กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผศ.ดร. อภิรดา ชิณประทีป สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) นักวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยเร่งด่วน จาก วช. ให้ข้อมูลว่า ในระหว่างที่มีความกังวลเรื่องการระบาดของโรค โควิด-19 การซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม – มูลค่าการซื้อขายออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ประมาณการมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (ปริมาณการใช้งาน เพิ่มขึ้น 88.19%) – ปริมาณการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นลาซาด้า เพิ่มขึ้น 121.52%, แอปพลิเคชั่นช้อปปี้ เพิ่มขึ้น 478.59% และแอปพลิเคชั่นแกร็บ เพิ่มขึ้น 74.36 % โดยปี 2562 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยอยู่ที่ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท (ที่มา: ประมาณการจากข้อมูลเบื้องต้นโดย กสทช. และ ETDA) แหล่งข้อมูล. ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคเหนือ จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2563 (Regional Research Expo 2020)” เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดหลัก “งานวิจัยเพื่อสร้างชุมชนนวัตกรรมและเศรษฐกิจภูมิภาค” โดยเชื่อมโยงแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ Luangprabang-Indochina-Mawlamyine Economic Corridor (LIMEC) ระหว่างวันที่ 1 – 2 มีนาคม 2563 ณ อาคารหอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ลำรางทุ่งกะโล่ จังหวัดอุตรดิตถ์ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานในพิธีเปิดงานกล่าวว่า วช. จัดงานมหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ในครั้งนี้ เป็นการขยายผลสำเร็จจากการจัด”งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ (Thailand Research Expo)” ไปสู่การจัดเวทีในระดับภูมิภาค เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่นักวิจัยและนักวิชาการในระดับภูมิภาค ได้นำเสนอ
ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินงานจากโครงการวิจัยท้าทายไทย ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาสารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ณ จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับนายวรรณพล ต่อพงษ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู และ ศ.ดร. พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย (Director) พร้อมมอบเตาเผาถ่านไบโอชาร์สำหรับการขยายผลในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหนองบัวลำภูเพื่อใช้ในการลดสารเคมีในน้ำอุปโภคบริโภค ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อร่วมการขับเคลื่อน “หนองบัวลำภู Model” เป็นการร่วมแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการลดการใช้สารเคมีภาคการเกษตร และการลดผลกระทบของสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์จังหวัดหนองบัวลำภู ที่มุ่งเน้น “การลดการใช้ส
กระทรวงการอุดมฯ จับมือสภาอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ลุยบัณฑิตอาสาอุดรธานี นำร่อง “บ้านห้วยสำราญ” แหล่งปลูกไม้ดอกใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน “ยกระดับเกษตรพื้นบ้าน สู่เกษตรปลอดสาร มาตรฐาน GAP” เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2563 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เพื่อประชุม “บทบาทของมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ร่วมกับมหาวิทยาลัย ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงนโยบายและความจำเป็นในการปลดล็อคมหาวิทยาลัย เพื่อปรับลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยตามกลุ่มยุทธศาสตร์ คือ 1. มหาวิทยาลัยที่จะต้องไปแข่งขันระดับโลก 2. มหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ 3. มหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์และพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ิ มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economic Model โดยอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งจะเชื
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกัน สร้างแบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) แบบออนไลน์เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการประเมินตนเองว่ามีโอกาสที่จะติดโรคไวรัสโคโรนา 19 หรือไม่ แบบคัดกรองนี้ใช้คำถามโดยอ้างอิงจาก แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคไวรัสโคโรนา 19 ของกระทรวงสาธารณสุข ในรูปแบบของแบบประเมินออนไลน์ที่เข้าใจง่าย ง่ายต่อการกรอกข้อมูล และมีการประเมินผลทันที เมื่อประเมินเรียบร้อยระบบจะแจ้งผลการประเมินใน 3 ระดับ คือ 1.ไม่เข้าเกณฑ์โรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) 2.แยกตัวเอง สังเกตอาการ หากไม่สบายหรืออาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ 3.รีบพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดของท่าน นอกจากนี้ ภายในระบบคัดกรองออนไลน์ยังมีคำอธิบาย และข้อควรปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในรูปแบบของ infographic ที่เข้าใจได้ง่าย และ ยังสามารถ link ไปที่เว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรคเพื่อให้ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมควบคุมโรค เห็นว่าการเผยแพร่การใช้งาน
