กยท.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดโครงการสัมมนาความก้าวหน้าและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความร่วมมือยางพาราระหว่างประเทศ (Seminar on Update and Exchange Knowledge from International Rubber Forum) ของการยางแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562 เปิดพื้นที่เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เรียนรู้เพิ่มประสบการณ์งานวิจัย เสริมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนา เตรียมความพร้อมผู้เข้าอบรมสู่เวทีวิจัยยางพาราระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม 2562 ณ เดอะไพน์ รีสอร์ท จังหวัดปทุมธานี นางสาวมยุรี ลงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเปิดโครงการสัมมนาฯ กล่าวว่า กยท. เป็นองค์กรกลางที่ดูแลและบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ มีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านยางพาราทั้งงานวิชาการ งานวิจัย การค้า การลงทุน ตลอดจนบุคลากร ให้ก้าวสู่ความมีมาตรฐานในระดับสากลกับองค์กร สถาบัน หรือสมาคมระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่ “การพัฒนา” “ความยั่งยืน” และ “การประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ” ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กยท. มีหลายๆ กิจกรรม หลายๆ โค
กยท. เขตภาคใต้ตอนกลาง ร่วมกับ อบจ.ตรัง จัดงาน “เชิดชูพระยารัษฎา บิดายางพาราไทย และงานมหกรรมยางพาราของดีภาคใต้ตอนกลาง” ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม 2562 โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อม นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง คณะผู้บริหาร และพนักงานการยางแห่งประเทศไทย เข้าร่วมในพิธีเปิด ณ ลานบริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยารัษฎาฯ จังหวัดตรัง นายประสิทธิ์ จันทร์พิทักษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมยางพาราฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้บูรณาการจัดงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ. ตรัง) โดยตลอดระยะเวลาจัดงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแวดวงยางพารา ทั้งเกษตรกรขาวสวนยาง กลุ่มสหกรณ์ สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบการที่ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาเที่ยวชมงาน สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มีคุณภาพในราคาถูกได้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสดี
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการ “ศึกษาวิจัยต้นทุนการผลิตยางของเกษตรกรไทย ปี 2562” ซึ่ง สศก. ได้ร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในการสำรวจข้อมูลด้านปริมาณการผลิตและต้นทุนการผลิตยางพาราของเกษตรกรไทย ทั่วประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่สำรวจตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ รวม 77 จังหวัดทั่วประเทศ การดำเนินการโครงการดังกล่าว สศก. จะเป็นผู้สนับสนุนงานด้านวิชาการ อาทิ การจัดทำกรอบบัญชีตัวอย่างเพื่อการสำรวจ กำหนดระเบียบวิธีการสำรวจ ตลอดจนการประมวลผลปริมาณการผลิตและต้นทุนการผลิต ในขณะที่ กยท. จะสนับสนุนงานด้านกำลังพล เพื่อลงพื้นที่ โดยการสำรวจทาง กยท. จะรับผิดชอบพื้นที่ 45 จังหวัด (ตามพื้นที่ตั้งสาขาของการยางแห่งประเทศไทย) เพื่อสำรวจปริมาณการผลิต 10,944 ครัวเรือนตัวอย่าง (1,824 หมู่บ้าน) และสำรวจต้นทุนการผลิตยางพารา จำนวน 5,460 ครัวเรือนตัวอย่าง และ สศก. จะลงพื้นที่รับผิดชอบพื้นที่ 32 จังหวัด ในการสำรวจปริมาณการผลิต 8,946 ครัวเรือนตัวอย่าง (1,491 หมู่บ้าน) อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการลงพื้นที่ สศก. ได้เ
