กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วันที่ 3 มีนาคม 2564 นายแพทย์ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยถึงกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พ.ศ. 2564 ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 2 มีนาคม 2564 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย กำหนดให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีภารกิจเกี่ยวกับการให้บริการทางวิทยาศาสตร์ โดยดำเนินการกำกับดูแล ส่งเสริม วิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นสถานปฏิบัติการกลางทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยให้ วศ. มีอำนาจหน้าที่สำคัญ ดังนี้ 1.พัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ โดยการส่งเสริมสนับสนุนและดำเนินการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ด้านเคมี ด้านฟิสิกส์ และด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศและทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรห้องปฏิบัติก
ศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รายงานผลการติดตามการใส่หน้ากากอนามัยโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ว่ามีแนวโน้มน่าเป็นห่วง เพราะในช่วง 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ ใส่หน้ากากอนามัยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันสูงถึง 3.97% ถึงแม้ว่าตัวเลขการใส่หน้ากากอนามัยโดยรวมยังสูงอยู่ที่ 96% แต่ทั้งเดือนที่ผ่านมา มีข้อมูลชัดเจนว่าประชาชนมีความระมัดระวังน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และช่วงวันหยุดยาว มีคนออกมาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการแพร่ระบาด จึงอยากขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อให้มากขึ้น ระบบปัญญาประดิษฐ์ เอไอมาสต์ นี้ ได้เพิ่มพื้นที่ในการเฝ้าระวังการใส่หน้ากากอนามัยมาเป็น 31 จุด ครอบคลุม 30 เขต ทั่วกรุงเทพฯ โดย พบว่า เขตยานนาวา มีประชาชนผู้สัญจรที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องมากที่สุดถึง 19.32% หรือสูงถึง 1 ใน 5 คน โดยถัด
ในช่วงวิกฤติที่ทั่วโลกกำลังรับมือการระบาดของโควิด-19 ทั้งหน้ากาก N95 และอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคขั้นพื้นฐานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนและไม่สามารถซื้อหาได้ จึงกลายเป็นโจทย์ให้บุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ สถาปนิก วิศวกร จากภาครัฐและเอกชน มารวมพลังกันสร้างนวัตกรรมเป็นชุดป้องกันเชื้อโรคที่เปรียบเสมือนชุดเกราะสำหรับสู้รบกับโรคระบาด อีกทั้งยังสามารถซักล้างทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ชุดหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะพร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) เป็นผลงานที่สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai SUBCON) ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมี อ.นพ.เข็มชาติ หวังทวีทรัพย์ จากภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมชุดหน้ากากดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากการบูรณาการองค์ความรู้ของอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมตัวเป็นกลุ่ม ThaiMIC กลุ่มสหศาสตร์นวัตกรรมเพื่อโควิด-19 เช่น แพทย์ สถาปนิก วิศวกร และนักเทคนิคการแพทย์ และเป็นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนหน้ากาก N95
กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีความห่วงใยประชาชนคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบการดื่มเบียร์ โดยนำเกร็ดความรู้มาแนะนำนักบริโภคเครื่องดื่มประเภทดังกล่าว เพื่อปรับเปลี่ยนการดื่มเบียร์เพื่อความสนุกสนานแต่ทำลายสุขภาพ มาเป็นการดื่มความสุนทรียะและส่งผลดีต่อสุขภาพกันดีกว่า โดยทั่วไป “เบียร์” เป็นเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ 0.5 ดีกรีขึ้นไป โดยมีกระบวนการหมัก “เวิร์ต” (wort) ด้วยยีสต์ ซึ่งเวิร์ตมาจากการต้มสกัดมอลต์ข้าวบาร์เลย์กับฮอป มีสารที่ให้ประโยชน์ ได้แก่ กรดโฟลิค กรดอะมิโน ซูโดยูริดีน ไกลซีนบีเทน เมลานอยดิน แซนโธฮิวมอล สารประกอบฟีนอลิก และมีโปรตีนและเส้นใยอาหาร ซึ่งผลงานวิจัยพบว่า เบียร์มีฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็ง มีฤทธิ์ต้านไวรัสและ HIV ต้านจุลินทรีย์ โรคกระดูกพรุน การกลายพันธุ์ ฤทธิ์ปกป้องหัวใจ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงจากภาวะสมองเสื่อม ชะลอความแก่ ป้องกันโรคเบาหวาน รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น การดื่มเบียร์จะมีผลดีต่อสุขภาพหากดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับสารที่เป็นประโยชน์โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสห
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนติดตั้งอุปกรณ์ติดตามด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมบนตัวเหยี่ยวดำไทยเพื่อศึกษาเส้นทางอพยพระหว่างประเทศ หลังพบนกเหยี่ยวชื่อ “นาก” ที่เกิดใน อ.ปากพลี จ.นครนายก อพยพผ่านเส้นทางเมียนมาร์ บังคลาเทศ และไปอาศัยอยู่ที่อินเดีย ผศ.น.สพ.ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว หน่วยวิจัยนกนักล่าและเวชศาสตร์การอนุรักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัยนิเวศวิทยาของเหยี่ยวดำชนิดย่อยประจำถิ่นในประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สาธิตเทคนิคการติดอุปกรณ์ติดตามด้วยดาวเทียมบนตัวเหยี่ยวดำไทย และเทคนิคการติดตามเหยี่ยวดำไทยระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อศึกษาเส้นทางอพยพ ณ สถาบันเกษตรอินทรีย์อาชีพแบบพอเพียง ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 การติดอุปกรณ์ติดตามด้วยดาวเทียมบนตัวเหยี่ยวดำไทยหรือเหยี่ยวดำชนิดย่อยประจำถิ่นในประเทศไทย เพื่อศึกษาเส้นทางอพยพเพิ่มเติมหลังจากนักวิจัยพบว่า เหยี่ยวดำเพศผู้ชื่อ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัยให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินโครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตองุ่นไชน์มัสคัตเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ การปลูก การจัดการโรคและแมลง เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวองุ่นไชน์มัสคัต และการประเมินคุณภาพองุ่นให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก ตาก และกำแพงเพชร พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อปรับปรุงคุณภาพ เพิ่มศักยภาพในตลาดส่งออก องุ่นไชน์มัสคัต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท (โทร. 081-971-3510) กล่าวว่า องุ่นพันธุ์ “ไชน์มัสคัต” (Shine Muscat) ถูกปรับปรุงพันธุ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2531 ที่สถานีวิจัยองุ่นและพลับอะกิซึ จังหวัดฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นทะเบียนพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2549 เป็นลูกผสมระหว่าง องุ่นพันธุ์ Akitsu21 [Steuben (Vitislabruscana) x Muscat of Alexandria (V. vinifera)] กับองุ่นพ
“ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง” ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติคนใหม่ ชู 10 เรื่องเด่นการวิจัยไทย ปี 2564 จากการขับเคลื่อนและบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การวิจัยทางด้านการแพทย์รับมือและป้องกันโควิด-19 การวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการวิจัยที่มุ่งตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การพัฒนาระบบกลางข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะ และการมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนและบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การพัฒนาเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และสำหรับปี พ.ศ.2564 มี 10 เรื่องเด่นการวิจัยไทย ดังนี้ 1) ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพท
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีภารกิจที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย และให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณยกย่องนักวิจัย หรือหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยมีการมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ (ระดับปริญญาเอก) และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ วช. ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของนักประดิษฐ์ และนักวิจัยในอันที่จะพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่างๆ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ เป็นรางวัลที่มอบให้นักวิจัยที่มีสัญชาติไทย ซึ่งได้อุทิศตนให้แก่การวิจัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องในกลุ่มวิชาการหรือสหวิทยาการอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิจัยดีเด่นที่แสดงถึงความคิดริเริ่ม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนการพัฒนาและมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับดี สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นแก่ผลงาน “ชุดเครื่องมือเขย่าเกสรและพ่นผสมเกสรพันธุ์พืช เพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์” แก่นายสมศักดิ์ แข็งแรง อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคลำปาง นายสมศักดิ์ แข็งแรง เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ ได้มีการปลูกพืชผักประเภท ฟักทอง แตงกวา พริก มะเขือ มะระ และพืชผักอื่นๆ เพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงกวา เมล็ดผักขม เมล็ดผักสลัด ให้กับบริษัท เช่น บริษัท เจียไต๋ บริษัท โพเทคเมล็ดพันธุ์ บริษัท อีทส์ เวทส์ ซีด จำกัด (ตราศรแดง) แต่ความต้องการในการขยายพันธุ์ของเกษตรกรไม่เพียงพอ เนื่องจากเกษตรกรจะเก็บดอกสดของเกสรตัวผู้ มาสัมผัสกับดอกเกสรตัวเมีย โดยการผสมเกสรด้วยมือ หรือใช้พู่กันจิ้มเกสรตัวผู้สัมผัสกับเกสรดอกตัวเมีย ซึ่งการผสมด้วยมือจะทำยากลำบาก ผลผลิตติดยากไม่สมบูรณ์ บางครั้งอาจทำให้เกสรหัก เกิดความเสียหายต่อดอกได้ อีกทั้งยังเกิดความล่าช้าในการผสมเกสร ทำให้เกษตรกรต
นักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร คิดสูตรเซรั่มบำรุงผิว ลดริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใสบำรุงลึกเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการเกิดและการอักเสบของสิว จากสารสกัดกุหลาบมอญ และสารสกัดจากใบมะยม เพิ่มมูลค่าให้กับพืชไทย ล่าสุดคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับประกาศเกียรติคุณ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ปัญหาเรื่องใบหน้า นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน และยิ่งคนที่ผิวหน้าบอบบางมีแนวโน้มแพ้มลพิษง่ายอยู่แล้ว ย่อมมีโอกาสเจอกับปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องบุคลิกภาพและความมั่นใจ จุดนี้เอง นักวิจัยจึงได้คิดค้น เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นนวัตกรรมจากการนำ กุหลาบมอญ และใบมะยม มาสกัด จนเป็นผลสำเร็จ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐคิดค้น ประจำปี 2564 ระดับประกาศเกียรติคุณ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “Absolute Rose Emulsion นวัตกรรมเซรั่มบำรุงผิว ลดริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใส บำรุงลึกเพิ่มความชุ่มชื้น ลดสิวและ
