กยท.
คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางใหม่ เน้นดูแลเกษตรกรชาวสวนยางทั้งประเทศอย่างทั่วถึง สร้างความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ เตรียมออกประกาศคณะกรรมการ กยท. เร็วๆ นี้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ในฐานะเลขานุการฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมบอร์ด กยท.ครั้งที่ 10/2564 มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 โดยเพิ่มเติมเอกสารที่สามารถนำมาประกอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางได้ เพื่อขยายโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางมีเอกสารรับรองอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ บัญชีเอกสารหลักฐานที่ดิน 2 ในส่วนของหนังสืออนุญาตการใช้ประโยชน์จากที่ดินรัฐของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น รวมทั้งมีการปรับปรุงแบบเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนต่างๆ ได้แก่ แบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง (คบก.1) แบบคำขอขึ้นทะเบียนคนกรีดยาง (คบก.2) แบบหนังสือรับรองตนเอง (คบก.6) และแบบบันทึกค่าพิกัดแปลงสวน
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ขอเปิดตัวโครงการ Natural Rubber Startup Acceleration Program : Batch 1 เดินหน้ากิจกรรม Workshop ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางไปสู่การเป็น Startup ด้านยางพารา ตามความร่วมมือของการยางแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีนายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป จากนั้นจะมีกิจกรรม Workshop และการบรรยายความรู้ในหัวข้อต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรยาง และผู้ประกอบกิจการยาง เช่น หัวข้อ “ยางพาราไปเป็นอะไรได้บ้าง” “ยางพารากับเทคโนโลยีในอนาคต” “Startup ทำได้จริงหรือไม่” “ทำไมต้อง Startup”“การสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าด้วย Value Proposition และ Business Model Canvas” เป็นต้น การจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานในรูปแบบออนไลน์บน Facebook ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00-16.30 น. สามารถติดตามการถ่ายทอดสดพร้อมกันได้ที่ Facebook Fanpage : การยาง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตือนผู้ประกอบการขยายพันธุ์ยางเพื่อการค้าและเกษตรกรผู้ปลูกยาง ระวังการนำเชื้อโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราจากภาคใต้ไปสู่การระบาดในภาคอื่นที่ยังไม่เคยพบการระบาด ดังนั้นก่อนทำการขนย้ายกล้ายางออกจากแปลงเพาะ ต้องฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคตามคำแนะนำอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการปลูกยางจึงมีการขนย้ายกล้ายางจำนวนมาก ซึ่งกล้ายางพาราที่ปลูกกันในประเทศไทยส่วนใหญ่มีแหล่งผลิตหลักจากภาคใต้ เช่นจังหวัดตรัง พังงา นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา จากรายงานการศึกษาพบว่าเชื้อรานี้สามารถเข้าทำลายและ ฝังตัวอยู่ได้ทั้งในใบบนต้น กิ่งก้าน ใบที่ร่วงหล่นบนพื้นดิน รวมถึงพืชอื่นๆ ในสวนยาง เพื่อเป็นการตัดวงจรและจำกัดวงของการแพร่ระบาดจากการขนย้ายกล้ายางเพื่อไปปลูกใน พื้นที่อื่น สิ่งที่ผู้ประกอบการขยายพันธุ์ยางเพื่อการค้าและเกษตรกรผู้ปลูกยาง ต้องปฏิบัติคือ ฉีดพ่นสารเค
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ย้ำชัด ชาวสวนยางและผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับยางพาราได้รับการยกเว้นให้สามารถออกนอกเคหสถานเพื่อประกอบอาชีพ ในเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่ม – ตี 4 ได้ เพียงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า จากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งทวีความรุนแรง เสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา นราธิวาส ปัตตานี และ ยะลา จึงมีการกำหนดมาตรการต่างๆ ในพื้นที่ รวมถึงมาตรการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (12 กรกฎาคม 2564) ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจให้ชาวสวนยางและผู้ที่ต้องออกจากบ้านไปประกอบอาชีพกรีดยางและขนส่งยางในช่วงเวลานั้น กยท. จึงขอย้ำว่าไม่ต้องกังวลในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากราชกิจจานุเบกษาประกาศ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 27 ระบุว่า ผู้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม จะได้รับยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งรวมถึงอาชีพการทำสวนยางด้ว
(22 มิ.ย.64) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ กรมอนามัย (กอ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาสื่อส่งเสริมความรอบรู้เพื่อสุขภาพและสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และกลุ่มเฉพาะกลุ่มพิเศษ นำองค์ความรู้ทันตกรรม-แปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตสื่อโมเดลและตุ๊กตา เพื่อพัฒนาสื่อใช้ในงานทันตสาธารณสุขด้วยวัสดุยางในประเทศ ส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพของบุคลากรสาธารณสุขและผู้ปกครอง ณ ห้องประชุมกำธร สุวรรณกิจ อาคาร 1 ชั้น 1 กรมอนามัย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เป็นองค์กรกลางที่รับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งระบบครบวงจร โดยมีนโยบายมุ่งเน้นสนับสนุนงานด้านวิจัยและพัฒนา ทั้งที่ดำเนินการโดยนักวิจัยของ กยท. และดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์จากยางพารา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งนอกจากนำยางพารามาใช้ประโยชน์ด้านนวัตกรรมแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนอาชีพการทำสวนยางพาราให้มีความยั่งยืน ซึ่ง กยท. และกรมอนามัย เห็นพ้องร่วมกันว่า จากความร่วมมือดังกล่าว เมื่อผ่านการท
