กรมปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน วันสถาปนากรมปศุสัตว์ครบรอบ 80 ปี โดยมี นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการแถลงข่าว ในวันที่ 28 เมษายน 2565 เวลา 09.00 น. ณ ลานน้ำพุ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงว่า งานวันสถาปนากรมปศุสัตว์ ครบรอบ 80 ปี จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2565 ณ กรมปศุสัตว์ พญาไท โดยมี ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งจะจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ย้อนรำลึก 8 ทศวรรษ 80 ปี วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ สืบสานงานตามพระราชปณิธานตามรอยพ่อของแผ่นดิน”รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พิธีไถ่ชีวิตโค กระบือจำนวนทั้งสิ้น 80 ตัว โดยนำไปมอบให้เกษตรกรในโครงการธนาคารโค–กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดําริ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโคจำนวน 30 ตัว จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโคจำนวน 30 ตัวและจังหวัดนครราชสีมา เป็นกระบือจำนวน 20 ตัว การมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติเพื่อ
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร เพื่อหาแนวทาง “มาตรการเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง ” ในวันพุธที่ 5 มกราคม 2565 เวลา 13.30 น. ณ ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เมื่อมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ผ่อนคลาย ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น หากร่วมกับปัจจัยที่มีปริมาณการเลี้ยงลดลง อีกสาเหตุที่ทำให้ปริมาณหมูในปี 2564 ลดลงจากปี 2563 จากที่ผลิตได้ปีละ 20 ล้านตัวเหลือ 19 ล้านตัว โดยส่งออก 1 ล้านตัว คงเหลือบริโภคในประเทศ 18 ล้านตัวจึงทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น สำหรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาดจะส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม GAP เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงซึ่งมั่นใจว่า มาตรการสนับสนุนต่างๆ จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพี
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังหวาดกลัวโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้คนล้มป่วย เสียชีวิต มาตั้งแต่ปลายปี 2562 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบไปทั่วโลก ยังกระหน่ำซ้ำเติมคนไทยเป็นจำนวนมาก ที่พบปัญหาทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน ทว่ายังมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ที่คนกลุ่มหนึ่งมีอาชีพพอจะจุนเจือครอบครัวได้ กับรายได้ที่มีทั้งลูกจ้างและนายจ้างร่วมกัน นั่นก็คือ คนเลี้ยงไก่ เป็ด สุกร ก่อนหน้านี้คนไทยแตกตื่นโกลาหล เมื่อกรุงเทพฯ ล็อกเมือง ชาวไทยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รีบกักตุนสินค้าไว้ที่บ้านมากมาย กลัวอด จนกระทั่งไข่ไก่ที่เคยพอใช้เกิดขาดแคลน ราคาแพงทันที ปรากฏว่าราคาไข่แพงได้ไม่ถึงสัปดาห์ ราคาไข่กลับมาเป็นปกติ มันคล้ายๆ กับหน้ากาก ที่กระทรวงพาณิชย์ทำเสียหน้ามาแล้ว ยิ่งปัญหาเรื่องไข่ไก่ราคาแพง และขาดตลาดนั้นไม่น่าเชื่อ เสียงก่นด่ากระทรวงพาณิชย์เอาอีกแล้ว หน้ากากยังด่าไม่เลิก เอาไข่มาด่าต่อ กลับมาคุยเรื่องสุกรกันต่อ…มันเป็นความโชคดีของอาชีพคนเลี้ยงสัตว์ที่เนื้อหอม…บ้านเมืองอื่นที่กำลังขาดแคลนอาหาร ประเภทเนื้อสัตว์อยู่ในเวลานี้ เข้าจังหวะ เข้าทางประเทศไทยที่คาดหวัง เป็น
กรมปศุสัตว์โชว์ฟาร์มเกษตรกรโคนมต้นแบบ “นคร ฟาร์ม” อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เน้นบริหารจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงวัวนมในรูปแบบธรรมชาติโดยปลูกพืชอาหารโคนมเองและปรุงอาหารในสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับโคนมแต่ละช่วงอายุ นอกจากช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว หลักสำคัญทำให้วัวนมมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ให้น้ำนมดี และไม่ป่วย คุณนคร กาบขุนทด อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองจากพนักงานประจำช่างอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมเพียงเพราะเบื่อการทำงานเป็นพนักงานประจำ และเล่าว่า เดิมทีนั้นตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็รู้สึกอิ่มตัวแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สนใจอาชีพการเลี้ยงวัวนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาศึกษาการทำโคนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากโคนม 7 ตัว และค่อยๆ เพิ่มมาเป็น 12 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความบังเอิญได้ไปรู้จักกับหมอที่รักษาวัวนมท่านหนึ่ง ท่านได้เข้ามาแนะนำวิธีการเลี้ยงวัวนมโดยเน้นเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพื่อลดการเจ็บป่วยของโคนมให้น้อยลง ทั้งนี้ การเลี้ยงในแบบธรรมชาติสิ่งสำคัญก็คือการดูแลเรื่องอาหาร โดยฟาร์มจะ
โคเนื้อพันธุ์ “บลอนด์ดาคิแตน” (Blonde d’ Aquitaine) สายพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่ ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาจากโคเนื้อสามสายพันธุ์ดีของฝรั่งเศส ได้แก่ Blonde d’ Pyrénées, Quercy และ Garonnaise มาตั้งแต่ปี 1962 จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ได้โคเนื้อสายพันธุ์เด่นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่มีคุณสมบัติเด่นให้เนื้อคุณภาพดี เนื้อมีความละเอียดและนุ่มมาก ทั้งมีไขมันน้อย จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื้อไขมันต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรฝรั่งเศลนิยมเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ บลอนด์ดะคิแตน มากเป็นอันดับสาม รองจากโคเนื้อพันธุ์ชาร์ลโรลส์ (Charolais) และโคเนื้อพันธุ์ ลีมูซีน (Limousin) ปัจจุบัน “บลอนด์ดาคิแตน” เป็นสายพันธุ์โคเนื้อที่กรมปศุสัตว์ได้นำเข้ามาเลี้ยงเพื่อผลิตน้ำเชื้อใช้ผสมเทียมให้กับเกษตรกร เนื่องจากโคเนื้อสายพันธุ์นี้ มีนิสัยเชื่อง เขามีลักษณะโค้งลง สีเหมือนเปลือกข้าวโพด จมูกสีชมพู กีบสีซีด โคเนื้อพันธุ์บลอนด์ดาคิแตน เป็นโคเนื้อที่มีขนาดลำตัวใหญ่และมียาว มีช่องอกและสะโพกใหญ่ มีกล้ามเนื้อเด่นชัด แม่โคมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 150 เซนติเมตร น้ำหนักระหว่าง 850-1,000 กิโลกรัม และมีกระดูกเชิงกรานกว้างทำให้ค
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร ครั้งที่ 4/2564 ด้วยระบบการประชุมทางไกลผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ชั้น 6 อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่มีการตรวจพบว่ากลายพันธุ์แพร่กระจายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งต่างไปจากที่เคยตรวจพบในทวีปยุโรปและเอเชียมาก่อนหน้านี้, โรคกลุ่มอาการระบบสืบพันธุ์และทางเดินหายใจในสุกร (PRRS) เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เกษตรกรต้องสูญเสียสุกรที่ป่วยตายจากโรคถึง 30% และไม่สามารถเลี้ยงสุกรต่อไปได้ เนื่องจากเชื้อโรคยังสะสมอยู่ในพื้นที่และทำให้เกิดโรคซ้ำในคอกหรือฟาร์มจนเกษตรกรรายย่อยหมดตัวไปแล้วก็มี และในอนาคตอาจถึงขั้นต้องสูญเสียอาชีพการเลี้ยงสุกรไปในที่สุด รวมทั้งยังกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อา
