กรมหม่อนไหม
วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมเป็นเกียรติในงานโครงการผลักดันไหมอุตสาหกรรมรังเหลือง (พะเยาโมเดล) ภายใต้แนวคิด (ไหมเหลืองภาคเหนือ : ทางเลือกใหม่ รายได้ดี มีตลาดนำ) โดยมี ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ ประเสริฐวงษ์ ปลัดจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธี โดยมี นายพิชัย เชื้องาม ผู้อำนวยการสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ เขต 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสาวลำแพน สารทึก ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมฯ เครือข่ายในพื้นที่ เขต 1 หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้แทนในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน ตลอดจนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เข้าร่วม ณ บ้านภูเงิน ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้แก่เกษตรกรหน่วยงานและผู้สนใจทั่วไปตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีด้านหม่อนไหม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตลอดจนเป็นช่องทางในการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพของเกษตรกร กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การซื้อขายรังไหม โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การซื้อขายรัง
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม มอบหมายให้ นางพรไสว ชุ่มบุญชู ผู้อำนวยการสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 2 นางสุธิรา พลเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์หม่อนไหม และคณะ เดินทางไปยังประเทศโรมาเนีย โดยในระหว่างวันที่ 10-16 กรกฎาคม 2567 โดยคณะเจ้าหน้าที่จากกรมหม่อนไหม ได้เข้าร่วมการพบปะ คณบดี Professor Daniel S. Dezmirean และคณาจารย์ ในคณะ Animal Science and Biotechnology แห่งมหาวิทยาลัย Agricultural Science and Veterinary Medicine of Cluj Napoca และยังเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านงานวิจัยและส่งเสริมถ่ายทอดเทคโนโลยีและการผลิตไหมของโลก (Global Centre of Excellence for Advance Research in Sericulture and Promotion of Silk Production, GCEARS-PSP) จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2016 โดยมีคณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (International Sericultural Commission หรือ ISC) เป็นผู้รองรับ ซึ่งศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่รวบรวมเชื้อพันธุกรรมไหมและหม่อนของประเทศโรมาเนีย พร้อมการ monitoring genetic stability, genetic profile จำแนกพันธุ์ ศึกษาด้านโรคแมลงศัตรูหม่อนไหม จำแนกโรคและเชื้อสาเหตุของโรคและแมลง classica
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยหลังจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์หม่อนไหม ว่าคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบรับรองไหมพันธุ์ NAN x J108 เป็นไหมพันธุ์แนะนำของกรมหม่อนไหม โดยตั้งชื่อเป็นทางการว่า “น่าน 72” หรือเรียกโดยทั่วไปว่า “เหลืองเมืองน่าน” คุณลักษณะของไหมพันธุ์นี้คือ เป็นไหมชนิดฟักออกปีละ 2 ครั้ง (Bivoltine) ที่มีรังไหมและเส้นไหมสีเหลือง ขนาดรังไหมค่อนข้างใหญ่ เปอร์เซ็นต์เปลือกรังสูง 20.96% ให้ผลผลิตสูงในช่วงฤดูหนาวถึง 29 กิโลกรัม ส่วนสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงไหมพันธุ์นี้ควรมีอากาศเย็น จึงเหมาะสมในการเลี้ยงในฤดูหนาว โดยไหมพันธุ์น่าน 72 เป็นไหมพันธุ์ไทยที่เกิดจากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ไหมในโครงการวิจัย เรื่องการปรับปรุงพันธุ์ไหมชนิดฟักออก ปีละ 2 ครั้ง (Bivoltine) ลูกผสมเดี่ยว รังสีเหลือง จากสายพันธุ์น่านให้มีปริมาณและคุณภาพที่ดีเหมาะสมกับการเลี้ยงไหมในเขตภาคเหนือของไทย คุณลักษณะเด่น มีความแข็งแรง รังไหมมีขนาดใหญ่ และรังสีเหลือง มีเปอร์เซ็นต์เปลือกรังสูง และผลผลิตรังไหมต่อแผ่นสูง ส่งผลทำให้เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น ซึ่งเหมาะที่จะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำไป
กรมหม่อนไหม จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2552 ตามพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเล็งเห็นว่า “ไหมคือศรีแห่งแผ่นดิน” จึงมีพระราชดำริให้มีหน่วยงานดูแลงานด้านหม่อนไหมอย่างครบวงจร เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนางานด้านหม่อนไหมมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ในปีนี้ กรมหม่อนไหมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรหม่อนไหมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกษตรกรต้อง “กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด” ในกระบวนการผลิตต้นน้ำ วางเป้าเพิ่มจำนวนเกษตรกรไม่น้อยกว่า 1,000 ราย ทั้งส่งเสริมเกษตรกรรายใหม่และฟื้นฟูเกษตรกรหม่อนไหมรายเดิมให้หันกลับมาปลูกหม่อนและเลี้ยงไหมมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ สปก. และ คทช. เพื่อให้เกษตรกรผลิตเส้นไหมและผ้าไหมมีคุณภาพเพียงพอต่อกับความต้องการของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการผลิตผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งเป็นมาตรฐานผ้าไหมไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานไว้ ประ
