กรมปศุสัตว์
ในช่วงฤดูฝน ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงมักมีสุขภาพอ่อนแอ และอาจไวต่อการติดเชื้อโรคระบาดได้ง่าย กรมปศุสัตว์จึงมีคำแนะนำในการดูแลและป้องกันโรคให้แก่สัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูฝน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรจัดเตรียม น้ำ อาหาร พร้อมอาหารเสริมประเภทวิตามิน ให้สัตว์เลี้ยงกินรวมทั้งทำวัคซีนป้องกันโรคไว้อย่างสม่ำเสมอ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูฝน สัตว์เลี้ยงมักมีปัญหาเรื่องโรคที่แตกต่างกันออกไป เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสีย จากการกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกยอดเมื่อได้รับน้ำฝนเข้าไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้จะกินแต่ฟาง หรือหญ้าแห้งตลอดในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังเผชิญปัญหาโรคหวัด โรคปอดบวม โรคคอบวม โรคปากและเท้าเปื่อยอีกด้วย ส่วน สุกร ต้องระวังโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพีอาร์อาร์เอส โดยมักแสดงอาการผิดปกติที่เกษตรกรสามารถสังเกตได้คือ ซึม เบื่ออาหาร หากเป็น โค-กระบือ จะมีขี้ตา หายใจลำบาก มีขี้มูก ไอหรือจาม หรือท้องเสีย และอาจมีอาการแท้งลูกได้ ส่วนสัตว์เคี้ยวเอื้องในเบื้องต้นมักจะไม่มีการเคี้ยวเอื้อง จมูกเปียกแฉะหรือแห้งผิดปกติ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หนังไม่สั่นไล่
สวัสดีครับ ช่วงหนึ่งของชีวิตผมต้องตระเวนเยี่ยมฟาร์มวัว ทัวร์ฟาร์มควายในหลายๆ จังหวัดของประเทศไทย ทุกครั้งที่ผ่านมาเยี่ยมฟาร์มวัวในเขตภาคตะวันตก ผมมักจะได้ยินพี่น้องเกษตรกรพูดถึงสัตวแพทย์หรือหมอคนหนึ่งอยู่เสมอ หมอคนนี้เปรียบเสมือนผู้เข้ามาพัฒนาความรู้และเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวอย่างใส่ใจ ไม่ว่าฟาร์มจะอยู่ไกลหรือไปยากแค่ไหน ชื่อของหมอคนนี้ก็เข้าไปถึงก่อนที่ผมจะเข้าไปเสมอ หมอคนนั้นชื่อว่า “หมอโอ๊ต” วัวคือมิตร ปะเหมาะเคราะห์ดีวันหนึ่งผมมีโอกาสได้พบกับ หมอโอ๊ต หรือ อาจารย์ ดร.น.สพ.สราวุฒิ ทักษิโณรส ซึ่งมีตำแหน่งอาจารย์ ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนายสัตวแพทย์ที่จบการศึกษาปริญญาเอก ด้านไบโอเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัย Kyoto Sangyo ประเทศญี่ปุ่น หมอโอ๊ตเริ่มเล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนปริญญาตรีที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พยายามคลำหาทาง หาความถนัดของตัวเอง จนเรียนถึงปีที่ 2 ได้ไปฝึกงานด้านวัวนม เริ่มรู้สึกว่าวัวเป็นมิตร จึงรู้สึกว่าจะต้องจบไปทำงานด้านวัว จนเริ่มทำงานปี 2549 ที่โรงพยาบาลปศุสั
“บลอนด์ดาคิแตน” (Blonde d’ Aquitaine) เป็นโคเนื้อสายพันธุ์ฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่ ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาจากโคเนื้อ 3 สายพันธุ์ดีของฝรั่งเศส ได้แก่ Blonde d’ Pyrénées, Quercy และ Garonnaise มาตั้งแต่ปี 1962 ใช้เวลาปรับปรุงพันธุ์นานหลายปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จได้โคเนื้อสายพันธุ์ดี ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ คือ ให้เนื้อคุณภาพดี ที่มีความละเอียด เนื้อนุ่มมาก และมีไขมันน้อย ทำให้โคเนื้อพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื้อไขมันต่ำ เกษตรกรฝรั่งเศลนิยมเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ บลอนด์ดาคิแตน มากเป็นอันดับ 3 รองจากโคเนื้อพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) และโคเนื้อพันธุ์ ลีมูซีน (Limousin ) มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ ได้นำโคเนื้อพันธุ์ “บลอนด์ดาคิแตน” มาเลี้ยงในประเทศไทย เพื่อผลิตน้ำเชื้อใช้ผสมเทียมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากโคเนื้อสายพันธุ์นี้มีนิสัยเชื่อง เขามีลักษณะโค้งลง สีเหมือนเปลือกข้าวโพด จมูกสีชมพู กีบสีซีด โคพันธุ์บลอนด์ดาคิแตน เป็นโคเนื้อที่มีขนาดลำตัวใหญ่และยาว มีช่วงอกและสะโพกใหญ่ มีกล้ามเนื้อเด่นชัด แม่โคเนื้อมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ 150 เซนติเมตร น้
ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารใช้เลี้ยงหนอนไหม และแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะชาใบหม่อนเพื่อสุขภาพแล้ว ในวันนี้ ใบหม่อน สามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูได้ โดยกรมหม่อนไหม และกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ ได้นำหญ้าเนเปียร์ผสมกับอาหารข้น แต่การปลูกหญ้าเนเปียร์ ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง ประเทศไทยมักเจอวิกฤตแล้งขาดแคลนน้ำมาตลอด การทดลองเอาใบหม่อนที่ปลูก มาทดลองใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน และลดต้นทุนอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง ก่อนหน้านี้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของใบหม่อนเป็นอาหารหมู โดยแบ่งหมูขุนเป็น 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ หมูคอกที่ 1 ให้อาหารข้นล้วน หมูคอกที่ 2 ใช้อาหารข้นผสมกับหญ้าเนเปียร์ และหมูคอกที่ 3 เลี้ยงด้วยอาหารข้น ผสมใบหม่อนสับละเอียด 10 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบ ในเบื้องต้น พบว่า แม้สภาพอากาศทั่วไปร้อนมาก
นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา นำคณะสื่อมวลชน ในโครงการสื่อมวลชนสัญจร “Food Feed Farm” ของกรมปศุสัตว์ เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเนื้อไก่ ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ณ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ครบวงจร จังหวัดนครราชสีมา ที่ทุกกระบวนการผลิตได้มาตรฐานระดับโลก ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ภายใต้หลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) สอดคล้องตามข้อกำหนดของอียู เพื่อผลิตอาหารปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลก โดยมี นายภาณุวัตร เนียมเปรม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และ นายสัตวแพทย์พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานการผลิตสัตว์ปีกและด้านความยั่งยืน ธุรกิจไก่เนื้อ ซีพีเอฟ ให้การต้อนรับ
อากาศร้อนจัด ไก่ตายเป็นเบือ กรมปศุสัตว์ เตรียมถกผู้เลี้ยงไก่ไข่-พ่อค้าคนกลางและโรงงานคัดแยกบรรจุไข่ไก่รอบใหญ่ปลายเดือนนี้ ก่อนประกาศบังคับใช้มาตรฐานสุขอนามัยอุตสาหกรรมไก่ไข่ทั้งระบบ ด้านผู้เลี้ยงขอรัฐช่วยหาแหล่งทุนหนุน หวั่นต้นทุนค่าตรวจสอบฟาร์มสูงถึงปีละ 3-5 หมื่นบาท ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ทำให้ไก่ไข่ยืนกรงของผู้เลี้ยงรายย่อยฟาร์มละ 1 หมื่นกว่าตัว ต้องตายลงถึงวันละ 20-30 ตัว จากปกติตายวันละ 1-2 ตัว เท่านั้น ทั้งที่มีการฉีดน้ำช่วงบ่ายแก้ปัญหาอากาศร้อนจัด ขณะเดียวกัน ภาครัฐ โดยกรมปศุสัตว์ก็เตรียมจะบังคับใช้มาตรฐานฟาร์ม ส่งผลให้เอกชนหลายรายหวั่นวิตกว่าจะไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนมาเลี้ยงในระบบปิดที่ได้มาตรฐานได้ตามแผน นายจอมพงษ์ ชูทับทิม ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ฉะเชิงเทรา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีกรมปศุสัตว์จะจัดประชุมเรื่อง ยุทธศาสตร์การเลี้ยงไก่ไข่ในอนาคตช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ว่า ประเด็นหลักคงเน้นเรื่องการปรับตัวหรือการปรับปรุงการเลี้ยงไก่ไข่ให้ได้มาตรฐานถูกสุขอนามัย ซึ่งกรมจะขอให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย ได้เสนอ
กรมปศุสัตว์ร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศ พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลด้านปศุสัตว์ สร้างความเชื่อมั่นในสินค้าฮาลาลและความปลอดภัยต่อผู้บริโภคทุกศาสนารองรับประชากรมุสลิมทั่วโลก นายสัตวแพย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้สนองนโยบายรัฐบาล ภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพธุรกิจสินค้าและบริการฮาลาล (พ.ศ. 2559 – 2563) ต่อยอดโครงการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลด้านปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อมุ่งหวังในการพัฒนาโรงฆ่าสัตว์และสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะควบคู่ไปกับมาตรฐานฮาลาล โดยมีเป้าหมายให้ทุกจังหวัดมีเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัย และถูกหลักการศาสนาอิสลามวางจำหน่าย เป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับภัตคาร และร้านอาหารในการปรุงอาหารฮาลาลในพื้นที่ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการบริโภคอาหารฮาลาลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนมีจำนวนมุสลิมที่ต้องบริโภคอาหารฮาลาลกว่า 300 ล้านคน จากกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวีย
รมว.เกษตรฯ เผยเกษตรกรพึงพอใจ ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับตัว อยู่ที่ฟองละ 2.50 บาท ผลจากมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ของกรมปศุสัตว์ โดยไม่ใช้งบประมาณรัฐ อาศัยความร่วมมือจากผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ มั่นใจเดินถูกทาง มาตรการถูกต้องเหมาะสม ยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไข่ไก่ ระบุว่า ราคารับซื้อไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ฟองละ 2.50 บาท สะท้อนถึงสัญญาณภาวะปริมาณผลผลิตไข่ไก่ที่เคยล้นตลาดเมื่อช่วงก่อนนี้ว่าเริ่มเข้าสู่สมดุล หลังจากภาคเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ทั้ง 16 บริษัท และเจ้าของฟาร์มไก่ไข่ขนาด 2 แสนตัวขึ้นไป ให้ความร่วมมือในการลดจำนวนไก่พันธุ์และลดแม่ไก่ไข่ยืนกรง พร้อมผลักดันการส่งออกไข่ไก่ไปจำหน่ายต่างประเทศ ตามแผนปฏิบัติการ “PS Support” ของกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ Egg Board ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาไข่ไก่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีเป้าหมายมุ่งสร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกรไทย โดยเ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ห้องประชุมโรงแรมอัศวรรณ อ.เมืองหนองคาย นสพ. สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ระหว่างตัวแทนปศุสัตว์ชายแดน ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา จากนั้นได้ปล่อยขบวนคาราวานความร่วมมือเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ขบวนรถเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษออกพ่นยาฆ่าเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรตามแนวชายแดน นสพ. สรวิศ กล่าวว่า สถานการณ์ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นโรคระบาดสัตว์สำคัญที่เกิดกับสุกร มีอัตราการป่วยและการตายสูง ปัจจุบันมีรายงานการเกิดโรคในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนพบการระบาดของโรคอย่างรุนแรง ล่าสุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานการเกิดโรคที่เวียดนาม ซึ่งไทยตรวจพบการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกรที่ผลิตจากเวียดนามโดยผ่านประเทศลาวเข้ามาทางจังหวัดนครพนม กรมปศุสัตว์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมกับด่านกักกันสัตว์ในพื้นที่เข้าปฏิบัติงานตรวจค้นจับกุมการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์โดยเฉพาะสุกร ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ที่ติดกับ สปป.ลาว ได้
น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) ว่าประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้ และย้ำว่า ASF เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น ไม่ติดต่อหรือเป็นอันตรายต่อคนหรือสัตว์อื่น ผู้บริโภคสามารถรับประทานหมูได้อย่างปลอดภัย 100% ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนยังคงเดินหน้าคุมเข้มเรื่องการป้องกันโรคอย่างเต็มกำลัง ล่าสุดได้ร่วมประชุมหารือร่วมกับองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และผู้บริหารระดับสูงของกรมปศุสัตว์จาก 5 ประเทศ ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (CLMV) และไทย เพื่อยกระดับแนวทางมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน และกำจัดโรค ASF ระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้โรค ASF สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในภูมิภาคนี้ และเศรษฐกิจของทุกประเทศ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศครั้งสำคัญ “ขณะนี้ทั้งไทยและประเทศเพื่อน กำลังร่วมมือกันบูรณาการเรื่อง ASF อย่างเข้มแข็ง ส่วนในเวียดนามที่พบการระบาดของ ASF ก็เร่งเดินหน้ามาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ควบคู่ไปกับการ