วันนี้ (3 ก.พ. 2563) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (อว.) ได้หารือร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์จากทั่วประเทศ กว่า 20 หน่วยงาน เพื่อซักซ้อม เตรียมการ และสร้างความมั่นใจในความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ การดูแลผู้ป่วย ตลอดจนเครื่องมือ อุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลภายในสังกัดกระทรวง อว. ให้สามารถบริการ ดูแลประชาชน ตรวจวินิจฉัยและรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ได้มีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพร้อมปฏิบัติตามทุกมาตรการที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการประชุมสืบเนื่องจากการประชุมเตรียมการครั้งแรก เมื่อ 28 ม.ค. 2563 ที่ได้หารือร่วมกับนักวิชาการและผู้แทนกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทีมวิจัยและระบาดวิทยา ระดมสมองการนำองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา รวมทั้งกำหนดมาตรการและแนวทางการดูแนักศึกษาไทยในประเทศจีน และนักศึกษาจีนที่มาศึกษาต่อในประเทศไทย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในความดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีคณะแพทยศาสตร์ จำนวน 23 แห่ง ซึ่
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดยศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำผลงานประดิษฐ์คิดค้น ที่จะนำมาจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2563 เสนอต่อคณะรัฐมนตรีก่อนการประชุม ครม. ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้านี้ (28 มกราคม 2563) โดยได้รับความสนใจจากนายกรัฐมนตรีและคณะเป็นอย่างยิ่ง ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ แจ้งว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้จัดงานวันนักประดิษฐ์เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 22 เพื่อนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพร้อมใช้และความก้าวหน้าด้านการประดิษฐ์คิดค้นของประเทศให้เกิดการขยายผล และนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ สอดคล้องกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) และเป้าหมายประเทศไทย 4.0 ในการนำการวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศ ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ พัฒนาก้าวไกล นวัตกรรมไท
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ถนนสายวิทย์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563”ภายใต้แนวคิด “นักวิทย์น้อยเพื่อโลกสีเขียว” สอดรับแนวคิด BCG Model ตามภารกิจหลักของกระทรวงฯ จุดประกายให้เยาวชนไทยเกิดกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ วันที่ 9 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าว ในการนี้ วช. ได้นำผลงานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ภายใต้ชื่อ สถานี “Circular Economy by NRCT” จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีบล็อกปูถนนรีไซเคิล เป็นการนำถุงพลาสติกมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับวัสดุมวลคละหยาบ หรือทรายละเอียด แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดลงในภาชนะโลหะสำหรับผสมร้อน ทำการคั่วจนเข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีเทลงในแบบหล่อเหล็ก ปล่อยทิ้งไว้ให้
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 62 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เปิดเผยเรื่องเด่นการวิจัยไทยในปี 2562 10 เรื่อง ได้แก่ 1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation : MHESI) กระทรวงใหม่ล่าสุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นใน วันที่ 2 พ.ค. 2562 จากการควบรวม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 2. วช. โฉมใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ – วช. 5G สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ผลงานเด่น ประจำปี 2562 และผลงานวิจัยที่พัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมเผยทิศทางการวิจัยและพัฒนาในปี 2563 เน้นตอบโจทย์ BCG มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน และบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ อว. ในด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การพัฒนาเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์มีผลการดำเนินงานที่เกิด impact สูงต่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะเดียวกันมีการริเริ่มงานใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ โดย วช. มีความพร้อมและยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่ด้วยหลัก วช. 5G เป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมสร
