กรมส่งเสริมสหกรณ์
หน้าชื่นตาบานไปตาม ๆ กันสำหรับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออกในฤดูกาลผลิตปีนี้ ที่ราคาผลไม้ แต่ละชนิดพุ่งทะลุเพดาน สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะราชาผลไม้อย่างทุเรียน แม้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นกว่า 15 % จากปีที่ผ่านมา แต่ราคากลับพุ่งไม่หยุดเฉลี่ยราคาหน้าสวนอยู่ที่ 125-135 บาทต่อกิโลกรัม แม้ผลผลิตผลไม้ชนิดอื่นกลับลดลง ไม่ว่าจะเป็นมังคุด เงาะ หรือลองกอง แต่ราคากลับไม่ลงอย่างที่คาด จากที่ประชุมคณะทำงานจัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจของภาคตะวันออกครั้งล่าสุด( ณ 11 พ.ค.64) ได้ประเมินผลผลิตทุเรียน มังคุด เงาะและลองกองจาก 3 จังหวัด ประกอบด้วย จันทบุรี ระยองและตราดนั้น ทุเรียนจะมีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 633,467 ตันเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.17 จากปีที่แล้ว ซึ่งมีผลผลิต 550,035 ตัน ส่วนมังคุด 157,207 ตัน ลดลงร้อยละ 25.97 จากปีที่แล้ว ซึ่งมีผลผลิต 212,345 ตัน เงาะ 197,438 ตัน ลดลงร้อยละ 6.27 จากปีที่แล้วซึ่งมีผลผลิต 210,637 ตันและลองกอง 19,617 ตัน ลดลงร้อยละ 12.75 จากปีที่แล้ว ซึ่งมีผลผลิต 22,484 ตัน “ผลผลิตผลไม้ในปีนี้ ทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลไม้อื่นเช่นมังคุดหรือเงาะ ผลผลิตลดลง ส่วนลำไยยังไม่ถึงฤดู
วันพืชมงคลของทุกปี นอกจากมีงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้วยังมีการพระราชทานโล่รางวัลแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ โดยในปีนี้(2564)ตรงกับวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม โดยทุกปี สถาบันเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกจะเข้ารับพระราชทานโล่และเงินรางวัล แต่เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์โรคโควิด จึงได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสถานที่รับรางวัลที่เหมาะสม นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการคัดเลือกสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติแต่ละประเภทเพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของสหกรณ์ให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างให้เกิดขวัญกำลังใจในการสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศโดยรวม อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยถึงคุณสมบัติของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้ารับการคัดเลือก โดยระบุว่าจะต้องมีผลการดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี มีข้อมูลงบการเงินย้อนหลังเพื่อการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 3 ปี และถ้าเป็นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ท
นายปรัชญา ดิลกสัตยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 กรม ส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด ได้มีการเชื่อมโยงสินค้า “เนื้อโคขุน” กับ สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสหกรณ์ผู้ผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพดี ภายหลังจากที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 ได้มีการจัดการประชุมเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างร้านค้าสหกรณ์กับสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้าในจังหวัดต่างๆ ทำให้สหกรณ์ฝั่งผู้จำหน่ายสินค้าและสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้าได้มีการพูดคุยและเริ่มส่งสินค้าสหกรณ์มาจำหน่ายที่ร้านค้าสหกรณ์ในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น โดยทางสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด จังหวัดนครปฐม โดยนำเนื้อวัว มาจำหน่าย ณ ร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด ตั้งอยู่ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อให้บริการสมาชิกของร้านฯ ซึ่งเป็นบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และบุคคลทั่วไป และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มีบริการรถ Foodtruck นำสินค้าเนื้อโคขุนพร้อมทาน มาจำหน่ายในรูปแบบของ สเต๊กเนื้อวัว ไส้กรอกเนื้อ เนื้อย่าง
ภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ช่วยผลักดันให้สินค้าที่เกษตรกรผลิต มีชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง ดังเช่นที่ตลาดจริงใจมาร์เก็ต ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ได้นำผลผลิตให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผ่านรูปแบบการจัดตลาดที่สะอาด เป็นระเบียบ น่าเดินชมสินค้าและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในวันหยุดสุดสัปดาห์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุริยะ คำปวง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาดจริงใจมาร์เก็ต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตลาดของภาคเอกชนที่ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตจากสวนของตนเองมาจำหน่าย หนึ่งในนั้นสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย เป็นกลุ่มอาชีพสังกัดสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด นำผลผลิตของสมาชิกมาวางจำหน่าย และได้รับการตอบรับอย่างมากเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ปลูกข้าวอินทรีย์และผักอินทรีย์ เป้าหมายต่อไปคือส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาอาชีพให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แห่งละประมาณ 1 แสนบาท โดยทางกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทรายได้นำมาซื้อเครื่องมือและอุปก
ปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำ คือชีวิตของเกษตรกร หลังกรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ที่อนุมัติจัดสรรเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 300 ล้านบาท ให้แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อนำไปดำเนินโครงการดังกล่าว โดยเบิกจ่ายจากเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำไปสนับสนุนเงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง ให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้เพียงพอตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดทั้งปี โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2559-2564 โดยปลอดการชำระหนี้ 2 ปีแรก หลังจากนั้น แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ภายใน 5 ปีตามระยะเวลาของโครงการ ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก มีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ จำนวน 6,010 ราย แบ่งเป็นขุดสระเก็บกักน้ำ 2,016 ราย ขุดเจาะบ่อบาดาล 2,715 ราย และจัดหาเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องสูบน้ำ ท่อส่งน้ำในระบบน้ำหยดหรือพ่นละอองน้ำอีก จำนวน 1,279 ร
นายปรัชญา ดิลกสัตยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 เตรียมจัดประชุมสร้างเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้ากับร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ เพื่อให้มีความร่วมมือกันแลกเปลี่ยนและกระจายสินค้าจากสหกรณ์ผู้ผลิต สมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรในชุมชน หรือผลผลิตของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน โดยจะจัดในวันที่ 26 มีนาคม 2564 นี้ ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ทั้งนี้ สหกรณ์ฝั่งผู้ผลิตสินค้า ประกอบด้วย 9 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอกราชบุรี จำกัด สหกรณ์ประมงบางแพ จำกัด จังหวัดราชบุรี สหกรณ์การเกษตรบางคนที จำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด สหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด จังหวัดนครปฐม สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอุตรดิตถ์ จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด และชุมนุมสหกรณ์ประมงแห่งประเทศไทย กับร้านสหกรณ์ 3 แห่ง ได้แก่ ร้านสหกรณ์พระนคร จำกัด ร้านสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด และร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด โ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการบริหารงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด” รวมถึงมอบนโยบาย “การส่งเสริมสหกรณ์ ภายใต้บริบทใหม่” ให้กับผู้ที่ดำรงสหกรณ์จังหวัดใหม่ 36 จังหวัด เน้นย้ำการนํานโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รับฟังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการกอง/สำนัก ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงตระหนักว่า ยังมีเกษตรกรชาวไทยที่ยากจนอยู่จำนวนมาก เนื่องจากยังขาดเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ และมีพื้นที่ทำประโยชน์จำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อแรงงานและผลตอบแทนเพื่อการดำรงชีพภายในครอบครัว ประกอบกับประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกษตรดังกล่าวจึงได้เข้าหักร้างถางป่าและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี อันทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ในปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานได้ทรงออกเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะอำเภอชะอำ อำเภอหัวหิน และอำเภอท่ายาง พระองค์สนพระราชหฤทัยในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์หุบกะพง ซึ่งอยู่ในคำแนะนำ ส่งเสริมของศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทรงเห็นว่าการดำเนินงานช่วยเหลือราษฎรให้มีที่ทำกินและประกอบอาชีพเป็นที่น่าพอพระราชหฤทัย ประกอบกับราษฎรในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบ
“ต้องปลูกฝังลูกหลานสมาชิกให้รักอาชีพการเลี้ยงโคนม มีผู้สืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนม และมีการอบรมส่งเสริมให้ความรู้ในการเลี้ยงโคนม” พระราชดำรัสความตอนหนึ่งที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตรัสแก่ผู้ที่มาเฝ้ารับเสด็จ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเกษตรกรเลี้ยงโคนมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย มีอายุเฉลี่ย 55-65 ปี และมีความต้องการอยากให้ลูกหลานสานต่ออาชีพ ขณะเดียวกันในส่วนของสหกรณ์โคนมก็ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ มาส่งเสริมฟาร์มโคนมสมาชิก ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ตระหนักการสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงโคนม จำเป็นต้องสร้างคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนมมาต่อ ยอดอาชีพพระราชทาน จึงได้น้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาสานต่อแนวพระราชดำริ โดยได้ทำโครงการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการสนั
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมการส่งเสริมการปลูกพริกซอสส่งโรงงานอุตสาหกรรมโครงการส่งเสริมการปลูกพริกซอสเพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ สหกรณ์ชาวนาวังทรายพูน จำกัด ณ แปลงปลูกพริกซอสของนายณรงค์ ทับทวี หมู่ที่ 4 ตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เป็นการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีทางเลือกในการประกอบอาชีพและลดปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้งโดยการส่งเสริมการปลูกพืชการใช้น้ำน้อย ซึ่งจังหวัดพิจิตร มีสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 4 แห่ง มีสมาชิกที่ปลูกพริกซอส 100 ราย ในพื้นที่ 188 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 4,500 กิโลกรัม/ไร่ ปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ จำนวน 846 ตัน มูลค่ามากกว่า 11 ล้านบาท
