กรมส่งเสริมสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 “GI fresh 2 you สินค้า GI สดใหม่ ใส่ใจคุณภาพ” คัดสรรสินค้าอัตลักษณ์ สินค้า GI สินค้าคุณภาพได้มาตรฐานจากทุกภูมิภาคของประเทศมาจำหน่ายถึงผู้บริโภคเอาใจคนเมืองได้ซื้อสินค้าดีมีคุณภาพจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง พร้อมกระตุ้นการจับจ่าย และสร้างรายได้ให้เกษตรกร พบกันที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 17 – 21 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการผลักดันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการผลักดันสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ พัฒนาองค์ความรู้กระบวนการผลิต การตลาด สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานแสดงและจำหน่
การปรับโครงสร้างสินค้าภาคการเกษตรของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรโดยเน้นการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รองรับผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิก กลายเป็นผลงานเด่นของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ภายใต้การนำของอธิบดี “วิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์” ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพราะพลันที่นายวิศิษฐ์ ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งอธิบดีเมื่อกว่า 4 ปีก่อน “การส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร” คือ 1 ในนโยบายที่อธิบดีให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ จากนโยบายดังกล่าว สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรมมากขึ้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายสินค้าเกษตร เพื่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตระหว่างชนิดสินค้า (Matching Business) และขับเคลื่อนโดยระบบเครือข่ายที่จะช่วยให้สินค้ามีการพัฒนาร่วมกับการลดต้นทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สามารถขับเคลื่อนไปด้วยกัน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้สหกรณ์ภาคการเกษตรที่ปัจจุบันมีจำนวน 4,509 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร อีก 4,661 กลุ่ม ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจในระดับชุมชนที่เป็นหลักในการช่
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอ้างว่านายทะเบียนสหกรณ์ มีคำสั่งให้เรียกคืนเงินปันผล-เฉลี่ยคืน ปี 2562 จากสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด กว่า 20,000 คน ให้ครบจำนวนกว่า 180 ล้านบาท ภายในเวลา 4 เดือน สร้างความเดือดร้อนแก่สมาชิกสหกรณ์เป็นจำนวนมากนั้น นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้รับรายงานจากสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น รองนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ประจำจังหวัดขอนแก่นมีรายงานแจ้งว่าตรวจพบข้อบกพร่องทางการเงินของสหกรณ์ โดยเหตุเกิดจากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด กรณีจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี 2562ไม่เป็นไปตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ โดยได้นำยอดกำไรสุทธิที่สูงกว่ากำไรจริง จำนวน 1,126,271,660.15 บาท เสนอให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 พิจารณาอนุมัติ ซึ่งทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย มีข้อบกพร่องทางการเงิน อีกทั้งหลังจากนั้นสหกรณ์ยังไม่สามารถเรียกคืนเงินปันผล-เฉลี่ยคืน ปี 2562 ตามจำนวนรายงวดที่สหกรณ์วางแผนไว้ได้ สหกรณ์จังหวัดขอนแก่น รองนายทะเบียนสหกรณ์ จึงออกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ (ขก) 61/2568 ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ดำเนินกา
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ภายใต้นโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินด้วยการกระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความเท่าเทียมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่ดินทำกินได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 อนุมัติในหลักการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร ที่ยากไร้ในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ โดยส่งเสริมการประกอบอาชีพและพัฒนาอาชีพของราษฎรในรูปแบบกลุ่มหรือชุมชน อาทิ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกษตรกรได้ร่วมกันบริหารจัดการที่ดิน ภายใต้หลักการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรมส่งเสริมสหกรณ์รับหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ในพื้นที่ คทช. โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ได้ประกาศผลการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายของโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ของทั้ง 7 กลุ่มพื้นที่เรียบร้อย พร้อมเร่งรัดจัดส่งนมแก่โรงเรียนกลุ่มพื้นที่เป้าหมายแล้ว นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า “ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เรื่อง ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอในประเด็นโครงสร้างระบบบริหาร โดยให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นเลขานุการคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน แทนกรมปศุสัตว์ และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 เห็นชอบการเพิ่มวัตถุประสงค์ในการสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์โคนม รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา ในการดำเนินกิจการผลิตนมในลำดับแรก มีการแบ่งพื้นที่การบริหารจัดการ ระดับกลุ่มพื้นที่ใหม่ จากเดิม 5 กลุ่ม เป็น 7 กลุ่ม และปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการ เกี่ยวกับการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียน จากการปรับเปลี่ยนหน่วยงานรับผิดชอบโครงการตามมติคณะรัฐมนต
