กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นายแพทย์ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้เดินทางไปร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 20 จังหวัดร้อยเอ็ด ณ มณฑลทหารบกที่ 27 ค่ายประเสริฐสงคราม ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเทศกาลดังกล่าวได้จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปีเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ทั่วโลกต่างกล่าวถึงคุณค่าและคุณภาพของข้างหอมมะลิโดยเฉพาะที่ผลิตจากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้กว่า 9 แสนไร่ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร สุรินทร์ และมหาสารคาม เป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งมีพัฒนาการตั้งแต่กระบวนการผลิตให้ได้คุณภาพ การแปรรูปตั้งแต่ขั้นต้นไปสู่ขั้นสูงที่นำนวัตกรรมมาต่อยอดแบบครบวงจร ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำผลงานผลิตภัณฑ์จากโครงการยกระดับสินค้า OTOPร่วมแสดงนิทรรศการ จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ แป้งชุบทอดกรอบจากแป้งข้าวหอมมะลิ เครื่องดื่มน้ำข้าวผสมเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เทคโนโลยีการผลิตอาหารขบเคี้ยวจากปลายข้าวไขมันต่ำอบกรอบด้วยไมโค
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และพันธมิตร พัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียว “หอมนาคา” ขยายผลสู่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพการผลิตข้าวคุณภาพตรงตามพันธุ์ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. โดย ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ได้มีการทำงานร่วมกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศ โดยเน้นด้านการพัฒนาพันธุ์พืชและการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันไบโอเทค สวทช. เป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์แนวอณูวิธี (molecular breeding) กับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าว ซึ่งเน้นพ
23 พฤศจิกายน 2563 วันสุดท้ายสำหรับงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2563” ซึ่งจัดโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยปีนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมจัดนิทรรศการใน Theme “DSS Paper Neverland ดินแดนมหัศจรรย์ งานเริ่มตั้งแต่ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี บรรยากาศภายในงานโดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาเต็มไปด้วยครอบครัวที่ชวนกันมาชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน เป็นการเติมความรู้นอกห้องเรียนควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ของครอบครัว นอกจากนี้ น้องๆ นักเรียนที่มากับโรงเรียนต่างรู้สึกตื่นเต้นกับการค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านนิทรรศการที่หลากหลายรูปแบบ และในบู๊ธของกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกระดาษ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งมีทั้งนำเสนอในรูปแบบข้อมูลพร้อมภาพประกอบเป็นบอร์ดนิทรรศการ การอธิบายเพิ่มเติมจากนักวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชั่นจากโทรศัพท์มือถือ การเล่นเกมสนุกสนาน โดยวัตถุประสงค์หลักของการนำเสนอ เพื่อเป็นการกระตุ้นใ
วช. ให้รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ผลงานประดิษฐ์คิคด้น ระดับดีเด่น แก่งานวิจัยโคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ สายพันธุ์จากอเมริกา-แคนาดา ให้ผลผลิตน้ำนมสูง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2563 ระดับดีเด่น สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา แก่ผลงานโคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ โดย ดร. สายัณห์ บัวบาน และสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ แห่งกรมปศุสัตว์ ที่มีแหล่งกำเนิดพ่อพันธุ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ที่ให้ผลผลิตน้ำนมสูง ตอบสนองความต้องการในประเทศได้ดี ดร. สายัณห์ฯ เปิดเผยว่า มีการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ ระหว่างพ่อโคนมที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศสหรับอเมริกา และแคนาดา กับแม่โคพันธุ์พื้นเมือง หรือลูกผสมบราห์มันพื้นเมืองที่มีคุณสมบัติ ความสมบูรณ์พันธุ์สูง หากินเก่ง ทนร้อน ทนโรคแมลง จนได้พันธุ์แท้ที่สามารถผลิตน้ำนมคุณภาพดีและได้มาตรฐาน เข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตน้ำนม และส่งต่อไปยังผู้บริโภคอย่างดีและปลอดภัย อีกทั้งน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์โคนมได้ผ่านการทดสอบว่า ไม่เป็นโรคทางพัน
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดบ้านพาชม “ศูนย์บริหารคลังตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยาและสตัฟฟ์สัตว์” หวังปลูกฝังแนวคิดให้คนไทยร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่า และเสริมสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และธรรมชาติวิทยาแก่ประชาชนในวงกว้าง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและการเรียนรู้ของคนในสังคม พร้อมทั้งเจาะลึกเรื่องราวการทำ Taxidermy ถือเป็นศูนย์ที่เชี่ยวชาญการสตัฟฟ์สัตว์ที่มีความพร้อมและสมบูรณ์ที่สุดในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ดร.นพรัตน์ เทพเทพา ผู้อำนวยการสำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพวช. เปิดเผยว่า อพวช. เป็นหน่วยงานซึ่งมีภารกิจหลักในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ โดยมีศูนย์บริหารคลังตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยาและสตัฟฟ์สัตว์ เป็นศูนย์กลางของการศึกษาวิจัยด้านธรรมชาติวิทยาของประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง อีกทั้งยังเป็นศูนย์จัดแสดงนิทรรศการความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีการสตัฟฟ์สัตว์เพื่อการเก็บรักษา และจัดแสดงผ่านตัวอย่างสัตว์สตัฟฟ์เกือบทุกกลุ่ม ซึ่งการสตัฟฟ์สัตว์เป็นการใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับศิลปะทำให้สัตว์ท
