กรมปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร เพื่อหาแนวทาง “มาตรการเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง ” ในวันพุธที่ 5 มกราคม 2565 เวลา 13.30 น. ณ ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เมื่อมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ผ่อนคลาย ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น หากร่วมกับปัจจัยที่มีปริมาณการเลี้ยงลดลง อีกสาเหตุที่ทำให้ปริมาณหมูในปี 2564 ลดลงจากปี 2563 จากที่ผลิตได้ปีละ 20 ล้านตัวเหลือ 19 ล้านตัว โดยส่งออก 1 ล้านตัว คงเหลือบริโภคในประเทศ 18 ล้านตัวจึงทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น สำหรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาดจะส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม GAP เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงซึ่งมั่นใจว่า มาตรการสนับสนุนต่างๆ จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพี
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังหวาดกลัวโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้คนล้มป่วย เสียชีวิต มาตั้งแต่ปลายปี 2562 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบไปทั่วโลก ยังกระหน่ำซ้ำเติมคนไทยเป็นจำนวนมาก ที่พบปัญหาทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน ทว่ายังมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ที่คนกลุ่มหนึ่งมีอาชีพพอจะจุนเจือครอบครัวได้ กับรายได้ที่มีทั้งลูกจ้างและนายจ้างร่วมกัน นั่นก็คือ คนเลี้ยงไก่ เป็ด สุกร ก่อนหน้านี้คนไทยแตกตื่นโกลาหล เมื่อกรุงเทพฯ ล็อกเมือง ชาวไทยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รีบกักตุนสินค้าไว้ที่บ้านมากมาย กลัวอด จนกระทั่งไข่ไก่ที่เคยพอใช้เกิดขาดแคลน ราคาแพงทันที ปรากฏว่าราคาไข่แพงได้ไม่ถึงสัปดาห์ ราคาไข่กลับมาเป็นปกติ มันคล้ายๆ กับหน้ากาก ที่กระทรวงพาณิชย์ทำเสียหน้ามาแล้ว ยิ่งปัญหาเรื่องไข่ไก่ราคาแพง และขาดตลาดนั้นไม่น่าเชื่อ เสียงก่นด่ากระทรวงพาณิชย์เอาอีกแล้ว หน้ากากยังด่าไม่เลิก เอาไข่มาด่าต่อ กลับมาคุยเรื่องสุกรกันต่อ…มันเป็นความโชคดีของอาชีพคนเลี้ยงสัตว์ที่เนื้อหอม…บ้านเมืองอื่นที่กำลังขาดแคลนอาหาร ประเภทเนื้อสัตว์อยู่ในเวลานี้ เข้าจังหวะ เข้าทางประเทศไทยที่คาดหวัง เป็น
กรมปศุสัตว์โชว์ฟาร์มเกษตรกรโคนมต้นแบบ “นคร ฟาร์ม” อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เน้นบริหารจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงวัวนมในรูปแบบธรรมชาติโดยปลูกพืชอาหารโคนมเองและปรุงอาหารในสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับโคนมแต่ละช่วงอายุ นอกจากช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว หลักสำคัญทำให้วัวนมมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ให้น้ำนมดี และไม่ป่วย คุณนคร กาบขุนทด อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองจากพนักงานประจำช่างอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมเพียงเพราะเบื่อการทำงานเป็นพนักงานประจำ และเล่าว่า เดิมทีนั้นตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็รู้สึกอิ่มตัวแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สนใจอาชีพการเลี้ยงวัวนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาศึกษาการทำโคนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากโคนม 7 ตัว และค่อยๆ เพิ่มมาเป็น 12 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความบังเอิญได้ไปรู้จักกับหมอที่รักษาวัวนมท่านหนึ่ง ท่านได้เข้ามาแนะนำวิธีการเลี้ยงวัวนมโดยเน้นเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพื่อลดการเจ็บป่วยของโคนมให้น้อยลง ทั้งนี้ การเลี้ยงในแบบธรรมชาติสิ่งสำคัญก็คือการดูแลเรื่องอาหาร โดยฟาร์มจะ
โคเนื้อพันธุ์ “บลอนด์ดาคิแตน” (Blonde d’ Aquitaine) สายพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่ ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาจากโคเนื้อสามสายพันธุ์ดีของฝรั่งเศส ได้แก่ Blonde d’ Pyrénées, Quercy และ Garonnaise มาตั้งแต่ปี 1962 จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ได้โคเนื้อสายพันธุ์เด่นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่มีคุณสมบัติเด่นให้เนื้อคุณภาพดี เนื้อมีความละเอียดและนุ่มมาก ทั้งมีไขมันน้อย จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื้อไขมันต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรฝรั่งเศลนิยมเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ บลอนด์ดะคิแตน มากเป็นอันดับสาม รองจากโคเนื้อพันธุ์ชาร์ลโรลส์ (Charolais) และโคเนื้อพันธุ์ ลีมูซีน (Limousin) ปัจจุบัน “บลอนด์ดาคิแตน” เป็นสายพันธุ์โคเนื้อที่กรมปศุสัตว์ได้นำเข้ามาเลี้ยงเพื่อผลิตน้ำเชื้อใช้ผสมเทียมให้กับเกษตรกร เนื่องจากโคเนื้อสายพันธุ์นี้ มีนิสัยเชื่อง เขามีลักษณะโค้งลง สีเหมือนเปลือกข้าวโพด จมูกสีชมพู กีบสีซีด โคเนื้อพันธุ์บลอนด์ดาคิแตน เป็นโคเนื้อที่มีขนาดลำตัวใหญ่และมียาว มีช่องอกและสะโพกใหญ่ มีกล้ามเนื้อเด่นชัด แม่โคมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนักระหว่าง 850-1,000 กิโลกรัม และมีกระดูกเชิงกรานกว้างทำให้ค
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร ครั้งที่ 4/2564 ด้วยระบบการประชุมทางไกลผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ชั้น 6 อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่มีการตรวจพบว่ากลายพันธุ์แพร่กระจายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งต่างไปจากที่เคยตรวจพบในทวีปยุโรปและเอเชียมาก่อนหน้านี้, โรคกลุ่มอาการระบบสืบพันธุ์และทางเดินหายใจในสุกร (PRRS) เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เกษตรกรต้องสูญเสียสุกรที่ป่วยตายจากโรคถึง 30% และไม่สามารถเลี้ยงสุกรต่อไปได้ เนื่องจากเชื้อโรคยังสะสมอยู่ในพื้นที่และทำให้เกิดโรคซ้ำในคอกหรือฟาร์มจนเกษตรกรรายย่อยหมดตัวไปแล้วก็มี และในอนาคตอาจถึงขั้นต้องสูญเสียอาชีพการเลี้ยงสุกรไปในที่สุด รวมทั้งยังกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อา
