถือว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีภาคการเกษตรเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญของเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง รายได้ของเกษตรกรลดลง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ สถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2568 ที่คาดการณ์ว่าจะเผชิญกับภาวะเอลนีโญที่รุนแรง ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการจัดการดิน น้ำ และโรคพืชอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสียหายและรักษาผลผลิตให้ได้มากที่สุด ในปี 2567 ที่ผ่านมา GDP ภาคการเกษตรหดตัว 1.1% เนื่องจากภัยแล้งและน้ำท่วม แต่ในปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.8% หากมีการพัฒนาสินค้าเกษตรและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้ง รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการ เช่น ควบคุมการใช้น้ำ จัดสรรน้ำสำรอง และทำฝนหลวง ขณะที่เกษตรกรควรปรับตัวด้วยการเลือกปลูกพืชที่ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย และปรับปรุงระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเท
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งแล้ว (1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 เมษายน 2567) ผลกระทบจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) และปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลให้ในบางพื้นที่จะประสบกับสภาวะขาดแคลนน้ำและปริมาณน้ำต้นทุนอาจจะมีไม่เพียงพอให้ใช้ในระยะยาว โดยช่วงฤดูแล้งปี 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำการเกษตรนอกเขตชลประทาน จำนวน 924,438 ไร่ ใน 13 จังหวัด 35 อำเภอ 76 ตำบล ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอความร่วมมือให้เกษตรกรและประชาชนเตรียมการรับมือ และใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยขอให้พี่น้องเกษตรกรปรับตัวตระหนักถึงเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ปลูกพืชฤดูแล้งเกินแผนที่กำหนด พร้อมดูแลรักษาความชื้นในแปลงปลูกพืช สร้างแหล่งน้ำในไร่นา หรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเกษตร โดยใช้แนวทางตามศาสตร์พระราชาเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เป็นต้น เนื่องจากปีนี้ สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยทั่วไปอาจประสบภาวะอากาศร้อนและแห้งแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ไม้ผลนอกเขตชลประทาน ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งป