วันนี้ (15 ก.ค.62) การยางแห่งประเทศไทย จัดงานวันสถาปนาการยางแห่งประเทศไทย ครบรอบปีที่ 4 โชว์ผลงานนวัตกรรมยางพาราสร้างมูลค่าเพิ่ม จัดแสดงผลงานวิจัยยางพาราต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อม ก้าวสู่ปีที่ 5 มุ่งมั่นพัฒนาระบบยางพาราสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในฐานะองค์กรกลางบริหารจัดการยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มุ่งเน้นส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนายางพาราระบบ โดยบูรณาการร่วมกับภาคเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยาง และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการยางพารา เพื่อให้วงการยางพาราไทยมีความ เติบโต ก้าวหน้าและยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การแปรรูป และการพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ผลักดันไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ด้วยการยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล ได้แก่ GMP/GAP, FSC, มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสสาหกรรม (มอก.) เป็นต้น ตลอดจนการแก้ไขปัญหายางพาราในภาพรวมของประเทศให้บรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โครงการส่งเสริมการใช้ย
กยท. เดินหน้าการบริหารจัดการระบบโรงงาน ทั้ง 6 แห่งของ กยท. สู่มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 รับรองโดย บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บรรลุความต้องการและคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพิ่มความเชื่อมั่นต่อยางพาราแปรรูปไทยให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล พร้อมหนุนชาวสวนยางเพิ่มช่องทางการขายวัตถุดิบในปริมาณที่มากขึ้น นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการแปรรูปยางจากน้ำยางที่รับ ซื้อจากเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านโรงงานแปรรูปยาง ทั้ง 6 โรงงาน (กองจัดการโรงงาน 1-6) ซึ่งขณะนี้ทุกโรงงานของ กยท. ได้รับการตรวจประเมินแล้ว มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ในด้านคุณภาพการบริหารจัดการระบบการผลิตที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ โดย กยท. ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 จาก บริษัท บูโรเวอริทัส เซอติฟิเคชั่น จำกัด “การได้รับรองมาตรฐาน ISO9001:2015 มีขอบข่ายครอบคลุม กระบวนการผลิตน้ำยางข้น ยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่งSTR 5L และยางแท่งSTR 20 จึงเป็นการยืนยันว่าโรงงานทั้ง 6 แห่งของ กยท. มีคุณภาพสินค้าที่ตรงตามความต้
เมื่อเร็วๆ นี้ นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรชาวสวนยางที่นำยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันมาขายที่สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์ราคายาง และพูดคุยกับเกษตรกรชาวสวนยางที่นำยางมาขายเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ราคายางในปัจจุบัน และสิ่งที่ กยท. กำลังดำเนินการและประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา เพื่อวางแผนดำเนินการซื้อขายยางผ่านสำนักงานตลาดกลางยางพาราให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรักษาเสถียรภาพราคายาง ให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ทั้งนี้ ได้ขอบคุณผู้ประกอบกิจการยางพาราภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือในการซื้อขายยางผ่านสำนักงานตลาดกลางยางพาราของ กยท. ด้วยดีเสมอมา
การยางแห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้นำชาวสวนยาง และเกษตรกรชาวสวนยาง ผลิตและขายยางตามภาวะปกติ หากพบเจอผู้จงใจสร้างปัญหาทำลายกลไกตลาดให้รีบแจ้ง กยท.ในพื้นที่โดยด่วน นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวขอความร่วมมือสถาบันเกษตรกรและผู้นำเกษตรกรชาวสวนยาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทย ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ถึงปริมาณผลผลิตยางที่ออกสู่ตลาดและความต้องการใช้ยาง ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในระดับที่สมดุล จึงขอให้เกษตรกรชาวสวนยางผลิตและขายยางตามภาวะปกติ อย่าขายยางออกสู่ตลาด มากเกินไป ซึ่งจะเป็นผลเสียกับราคายางในปัจจุบันที่กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีให้ข้อมูลที่บิดเบือนและสร้างปัญหาให้กับกลไกราคายางภายในประเทศ ขอให้แจ้งมาที่ กยท.ในพื้นที่โดยตรง ทาง กยท.จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป สุดท้ายนี้ ขอให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้นำเกษตรกรชาวสวนยาง และเกษตรกรชาวสวนยางทุกคน ร่วมมือสามัคคีกันที่จะทำการผลิตและขายยางออกไปสู่ตลาดตามภาวะปกติ เพื่อให้ราคายางมีเสถียรภาพเช่นเดียวกับใน