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่แนะนำส่งเสริม และกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ ตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนจากหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ จึงได้ดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 66 ต่อแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนทุกภาคส่วนซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำหนดเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้สินทั้งระบบ ภายใต้ปรัชญาที่ต้องไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้ออกประกาศ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์และมีหนังสือขอความร่วมมือให้สหกรณ์ออมทรัพย์ทุกแห่งลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่สมาชิก โดยสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิก ตามแนวทางที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เสนอ รวมถึงมาตรการรวมหนี้ของสมาชิกจากสถาบันการเงินอื่นมาไว้ที่สหกรณ์โดยมีเงื่อนไขว่าสมาชิกจะไม่ก่อหนี้เพิ่ม ทั้งนี้ กรมฯ เล็งเห็นว่าการใช้เครื่องมือที่จะช่วยสร้างวินัยทางการเงินให้กับสมาชิก นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้สมาชิกรู้จักวางแผนการใช้จ่าย รู้จักประเมินความสามารถในการผ
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของสหกรณ์การเกษตรแม่ทา จำกัด จังหวัดลำพูน เทน้ำนมดิบทิ้งเพื่อประท้วงหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงกรมส่งเสริมสหกรณ์ ภายหลังสหกรณ์ประสบปัญหาถูกบริษัทเอกชนที่ร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงรับซื้อน้ำนมโคกับสหกรณ์หยุดรับซื้อน้ำนมดิบวันละ 7 ตัน จากสหกรณ์ โดยอ้างว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์รับซื้อน้ำนม ทำให้สหกรณ์การเกษตรแม่ทา จำกัด จำเป็นต้องประกาศหยุดรับซื้อน้ำนมจากสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมของสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2568 เป็นต้นไป สร้างความเดือดร้อนแก่สมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เนื่องจากไม่สามารถขายน้ำนมโคที่ตนเลี้ยงได้นั้น นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรณีสหกรณ์การเกษตรแม่ทา จำกัด ที่ประสบปัญหาผลิตน้ำนมได้มาก แต่ไม่สามารถขายน้ำนมดิบได้ เนื่องจากการที่สหกรณ์ถูกบริษัทปฏิเสธการรับซื้อน้ำนมดิบ ซึ่งไม่เป็นไปตาม MOU ทำให้สหกรณ์ที่ปกติมีการส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและมีการบริหารจัดการอาหารหยาบคุณภาพ สามารถรวบรวมน้ำนมดิบจากสมาชิกเฉลี่ยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณน้ำนมดิบค้างถังสะสมจำนวนมาก ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์
การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรด้วยการส่งเสริม “เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น” ถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผ่านแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ที่จะขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เกิดการพัฒนาทั้งระบบ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการยกระดับรายได้ของเกษตรเป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งเน้นการพัฒนาและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ซึ่งครอบคลุมสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะพื้นที่ สินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย สินค้าศิลปาชีพสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ รวมถึงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) พืชผลเกษตรและผลไม้เขตร้อน โดยการนำจุดเด่นของอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาใช้ในการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อผลักดันให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น “เรากำหนดแนวทางการพัฒนาและต่
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม นับเป็นช่วงที่ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด เริ่มออกสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจ 4 ชนิด ประกอบด้วย ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ซึ่งนับเป็นผลผลิตทางการเกษตรสำคัญที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากข้อมูลการผลิตและประมาณการผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่คาดการณ์ว่า ปี 2568 จะมีปริมาณผลผลิตไม้ผล 4 ชนิดดังกล่าวรวมถึง 1,453,862 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวน 999,211 ตัน (เพิ่มขึ้น 454,651 ตัน หรือร้อยละ 45.50) ทำให้กล่าวโดยสรุปได้ว่า ในปี 2568 ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออก ทั้ง 4 ชนิด (ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นสัญญาณบ่งบอกให้เตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณผลไม้เศรษฐกิจ ภาคตะวันออกจำนวนมหาศาลที่อาจประสบปัญหาล้นตลาดได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในเรื่องการยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัยพร้อมกำหนดให้การส่งเสริมด้านการตล
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม นับเป็นช่วงที่ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด เริ่มออกสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจ 4 ชนิด ประกอบด้วย ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ซึ่งนับเป็นผลผลิตทางการเกษตรสำคัญที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากข้อมูลการผลิตและประมาณการผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่คาดการณ์ว่า ปี 2568 จะมีปริมาณผลผลิตไม้ผล 4 ชนิดดังกล่าวรวมถึง 1,453,862 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวน 999,211 ตัน (เพิ่มขึ้น 454,651 ตัน หรือร้อยละ 45.50) ทำให้กล่าวโดยสรุปได้ว่า ในปี 2568 ผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออก ทั้ง 4 ชนิด (ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นสัญญาณบ่งบอกให้เตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณผลไม้เศรษฐกิจ ภาคตะวันออกจำนวนมหาศาลที่อาจประสบปัญหาล้นตลาดได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในเรื่องการยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย พร้อมกำหนดให้การส่งเสริมด้านการตลาดสินค้
