กรมหม่อนไหม
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามโครงการธนาคารปัจจัยการผลิตด้านหม่อนไหม ปี 2560 เผย เกษตรกรในชุมชนตอบรับเป็นอย่างดี ช่วยให้เกษตรกรมีเส้นไหมใช้ในการผลิตผ้าไหมได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่ไม่มีใบหม่อนเลี้ยงไหม โดยนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้เสริมอีกทาง นางสาวรังษิต ภู่ศิริภิญโญ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการติดตามการดำเนินงานโครงการธนาคารปัจจัยการผลิตด้านหม่อนไหม (เส้นไหม) ปี 2560 พบว่า ขณะนี้ธนาคารได้รับการสนับสนุนเส้นไหมไปแล้วจำนวน 416 กก. และเกษตรกรมีการยืมเส้นไหมจากธนาคารไปบ้างแล้ว โดยเกษตรกรมีต้นทุนในการทอผ้า เฉลี่ยเมตรละ 500 – 1,200 บาท ขึ้นอยู่กับลายผ้า (ไม่รวมค่าแรงในการทอ) และเกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคาเมตรละ 1,500 – 1,800 บาท สำหรับภาพรวม เกษตรกรพึงพอใจต่อนโยบายการสนับสนุนให้มีธนาคารในชุมชนในระดับมาก เนื่องจากช่วยให้เกษตรกรมีเส้นไหมใช้ในการผลิตผ้าไหมได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่ไม่มีใบหม่อนเลี้ยงไหม และเส้นไหมมีราคาสูง ช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตผ้าไหมหรือนำผ้าที่ทอได้มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้มีราย
อ.ส.ค.ไอเดียเจ๋ง จับมือกรมหม่อนไหมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมัลเบอร์รี่ผลสดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หวังเพิ่มความหลากหลายภายใต้ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คและช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวหม่อนไหม ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และ นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง อ.ส.ค. และกรมหม่อนไหม ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมัลเบอร์รี่ผลสดร่วมกับผลิตภัณฑ์นมในหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่สนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่และนมของอ.ส.ค. ภายใต้แบรนด์ไทย–เดนมาร์คเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่ ณ. ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงาน อ.ส.ค. กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า จากกระแสความนิยมบริโภคหม่อนผลสด หรือมัลเบอร์รี่ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากสนใจปลูกหม่อนผลสดเพิ่มขึ้น จนเกิดมีกรณีบริษัทเอกชนเข้าไปชักชวนให้เกษตรกรร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสดโดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงและหากสมาชิกแนะนำเกษตรกรรายอื่นเข้าร่วมปลูกด้วยก็จะให้ค่าตอบแทนแก่คนที่แนะนำด้วย กรมหม่อนไหมขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างบริษัทเอกชนและเกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป ชึ่งทางกรมหม่อนไหมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ทั้งสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ และศูนย์หม่อนไหมฯ ประชาสัมพันธ์เตือนเกษตรและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ หากมีเหตุการณ์ลักษณะหลอกลวง และ มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่เกษตรกร แนะนำให้ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมยังเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร ดังนั้น หากเกษตรกรหรือประชาชนท่านใดสนใจปลูกหม่อนผลสดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัว สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงได้ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 21 ศูนย
กรมหม่อนไหม มุ่งสืบสานพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อนุรักษ์ และสืบทอดภูมิปัญญาหม่อนไหมสู่เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายในการพัฒนาอาชีพการเกษตรเพื่อยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น โดยพัฒนาเกษตรกรไปสู่ Smart Farmer เป็นเกษตรกรมืออาชีพ ซึ่งปัจจุบันการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีอาชีพหนึ่ง ดังนั้น จึงได้มีการบันทึกข้อตกลงด้านความร่วมมือโครงการสร้างทายาทหม่อนไหมในโรงเรียนเพื่อเฉลิมพร
นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่องานด้านพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ กรมหม่อนไหม ซึ่งรับผิดชอบกิจกรรมในด้านการสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร จึงได้จัดทำ โครงการ “ตามรอยพระบาท คู่พระบารมี สู่ต้นกำเนิดศิลปาชีพ” ในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ณ วัดธาตุประสิทธิ์ ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เพื่อน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ รวมทั้งเป็นการสืบสานพระราชเสาวนีย์ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหม เพื่อให้เกษตรกร ผู้ทอผ้าไหม รวมถึงเยาวชน และผู้สนใจได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และได้รับความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพิ่ม ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัด “โครงการตามรอยพระบ
นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผ้าไหมไทยเป็นมรดกของชาติไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสวมใส่ สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสถานที่ ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น สามารถสวมใส่ได้สบายในชีวิตประจำวัน แต่หากสวมใส่ออกงานที่ใช้การตัดเย็บอย่างพิถีพิถันก็จะดูเรียบหรู และสะท้อนถึงรสนิยมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การซื้อผ้าไหมมาสวมใส่หรือมอบให้กับผู้ที่เคารพรักยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรไทยผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของไทยให้มีรายได้มากขึ้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และเป็นการแสดงออกถึงความรักและความระลึกถึงพระคุณของแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ กรมหม่อนไหม จึงรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป “ซื้อผ้าไหมให้แม่” เพื่อเป็นของขวัญอันล้ำค่าให้กับแม่หรือผู้ที่เคารพรักตลอดเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อผ้าไหม ได้ที่กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนร้านจำหน่ายผ้าไหมท
กรมหม่อนไหมร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาวิจัยสารสกัดจากดักแด้ไหม พบสารสำคัญมีฤทธิ์เทียบเท่าสารซิลเดนาฟิล(Sildenafil)หรือไวอากร้า มีส่วนช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน และช่วยการทำงานของสมอง นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากการร่วมมือศึกษาวิจัยดักแด้ไหม โดยนายวิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญกรมหม่อนไหมและคณะ ร่วมกับ ผศ.ดร.สมชาย จอมดวง อาจารย์คณะอุตสาหกรรมเกษตร รศ.ดร.ปรัชญา วงศ์ทวีเลิศ และดร.ณัฐชัย ดวงนิล อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการต่อยอดศึกษาสารสกัดในดักแด้ไหมที่มีฤทธิ์ต่อร่างกาย โดยได้นำดักแด้ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์นางน้อยศรีสะเกษ -1 และพันธุ์เหลืองสุรินทร์ ทั้งตัวผู้และตัวเมีย เข้าสู่กระบวนการสกัด และหลังจากตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการแล้ว พบว่า ดักแด้หนอนไหมทั้งตัวผู้และตัวเมียมีฤทธิ์เทียบเท่าสารซิลเดนาฟิล(Sildenafil) หรือไวอากร้า ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือดเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น โดยเฉพาะในเพศชาย และช่วยเสริมสมรรถนะทางเพศด้วย นอกจากนั้น ดักแด้ไหมยังมีคุณค่าทางอาหารสูง เช่นโปรตีน เกลือ