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงระบาดในไทยและหลายประเทศทั่วโลก ประกอบกับไทย ยังมีอัตราผู้ติดเชื้อในประเทศสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายต่างเกิดความกังวลนั้น ในส่วนของสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ทาง ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดในมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อของสินค้าเกษตรในทุกกระบวนการให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการกำชับและคุมเข้ม ครอบคลุมในทุกมาตรการ ตั้งแต่มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันสำหรับเกษตรกรในการดูแลตนเอง การทำความสะอาดพื้นที่และสวนเกษตร มาตรการสำหรับผู้ประกอบการสถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) และมาตรการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร มีการเฝ้าระวัง ตั้งแต่การพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางจากสวน จนถึงระบบขนส่ง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตร ติดตามกำกับดูแลที่โรงคัด
พื้นที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เป็นพื้นที่ซึ่งมีความเหมาะสม สำหรับโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการฟื้นฟูหรือปรับเปลี่ยนอาชีพ ให้สามารถประกอบอาชีพและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้ชื่อ “โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนสร้างรายได้ ภายใต้โครงการโคเนื้อสร้างชาติ” โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคขุนระยะสั้นไม่เกิน 4 เดือน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรในการยังชีพ และผลิตปุ๋ยมูลสัตว์ใช้ในการเพาะปลูก เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนระยะสั้น ตลอดจนพัฒนาศักยภาพคอกกลางรวบรวมโคขุนและคอกกัก เพื่อการส่งออกให้กับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเกษตรกรต้องจัดหาซื้อโค ตามคุณลักษณะที่กรมปศุสัตว์กำ
กรมปศุสัตว์ เผยท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 สินค้าเนื้อไก่ครึ่งปีแรกยังคงพุ่งแรงส่งออกแล้วกว่า 56,000 ล้านบาท ชี้เป็นผลจากการทำงานของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดต่อเนื่องจนประเทศคู่ค้าเชื่อมั่นในคุณภาพ ความปลอดภัยมาตรฐานการผลิตไก่ไทย และหลายประเทศคู่แข่งโดนพิษโควิดเล่นงาน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่กำกับดูแลและส่งเสริมการส่งออกสินค้าเนื้อไก่ ซึ่งในสถานการณ์โรคโควิดระบาดนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลการผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดส่งออกเนื้อไก่ครึ่งปี2564เพิ่มขึ้นจำนวน 5 แสนตัน มูลค่า 56,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.1 และ 0.9 ตามลำดับ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันโรคระบาดโควิดไม่ให้ปนเปื้อนกับสินค้า จึงมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำบับเบิ้ลแอนด์ซี (Bubble and Seal) ตามคำแนะนำของกรม ควบคุมโรคควบคู่ไปกับการดำเนินการตามมาตรการของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแ
เครือเบทาโกร พร้อมเดินหน้าส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แช่เย็นแบรนด์เอสเพียวสู่ตลาดสิงค์โปร์ เป็นรายแรกของไทย ชูจุดแข็งผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดกระบวนการผลิต (RWA) รับรองโดย NSF เป็นรายแรกของโลก และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า “กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์เพื่อการส่งออก ได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาและสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ของไทยสู่มาตรฐานระดับสากล โดยปัจจุบัน ภาพรวมตลาดส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ปีกของประเทศไทย ในปี 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีก ปริมาณ 946,866 ตัน คิดเป็นมูลค่า 110,260 ล้านบาท โดยสัดส่วน 41% เป็นการส่งออกสินค้าเนื้อไก่ดิบแช่แข็งหรือแช่เย็น ซึ่งมีตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สหภาพยุโรป รวมถึงประเทศสิงคโปร์ กรมปศุสัตว์ ได้ประสานงานกับสำนักงานอาหารแห่งสิงคโปร์ (Singapore Food Agency หรื