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับความไว้วางใจจากผู้แทนทุกรัฐวิสาหกิจให้ดำรงตำแหน่ง ประธานชมรมรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม (ชรส.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ณ การประปานครหลวง สำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ ชมรมรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ ชรส. เป็นการรวมกลุ่มของรัฐวิสาหกิจ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การสนับสนุนช่วยเหลือชุมชน และสังคม โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของรัฐวิสาหกิจและจากภาคีเครือข่าย ให้ชุมชนมีกิจกรรมร่วม เป็นเครือข่ายสมานฉันท์ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ทั้งระหว่างกันเองและองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการใช้ภูมิปัญญาสนับสนุนให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนำศักยภาพของทุกรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานเกี่ยวข้องมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการดำเนินกิจการเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) อย่างยั่งยืนต่อไป
กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) มุ่งสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับการคิดค้นวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น เพิ่มโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของคนไทยที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นการลดการซื้อและนำเข้าสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 วศ. พัฒนานวัตกรรมต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง และได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1.รถพยาบาลเคลือบสารต้านจุลชีพ รถตู้มาตรฐานที่ได้รับการปรับปรุงภายในห้องโดยสารให้เหมาะสำหรับ รถพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และผู้ปฏิบัติงาน ลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ 2.รถพยาบาลโครงสร้างปลอดภัยเคลือบสารต้านจุลชีพ รถกระบะมาตรฐาน ที่ได้รับการดัดแปลงโครงสร้างห้องโดยสารพยาบาล เน้นคุณสมบัติความปลอดภัย 3.พื้นสังเคราะห์อเนกประส
รมว.อว.เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ชื่นชมนำองค์ความรู้และงานวิจัยให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ณ ศูนย์เรียนธนาคารปูม้าบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2563 โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และคณะผู้บริหารจาก วช. พร้อมด้วยนักวิจัยในโครงการ ให้การต้อนรับ และนำบรรยายสรุปพร้อมเยี่ยมชมโครงการ พร้อมกันนี้ รมว.อว.ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยชุมชน เครือข่ายวิจัยภูมิภาคภาคใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายหลังเยี่ยมชมโครงการ รมว.อว.กล่าวชื่นชม วช. และ ม.วลัยลักษณ์ ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาโครงการธนาคารปูม้าชุมชน โดยเฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แ
ปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญโรคอุบัติใหม่ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการว่างงานเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยต้องปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตให้เข้ากับยุควิถีใหม่ (New Normal) “ศาสตร์พระราชา” ภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นกลไกสำคัญที่ภาครัฐบาลนำมาใช้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยในระยะยาวเช่นเดียวกับ ยุทธศาสตร์การพัฒนานวัตกรรมงานวิจัย เพื่อใช้ฐานความรู้จากงานวิจัยมาช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม การผลิตและการบริการของประเทศไทย ให้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยบนเวทีตลาดโลก ในศตวรรษที่ 21 อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัย ได้ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทร
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP โดยอาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แก่ บริษัท ลอฟท์ บิวเดอร์ จำกัด ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ที่แตกไลน์ธุรกิจ นำเทคโนโลยีระบบฟาร์มเกษตรในอาคาร หรือ Plant Factory มาใช้กับการปลูกพืชออร์แกนิกในห้องพักอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองของบริษัท ทำให้ได้ต้นแบบห้องที่ปลูกผักและผลไม้ออร์แกนิกชนิดต่างๆ เช่น สตรอเบอรี่ Kale และสมุนไพรเมืองหนาว อาทิ พาสเลย์และดอกไม้กินได้ สำหรับไว้ปั่นกินได้ทุกฤดูกาล พร้อมเป็นสถานที่ดูงานของลูกค้าบริษัทที่สนใจจะทำระบบฟาร์มเกษตรในอาคารได้เห็นต้นแบบของธุรกิจประเภทนี้ เพราะผักและผลไม้ออร์แกนิกที่ปลูกเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงในตลาด ราคาแพง และการลงทุนของเทคโนโลยีนี้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถจะพอลงทุนได้ด้วยกำลังของตัวเอง คุณชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า โครงการยกระดับผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ควา
