กรมส่งเสริมสหกรณ์
ธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งการสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศเร่งกระจายหอมแดงศรีสะเกษออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด คาดสิ้นเดือนมกราคมนี้ ยอดสั่งซื้อทะลุ 2,000 ตัน พร้อมทำหนังสือด่วนเสนอปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานมหาดไทย ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการทุกจังหวัดระดมหน่วยงานในจังหวัดช่วยอีกทาง พร้อมชูแคมเปญสุดปัง “รักนะ..เลยให้หอม” กระตุ้นการบริโภค นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมกับสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ในการเร่งกระจายผลผลิตหอมแดงศรีสะเกษออกจากพื้นที่แหล่งผลิตโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะหอมปึ๋ง ซึ่งเป็นหอมที่ตากแห้งไว้ประมาณ 10-14 วัน และหอมมัดจุกซึ่งเป็นหอมตากแห้งที่นำมาทำความสะอาด คัดเกรดและมัดจุกสวยงาม ตั้งเป้าเบื้องต้นจะสามารถกระจายได้ประมาณ 2,000 ตันจาก 2 สหกรณ์ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้าธ.ก.ส.ศรีสะเกษ จำกัด โดยมุ่งเป้าจังหวัดทางภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องหอมทั้งสองประเภทนี้สามารถเก็บไว้ได้นานกว่าหอมสด “หอมสดไม่น่าห่วง 18 จังหวัดอีสานรอบแรกรับไปแล้ว 29,560 กก. มีรถขนส่งมารับทุกวัน ๆ ละหลายเที่
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของบุตร – หลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม โดยมี ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร. ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลียแม่โจ้ รองศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ผู้แทนมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้แทนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารฝึกอบรมส่วนกลาง สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายนิรันดร์ เปิดเผยว่า “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการ บูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ สถาบันการศึกษา และขบวนการสหกรณ์ ในการร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่เยาวชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ส
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมจัดงานแสดงกล้วยไม้ไทย ภายใต้แนวคิด “Blooming Siam The Global Charm of Thai Orchids งามอย่างไทย สู่ความเลอค่าระดับโลก” ระหว่างวันที่ 17–19 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 1 อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคกล้วยไม้ไทย พร้อมยกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงในเวทีโลก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานดังกล่าว ภายใต้โครงการสนับสนุนการกระจายผลผลิตและประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ไทยสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ปี 2568 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า งานแสดงกล้วยไม้ไทยครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30–20.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้าง Soft Power ให้กับกล้วยไม้ไทย ซึ่งถือเป็น
ศรีสะเกษไม่ได้มีดีเพียง “ทุเรียนภูเขาไฟ” หรือ “ข้าวหอมมะลิ 105” เท่านั้น แต่ยังมีพืชหัวคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน นั่นคือ “หอมแดงศรีสะเกษ” ซึ่งมีแหล่งปลูกหลักๆ อยู่ใน 7 อำเภอ ได้แก่ ยางชุมน้อย ราษีไศล กันทรารมย์ วังหิน เมืองศรีสะเกษ พยุห์ และอำเภอเมืองจันทร์ จากการคาดการณ์ของสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2568) ระบุว่า ฤดูการผลิตปี 2568/69 จังหวัดศรีสะเกษมีปริมาณผลผลิตหอมแดงรวมทั้งสิ้น 145,424 ตัน จากพื้นที่ปลูก 34,478 ไร่ โดยอำเภอยางชุมน้อยมีผลผลิตมากที่สุด จำนวน 99,733 ตัน รองลงมา อำเภอราษีไศล 27,815 ตัน และอำเภอกันทรารมย์ 16,226 ตัน ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในฤดูการผลิตปีนี้ ปริมาณผลผลิตหอมแดงเพิ่มขึ้นจากฤดูการผลิตปีก่อนถึง ร้อยละ 42.86 ส่งผลให้ราคาจำหน่ายปรับตัวลดลงเหลือเพียง 7–8 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ 10–11 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ประสบภาวะขาดทุน ล่าสุด นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอ
“น้ำ” คือ ชีวิต เป็นหลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก สมาชิกสหกรณ์การเกษตรคูเมือง จำกัด อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการสนับสนุนเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ภายใต้การดูแลบริหารเงินทุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้สถาบันเกษตรกรนำไปปล่อยกู้ให้กับสมาชิกใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำ ใช้ขุดสระ ขุดบ่อบาดาล และจัดหาวัสดุอุปกรณ์กักเก็บน้ำเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเอง ทำให้มีแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี ลุงบุญมี อาจกล้า เกษตรกรสมาชิกวัย 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 บ้านหัวฝาย ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกสหกรณ์ โดยกู้เงินสหกรณ์การเกษตรคูเมือง จำกัด จำนวน 30,000 บาท นำมาขุดบ่อเจาะบ่อบาดาลลึก 45 เมตร เพื่อใช้ในแปลงเกษตรกรผสมผสานควบคู่กับสระกักเก็บน้ำเดิมที่มีอยู่แล้วจำนวน 2 บ่อ ขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 40 เมตร และลึก 4 เมตร และกว้าง 20 เมตร ยาว 15 เมตร และลึก 4 เมตร บนเนื้อที่ 26 ไร่ 1 งานของลุงบุญมี แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 20 ไร่ หน่อไม้ 5 ไร่ พริก
สหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศพร้อมใจเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกนาปีจากเกษตรกรในพื้นที่ ตั้งเป้าปีนี้รวบรวมข้าวเปลือกไม่น้อยกว่า 4 ล้านตัน ขณะที่ราคาข้าวหอมมะลิพุ่งแตะกก.ละ 13.80 บาทแล้ว คาดว่าราคารับซื้อข้าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสหกรณ์การเกษตรหลายจังหวัดรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคานำตลาดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สหกรณ์ในหลายพื้นที่ได้พร้อมใจกันเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกนาปีจากเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหกรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ ชั้นดีของประเทศ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าราคาข้าวในหลายจังหวัดขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 12.50 – 13.80 บาท เป็นราคาที่สหกรณ์รับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิใหม่(สด) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ดำเนิน “โครงการสหกรณ์รับซื้อนำตลาด” เพื่อให้สหกรณ์การเกษตรเข้าไปรับซื้อผลผลิตในราคายุติธรรมและนำตลาด เช่นที่ สหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด จังหวัดยโสธร จัดโคร
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้างานตามนโยบายรัฐบาลสู่ความสำเร็จ ชู “DRIVE” ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนา พร้อมทั้งกำกับดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศอย่างสมดุลโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน “DRIVE“ ประกอบด้วย Development การพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง Regulation การกำกับดูแลสหกรณ์ด้วยหลักธรรมาภิบาล Innovation and Digital Technology การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม Values การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ และ Efficiency การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน “สืบเนื่องจากนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มอบนโยบายในการขับเคลื่อนสหกรณ์ภาคการเกษตรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจรในเรื่องการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์จะขับเคลื่อนงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานของกรมให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวง เน้นการทำงานเชิงรุก นอกจากนี
ในช่วงที่เศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในสภาพไม่แน่นอน การดำเนินธุรกิจขนาดเล็กย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันกับทุนรายใหญ่ที่มีความได้เปรียบจากต้นทุนทางการเงินที่มากกว่า โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่นับเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญที่มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตของคนในประเทศ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด สหกรณ์การเกษตรที่มีเกษตรกรสมาชิกประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ไข่เป็นหลัก เป็นหนึ่งในสหกรณ์ที่ประสบปัญหาเกษตรกรรายเล็กในพื้นที่ค่อยๆ เลิกเลี้ยงไก่ไข่ เนื่องจากแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นไม่ไหว รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่ต้องต่อสู้กับนายทุนขนาดใหญ่ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงเพิ่มสูงขึ้น โดยมีจำนวนไก่ที่เกษตรกรเลิกเลี้ยงมากถึง 150,000 ตัว จากปัญหาดังกล่าว สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญของสมาชิกผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่มีเหตุจำเป็นให้ไม่สามารถเลี้ยงต่อในฟาร์มได้ด้วยปัจจัยข้างต้น แต่ยังรักในอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ สหกรณ์จึงระดมทุนจากสมาชิกเพื่อสร้าง “ศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 53 ปี เดินหน้าขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลสู่ความสำเร็จ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ส่งเสริมเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนา พร้อมทั้งกำกับดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศอย่างสมดุล โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 53 ปี โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมส่งเสริมสหกรณ์ พิธีสงฆ์ พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 53 ปี โดยมี นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายมนัส เทพรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า เนื่องในว
กรมส่งเสริมสหกรณ์จับมือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในสหกรณ์นอกภาคการเกษตร หวังให้สหกรณ์ยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี มีความถูกต้อง โปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและการยอมรับจากทุกภาคส่วน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และดร.มะณู บุญศรีมณีชัย ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในการดำเนินงานของสหกรณ์ โดยมีผู้แทนสหกรณ์นอกภาคการเกษตร โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี เข้าร่วมกว่า 150 คน ณ ห้องประชุมชั้น 7 ชุมนุมสหกรณ์ ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ “การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์” และมีการถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ Zoom meeting ไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่เป็นเป้าหมายทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในการแนะนำ ส่งเสริม กำกับ และดูแลสหกรณ์ท
