กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ถนนสายวิทย์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563”ภายใต้แนวคิด “นักวิทย์น้อยเพื่อโลกสีเขียว” สอดรับแนวคิด BCG Model ตามภารกิจหลักของกระทรวงฯ จุดประกายให้เยาวชนไทยเกิดกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ วันที่ 9 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าว ในการนี้ วช. ได้นำผลงานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ภายใต้ชื่อ สถานี “Circular Economy by NRCT” จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีบล็อกปูถนนรีไซเคิล เป็นการนำถุงพลาสติกมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับวัสดุมวลคละหยาบ หรือทรายละเอียด แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดลงในภาชนะโลหะสำหรับผสมร้อน ทำการคั่วจนเข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีเทลงในแบบหล่อเหล็ก ปล่อยทิ้งไว้ให้
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 62 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เปิดเผยเรื่องเด่นการวิจัยไทยในปี 2562 10 เรื่อง ได้แก่ 1.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation : MHESI) กระทรวงใหม่ล่าสุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นใน วันที่ 2 พ.ค. 2562 จากการควบรวม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 2. วช. โฉมใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ – วช. 5G สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ผลงานเด่น ประจำปี 2562 และผลงานวิจัยที่พัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมเผยทิศทางการวิจัยและพัฒนาในปี 2563 เน้นตอบโจทย์ BCG มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน และบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ อว. ในด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การพัฒนาเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์มีผลการดำเนินงานที่เกิด impact สูงต่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะเดียวกันมีการริเริ่มงานใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศ โดย วช. มีความพร้อมและยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่ด้วยหลัก วช. 5G เป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมสร
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ลำดับที่ 22 ที่หมู่บ้านเมืองกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำทีมโดย ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้พาเข้าชมรวมทั้งให้ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ ดิน ป่า ประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาด้านการบริหารจัดการน้ำของบรรพบุรุษที่สืบทอดมายาวนานกว่า 300 ปี ให้เกิดการเรียนรู้นำไปสู่การแก้ปัญหาและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่วางแผนการเพาะปลูก ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน และปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ มีผลผลิตหลากหลาย มีรายได้ทั้งปี ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน ชุมชนอยู่อย่างพอเพียง ดร.รอยล กล่าวว่า ชาวบ้านได้ทำเหมืองหรือฝายกันมา 300 ปี หรือ ชั่ว 5 อายุคน ซึ่งสำเร็จมาแล้ว มูลนิธิอุทกพัฒน์ ร่วมกับ สสน. (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) ได้เข้ามาต่อยอดขึ้นม
4 ธันวาคม 2562 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้บริหารและบุคลากรกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรในกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2562 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ถนนศรีอยุธยา) ในการนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้บริหาร และบุคลากร วช. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรในกิจกรรมดังกล่าว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันบูรณาการข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้การบูรณาการบริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดย สวก. เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยด้านเกษตร และ สวรส. เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยด้านสาธารณสุข ดังนั้น เพื่อให้การบูรณาการบริหารจัดการ และวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรเชื่อมโยงข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบกับระบบข้อมูลสารสนเทศกลางที่ วช. รับผิดชอบอยู่ ดังนั้น ทั้ง 3 หน่วยงาน จึงได้ร่วมลงนามความร่วมมือใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS)และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้
ภารกิจสำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการเตรียมประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน คือ การสร้างและพัฒนาคน การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ และการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 “สำนักงาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.)” หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีภารกิจสำคัญด้านการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ จากบทบาทดังกล่าว วช. ดำเนินการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายประเด็นสำคัญของประเทศ ซึ่งหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการตอบโจทย์ เรื่องการ “สร้างคน” สอดคล้องกับ การดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เดิม ทำหน้าที่ดูแลโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) มากว่า 20 ปี สร้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงให้กับประเทศ และ “สร้างปัญญา” ด้วยการผลิต ผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากล และยังสร้างความเข้มแข็งให้กับหลักสูตรและระบบบัณฑิตศึกษา ตลอดจนระบบวิจัยในมหาวิทยาลัยไทย อีกทั้งทำให้เ
เมืองไทย นับเป็นสวรรค์สำหรับคนรักผลไม้ เพราะมีผลไม้เมืองร้อนและเมืองหนาวนานาชนิดให้เลือกรับประทานตลอดทั้งปี หลายคนรู้ดีว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ของทุกปี จะมีผลไม้เข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทั้งลำไยสดหวานอร่อยจากภาคเหนือ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง จากภาคใต้ให้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ ในแต่ละปี มักมีผลไม้เข้าตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ เกษตรกรชาวสวนผลไม้จำเป็นต้องขายผลผลิตในราคาถูก ให้มีรายได้หมุนเวียนเพื่อความอยู่รอด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณก้อนโต เพื่อดำเนินมาตรการต่างๆ แก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาด เช่น ส่งเสริมการแปรรูปผลไม้ เร่งกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตไปยังผู้ซื้อทั่วประเทศและตลาดส่งออก ฯลฯ วช. หนุนแปรรูปผลไม้ สร้างมูลค่าเพิ่ม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นปัญหาผลไม้ล้นตลาดที่เกิดซ้ำซากเป็นประจำทุกปี จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บุศราภรณ์ มหาโยธี ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ศึกษาวิจัยแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มผลไม
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) เร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมนวัตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ชี้กลุ่มธุรกิจและรูปแบบนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ นวัตกรรมอุตสาหกรรมฮาลาล นวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นวัตกรรมด้านช่องทางการค้า และนวัตกรรมด้านการเกษตร นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย NIA ได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) เดินหน้ายุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมภาคใต้ชายแดน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ด้วยการต่อยอดงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์กรภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักพัฒนาไปสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจชุมชน โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในแง่ของชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา สาธารณสุข การอำนวยความสะดวกสบาย ตลอดจนพั
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และราชบัณฑิตยสภา รวมพลังระดมสมองผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นท้าทายทางสังคมของประเทศ ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ศ.เกียรติคุณ นพ. สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ ราชบัณฑิตยสภา โดยการระดมสมองราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก ผู้ทรงคุณวุฒิ และเมธีวิจัยอาวุโส ผนึกกำลังบุคลากรวิจัยชั้นนำของประเทศในแต่ละมิติในการสร้างสรรค์งานวิจัยที่ตอบโจทย์ เชื่อมต่อ และใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเพื่อการขับเคลื่อนด้านการวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นท้าทายทางสังคมของประเทศไทย จากบทบาทและหน้าที่ของทั้ง วช. และราชบัณฑิตยสภา ที่สามารถส่งเสริมและต่อยอดกันและกันในการร่วมสร้างองค์ความรู้หลักให้กับประเทศให้มีความแข็งแกร่ง นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศด้วยการวิจัยและนวัตกรรมในด้านต่างๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ รวมถึง ด้านกฎหมาย การเมือง และศิลปกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตก