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ยืนยันส่งออกยางพาราไทยไปมาเลเซียยังปกติ พร้อมย้ำบริษัทผู้ผลิตยางไทย ยังผลิตยางตามคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ไม่กระทบวัตถุดิบยางในตลาด นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการด้านบริหาร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กยท. ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการส่งออกยางพาราของไทยไปยังต่างประเทศ รวมถึงการส่งออกน้ำยางข้นไปมาเลเซีย ซึ่งยังดำเนินการได้ตามปกติ เพียงแต่มีการจำกัดช่วงเวลาในการขนส่งผ่านด่านระหว่าง ไทย-มาเลเซียเพื่อรองรับมาตรการคัดกรองโรคโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับรัฐบาลและสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางมาเลเซีย ที่ประกาศว่าอุตสาหกรรมถุงมือยางในมาเลเซียยังดำเนินการนำเข้ายางพาราได้ตามปกติ ขณะที่สถานการณ์ยางในไทย หลังบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน สาขาตรัง และ สาขาสุราษฎร์ธานี หยุดสายการผลิตถุงมือแพทย์ชั่วคราว ไม่ส่งผลกระทบกับสถานการณ์ผลิตยาง เนื่องจากมีบริษัทและโรงงานผลิตแปรรูปยางพาราเป็นจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ ที่ยังผลิตยางตามปกติ โดยใช้น้ำยางสดเป็นวัตถุดิบ รวมถึงบริษัทผลิตถุงมือยางรายใหญ่อีกหลายรายที่ยังคงผลิตยางตามคำสั่งซ
วันนี้ (28 เม.ย. 64) กยท. – บ. นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามซื้อขายยางโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรฯ และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนฯ พร้อมยางใหม่จากสถาบันเกษตรกรฯ อีก 1 เท่า ของปริมาณยางที่ประมูลได้ โดยมีประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เป็นสักขีพยาน ณ ห้องสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) พร้อมส่งมอบยางให้แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการระบายยางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 โดยคำนึงถึงระยะเวลา และราคาจำหน่ายที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางและราคายาง โดยบริษัทที่ประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน และยางอื่นๆ จำนวน 104,763.35 ตัน ในโครงการดังกล่าวได้ คือ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่ง กยท. กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ประมูลได้ต้องซื้อยางเพิ่มอีก 1 เท่าของปริมาณยางที่ประมูล เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรชาวสวนยาง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าบริหารจัดการสต๊อกยางโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรฯ และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนฯ ตามมติ ครม. เหตุยางเก่าเสื่อมสภาพเนื่องจากเก็บมาเป็นเวลานาน ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสูง ลั่น! ขายช่วงนี้ไม่กระทบตลาด ผู้ซื้อยางเก่าล็อตนี้ ต้องซื้อยางใหม่ของเกษตรกรกว่าแสนตันไปด้วย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กยท. ได้ประกาศเชิญชวนผู้สนใจให้เข้าร่วมประมูลยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR 20 และยางอื่นๆ จำนวน 104,763.35 ตัน ของโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 เห็นชอบให้ กยท. ดำเนินการระบายสต๊อกยางในโครงการดังกล่าวให้หมดไปโดยเร็ว โดยให้คำนึงถึงระยะเวลา และราคาจำหน่ายที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้ได้ทราบผลการประมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทที่ประมูลได้ คือ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดทีโออาร์ และคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างรัดกุม สำหรับยางล็อตนี้เป็นยางเก่
จากสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ เข้าทำการจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบขนยางพาราเถื่อนจากพื้นที่จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา เข้าสู่จังหวัดระนอง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีการลักลอบนำแรงงานเถื่อน สินค้าผิดกฎหมาย จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบนำยางพาราที่ไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร (ยางพาราเถื่อน) เข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ราคายางพาราในประเทศตกต่ำลงได้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การลักลอบขนยางพาราเถื่อนในพื้นที่จังหวัดระนอง สาเหตุมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา จึงลักลอบขนยางพาราเข้ามาขายฝั่งไทย ซึ่งส่งผลกระทบกับราคายางพาราและเกษตรกรชาวสวนยางในประเทศ กยท. ได้เร่งประสานกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พาณิชย์จังหวัดระนอง ด่านศุลกากรระนอง กอ.รมน.จังหวัด หน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันป้องกันควบคุมการลักลอบขนยางพาราผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ พร้อมกันนี้ ได้กำชับไปยัง กยท.เขต และ กยท.จ. ในพื้นที่ติดชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบขนยางพาราผิดกฎหมาย เพื่อประสานกับหน่วยงา
เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านปฏิบัติการ และ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าการจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหากรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงงานผลิตยางแท่ง STR 20 ของสหกรณ์การเกษตรเบญจลักษ์ จำกัด ซึ่งจากการหารือในเบื้องต้น ที่ประชุมเสนอให้สหกรณ์ฯ เบญจลักษ์ จำกัด ยื่นคำของบจากกองทุนพัฒนายางพารา ตาม มาตรา 49 (3) จาก กยท. เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการพัฒนาระบบบ่อน้ำเสียระบบปิดและปล่องควัน และให้นำวัตถุดิบที่อยู่ระหว่างรอการผลิตของสหกรณ์ฯ ประมาณ 1,100 ตัน ให้กองจัดการโรงงาน 4 ของ กยท. เป็นผู้ผลิตเนื่องจากกองจัดการโรงงาน 4 มีระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน เพื่อรอการปรับปรุงระบบบ่อบำบัดน้ำเสียของสหกรณ์ฯ ให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งให้ กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สำรวจสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ที่มีความพร้อมและต้องการผลิตยาง STR 20 เข้ามาช่วยผลิตได้เช่นกัน จากนั้น รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านปฏิบัติการ กยท. ได้มอบลานตากผลผลิตทางการเกษตรให้กับสหกรณ์ชาวสวนยางพาราภูผาหมอก จำกัด จังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้งบประมาณอุดห