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงระบาดในไทยและหลายประเทศทั่วโลก ประกอบกับไทย ยังมีอัตราผู้ติดเชื้อในประเทศสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายต่างเกิดความกังวลนั้น ในส่วนของสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ทาง ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดในมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อของสินค้าเกษตรในทุกกระบวนการให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการกำชับและคุมเข้ม ครอบคลุมในทุกมาตรการ ตั้งแต่มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันสำหรับเกษตรกรในการดูแลตนเอง การทำความสะอาดพื้นที่และสวนเกษตร มาตรการสำหรับผู้ประกอบการสถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) และมาตรการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร มีการเฝ้าระวัง ตั้งแต่การพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางจากสวน จนถึงระบบขนส่ง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตร ติดตามกำกับดูแลที่โรงคัด
พื้นที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นพื้นที่ซึ่งมีความเหมาะสม สำหรับโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการฟื้นฟูหรือปรับเปลี่ยนอาชีพ ให้สามารถประกอบอาชีพและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้ชื่อ “โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนสร้างรายได้ ภายใต้โครงการโคเนื้อสร้างชาติ” โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคขุนระยะสั้นไม่เกิน 4 เดือน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรในการยังชีพ และผลิตปุ๋ยมูลสัตว์ใช้ในการเพาะปลูก เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนระยะสั้น ตลอดจนพัฒนาศักยภาพคอกกลางรวบรวมโคขุนและคอกกัก เพื่อการส่งออกให้กับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเกษตรกรต้องจัดหาซื้อโค ตามคุณลักษณะที่กรมปศุสัตว์กำ
กรมปศุสัตว์ เผยท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 สินค้าเนื้อไก่ครึ่งปีแรกยังคงพุ่งแรงส่งออกแล้วกว่า 56,000 ล้านบาท ชี้เป็นผลจากการทำงานของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดต่อเนื่องจนประเทศคู่ค้าเชื่อมั่นในคุณภาพ ความปลอดภัยมาตรฐานการผลิตไก่ไทย และหลายประเทศคู่แข่งโดนพิษโควิดเล่นงาน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่กำกับดูแลและส่งเสริมการส่งออกสินค้าเนื้อไก่ ซึ่งในสถานการณ์โรคโควิดระบาดนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลการผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดส่งออกเนื้อไก่ครึ่งปี2564เพิ่มขึ้นจำนวน 5 แสนตัน มูลค่า 56,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.1 และ 0.9 ตามลำดับ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันโรคระบาดโควิดไม่ให้ปนเปื้อนกับสินค้า จึงมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำบับเบิ้ลแอนด์ซี (Bubble and Seal) ตามคำแนะนำของกรม ควบคุมโรคควบคู่ไปกับการดำเนินการตามมาตรการของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแ
เครือเบทาโกร พร้อมเดินหน้าส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แช่เย็นแบรนด์เอสเพียวสู่ตลาดสิงค์โปร์ เป็นรายแรกของไทย ชูจุดแข็งผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดกระบวนการผลิต (RWA) รับรองโดย NSF เป็นรายแรกของโลก และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า “กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์เพื่อการส่งออก ได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาและสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ของไทยสู่มาตรฐานระดับสากล โดยปัจจุบัน ภาพรวมตลาดส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ปีกของประเทศไทย ในปี 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีก ปริมาณ 946,866 ตัน คิดเป็นมูลค่า 110,260 ล้านบาท โดยสัดส่วน 41% เป็นการส่งออกสินค้าเนื้อไก่ดิบแช่แข็งหรือแช่เย็น ซึ่งมีตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สหภาพยุโรป รวมถึงประเทศสิงคโปร์ กรมปศุสัตว์ ได้ประสานงานกับสำนักงานอาหารแห่งสิงคโปร์ (Singapore Food Agency หรื
นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาส วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) อ.ส.ค. ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ตราไทย-เดนมาร์ค ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคนมของคนไทยทุกเพศ ทุกวัย หันมาบริโภคนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ของไทย-เดนมาร์ค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในปี 2564 เกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย อ.ส.ค. จึงร่วมมือกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานภาคีต่างๆ ปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นกิจกรรมเรียนรู้การทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ผ่านระบบออนไลน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาดื่มนมมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ อ.ส.ค. ยังสนองนโยบายภาครัฐด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและสังคม ช่วยลดผลกระทบจ