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดประชุมสัมมนาการจัดทำแผนธุรกิจสำหรับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เมื่อวันที่ 12-13 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมความพร้อมทำธุรกิจร่วมกันระหว่าง กยท. กับสถาบันเกษตรชาวสวนยาง เพื่อขับเคลื่อนตลาดยางพาราในประเทศให้เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมสัมมนาในพื้นที่เขตภาคใต้ครั้งนี้ เป้าหมายหลักคือการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการดำเนินธุรกิจระหว่าง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อร่วมกันพัฒนาและให้องค์ความรู้เรื่องการจัดทำแผนธุรกิจ ในเบื้องต้น กยท.จังหวัด กยท.สาขา จะทำการสำรวจปริมาณผลผลิตยางในพื้นที่ว่ามียางประเภทใด ปริมาณเท่าไร โกดังที่มีอยู่มีความพร้อมในการจัดเก็บสินค้าหรือไม่ เพื่อเตรียมการหากมีความจำเป็นต้องจัดเก็บยางที่ออกมาในช่วงฤดูฝนเพื่อขายในช่วงฤดูแล้งต่อไป จากนั้นจะนำปริมาณผลผลิตที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาด กยท.ในพื้นที่จะทำหน้าที่ประสานงานกับโรงงานเอกชนเพื่อตกลงราคา และทำสัญญาการซื้อขาย
เมื่อระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2562 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดสัมมนาผู้นำสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระยะเริ่มต้น พัฒนา ก้าวหน้า ณ โรงแรมวีวิช จังหวัดขอนแก่น มุ่งผลักดันสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน สู่บทบาทผู้ค้ายางก้อนถ้วยที่ผลิตยางดี มีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต ย้ำ โรงงาน-ตลาดกลางยางฯ ของ กยท. พร้อมรับซื้อวัตถุดิบยางในราคาที่เหมาะสมชี้นำตลาด นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า แนวทางการรักษาเสถียรภาพราคายางอีกหนึ่งแนวทาง คือการควบคุมปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเกษตรกรต้องผลิตยางก้อนถ้วยที่มีคุณภาพที่ดีตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ และต้องรวมกลุ่มขายยางเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองในตลาด จะทำให้เกษตรกรขายยางได้ในราคาที่สูงขึ้น ทั้งนี้ กยท. โดยกองจัดการโรงงาน 5 และตลาดกลางยางพารา จังหวัดหนองคาย จะรับซื้อยางก้อนถ้วยและเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างบริษัทเอกชนแปรรูปยางกับเกษตรกรชาวสวนยาง “กยท. เองก็จะรับซื้อยางในราคาที่เหมาะสมชี้นำตลาด และพร้อมให้การสนับสนุนเงินแก่สถาบันเกษตรกร สำหรับนำไปปรับปรุงการผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพยางให้ดีขึ
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายควบคุมการใช้ 3 สารวัตถุอันตรายที่ใช้ในการเกษตรกรรม ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกษตรกรนิยมใช้ แต่มีผลกระทบเรื่องการตกค้างของสารเคมีที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น กยท.ในฐานะองค์กรกลางที่ดูแลการบริหารจัดการยางพารา จึงบูรณาการร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ส่งเจ้าหน้าที่ กยท. 175 คน เข้าอบรมหลักสูตร “ฝึกอบรมวิทยากร (ครู ข) เรื่อง การใช้วัตถุอันตรายพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส” เพื่อจะได้เป็นวิทยากรที่มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ นำไปขยายผลอบรมเกษตรกรชาวสวนยางกลุ่มเป้าหมายอีกเกือบ 1 แสนคน ในการใช้วัตถุอันตรายดังกล่าว อย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงช่วยลดการใช้ทั้ง 3 สารในประเทศไทยให้น้อยลง เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รองผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. ได้รับเป้าหมายอบรมชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางกับ กยท. และมีสวนยางพาราอายุไม่เกิน 5 ปี จำนวน 90,000 คน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางยังมีคว