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ประจำปี 2567 ครั้งที่ 1/2567 ณ กรมหม่อนไหมและผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมี นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมการประชุม โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) ในการจัดงานและได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดงานฝ่ายต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานครั้งนี้ โดยกรมหม่อนไหมได้กำหนดจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ประจำปี 2567 ซึ่งจะมีการแสดงนิทรรศการ การประกวด การจำหน่ายผลิตภัณฑ์หม่อนไหม และผ้าไหมไทยใหญ่ที่สุดแห่งปี 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 3 สิงหาคม 2567 ณ ฮอลล์ 6-7 ศูนย์ประชุมและการแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี
กรมหม่อนไหมมีจุดเน้นในการขับเคลื่อนงานด้านหม่อนไหม ให้ความสำคัญกับต้นน้ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ หม่อนไหมให้ได้มาตรฐาน เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปัจจัยการผลิตให้มีคุณภาพ ผลผลิตสูง การสนับสนุนงานด้าน หม่อนไหมในพื้นที่โครงการพระราชดำริต่าง ๆ และการขยายผลโครงการไปสู่ชุมชนพันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ในปี 2567 กรมหม่อนไหมมีจุดเน้นในการขับเคลื่อนงานด้านหม่อนไหม ดังนี้ 1. ให้ความสำคัญกับต้นน้ำ ในการส่งเสริมให้เกษตรกรรายใหม่และฟื้นฟูเกษตรกรหม่อนไหมรายเดิมให้หันกลับมาปลูกหม่อนและเลี้ยงไหมมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ สปก. และ คทช. รวมทั้งวางแผนการผลิตและการตลาดร่วมกับภาคเอกชนภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่น 2. ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมและเส้นไหมให้ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตเส้นไหมและผ้าไหมให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อกับความต้องการของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการผลิตผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งเป็นมาตรฐานผ้าไหมไทยที่สมเด็จพระ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานวันคล้ายวันสถาปนา กรมหม่อนไหม เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี “14 ปีกรมหม่อนไหม สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาสู่ความยั่งยืน” พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงาน โดยมีนายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ให้การต้อนรับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมหม่อนไหมว่า กรมหม่อนไหมจัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชปณิธานที่จะส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อันนำมาสู่การสถาปนา กรมหม่อนไหมขึ้น เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2552 เพื่อเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ ด้านการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาหม่อนไหม ทั้งระบบ รวมถึงการอนุรักษ์สืบสานศิลปหัตถกรรม ภูมิปัญญาไหม ให้คงอยู่คู่ประเทศไทย ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมได้ดำเนินงานภายใต้ภารกิจสำคัญ เพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเ
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมโชว์ “วิถีหม่อนไหม” ลายผ้าซิ่นตีนแดง ลายผ้าไหมเอกลักษณ์ของชาวบุรีรัมย์ อวดความเป็นไทยให้ชาวโลกรับรู้ ผ่านนักแข่งและนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023” วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรบุรีรัมย์ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคีเครือข่าย จัดนิทรรศการ “วิถีหม่อนไหม” ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023” (OR THAILAND GRAND PRIX 2023) ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่อยู่คู่
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดค้นนวัตกรรมทางการแพทย์ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมกับโปรตีนไหมไทย จนเกิดเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและระบบนำส่งยา ของการรักษาโรคมะเร็ง โรคข้อเสื่อม การผลิตหลอดเลือดเทียม เส้นประสาทเทียม ท่อน้ำตาเทียม การพิมพ์เนื้อเยื่อสามมิติ การทาเปลือกตาเทียม ทาแผ่นปิดแผลนำส่งยา การทาผิวหนังเทียม และกระดูกเทียม นวัตกรรมทางการแพทย์จากไหมไทยนี้ ศ.ดร.ศิริพร ดำรงค์ศักดิ์กุล และรศ. ดร.โศรดา กนกพานนท์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการวิจัยเนื่องจากเห็นว่า ไหมไทยเป็นวัตถุดิบทางการเกษตรที่สำคัญ และมีสมบัติที่ดีเหมาะสมสำหรับนำมาใช้ทางการแพทย์ จึงดำเนินงานวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จนำมาใช้เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ในการรักษาโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ ได้ ปัจจุบันคณะผู้วิจัยสามารถพัฒนาระบบนำส่งยาและสารสำคัญ รวมถึงวิศวกรรมเนื้อเยื่อจากชีววัสดุไฟโบรอินที่สกัดจากรังไหมไทยในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งไฮโดรเจล โครงสามมิติ แผ่นแปะ อนุภาคขนาดไมครอน เส้นใยขนาดนาโน เป็นต้น เพื่อประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะระบบนำส่งยาหรือสารออกฤทธิ์เพื่อรั
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 17 ประจำปี 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย พร้อมผลักดันมาตรฐานไหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ไหมไทย เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ให้คงอยู่กับปวงชนชาวไทยและเพื่อให้ผ้าไหมไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องหมายนกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ที่เน้นแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และที่สำคัญต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น และเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและสนองพระราชปณิธานอันแน่วแน่ รวมถึงร่
