กระทรวงพาณิชย์
บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด หรือ ข้าวตราฉัตร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ข้าวหอมมะลิบรรจุถุงรูปพนมมือ” รับรองมาตรฐานดีพิเศษ “ข้าวหอมมะลิแท้ 100% คุณภาพ มาตรฐาน สม่ำเสมอ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559-2562 ต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน จาก กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายรับรองรูปพนมมือ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 100% ตราฉัตรทอง และข้าวหอมมะลิใหม่ 100% ตราฉัตร รางวัลฯ นี้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค แสดงให้เห็นถึงการรักษาและพัฒนามาตรฐานการผลิตข้าว ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นางศิวาพร แดงโชติ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านควบคุมคุณภาพ/ประกันภาพ/วิจัยและพัฒนา เปิดเผยว่า “ข้าวตราฉัตร มีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ทำให้สร้างมาตรฐานคุณภาพข้าวที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้า ทั้งการพัฒนาบุคลากรที่มีค่านิยมหลักในเรื่องทำเร็วและมีคุณภาพ ทำให้มีการพัฒนากระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การส่งมอบและคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ โดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและ
น.สพ. วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ร่วมกับสนับสนุนมาตรการดูแลค่าครองชีพแก่ประชาชาชนของกระทรวงพาณิชย์ ด้วยการตรึงราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกิน 80 บาท ต่อกิโลกรัม เพื่อให้เนื้อหมูที่ออกจากโรงชำแหละไม่เกิน 94-95 บาท และราคาหมูขายปลีกหน้าเขียงที่ผู้บริโภคจับจ่ายไม่เกิน 150-160 บาท ต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรยังนำร่องจำหน่ายหมูในกิจกรรม “เนื้อหมู..สู้โควิด” นำร่องที่จังหวัดชลบุรี และขยายความสำเร็จไปยังพื้นที่ภาคใต้ที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชนที่มาซื้อหาเนื้อหมูปลอดภัยจากฟาร์มส่งตรงถึงมือผู้บริโภคอย่างคับคั่ง ขณะเดียวกัน ห้างโมเดิร์นเทรด หรือธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และตลาดสดต่างๆ ยังได้ร่วมโครงการ “พาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน” จำหน่ายหมูสดลดแรงราคาพิเศษกิโลกรัมละ 130 บาท อย่างต่อเนื่อง “ขณะนี้มีหมูราคาถูกให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อหลากหลายช่องทาง ทั้งตลาดสดที่ติดป้ายสัญลักษณ์พาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน และห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งแม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, เดอะมอลล์, วิลล่ามาร์เก็ต,
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “อาหารไทย อาหารโลก” เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด พร้อมชมผลิตภัณฑ์ CPF ได้แก่ CP Veg it up ซุปผักแท้ 100% และเครื่องดื่ม อินโน วีเนส Fresh Awake และ Deep Sleep คุณภาพปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล ตรวจสอบย้อนกลับได้ ร่วมสร้างความยั่งยืนให้สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้การต้อนรับ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ สำหรับผลิตภัณฑ์ CP Veg it up ซุปผักแท้ 100% ทำจากฟักทองสด และข้าวโพดหวาน กินง่าย อร่อย ด้วยความหวานตามธรรมชาติ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่เจือสีสังเคราะห์ และผลิตด้วยระบบปลอดเชื้อ 100% ทำให้คงคุณค่าวิตามินจากอาหารได้นาน 6 เดือน ขณะเดียวกันบรรจุภัณฑ์ยังทำจากกระดาษ สามารถย่อยสลายได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่ม อินโน วี-เนส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Fresh Awake อุดมไปด้วย วิตามินบี 1, บี 6, บี 12, ไนอะซิน, ว
นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรเฉลี่ยอยู่ที่ 2.80 บาท ต่อฟอง ขณะที่ภาคใต้ราคาจะอยู่ระหว่าง 2.90-3.00 บาท ต่อฟอง ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ผลิตได้ตกลงไว้กับกระทรวงพาณิชย์ไม่ราคาเกินกว่า 3 บาท ต่อฟอง และไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใด เกษตรกรผู้ผลิตก็ต้องทำการผลิตให้มีปริมาณไข่ไก่ที่เพียงพอกับการบริโภคของคนไทยอย่างแน่นอน เกษตรกรทุกคนขอยืนยันอีกครั้งว่าไข่ไก่ไม่ขาดแคลน ผลผลิตไข่ยังคงออกสู่ท้องตลาดวันละ 40-41 ล้านฟองมาโดยตลอดทุกวัน แต่วันนี้นอกจากไข่ไก่ที่เคยอยู่ในสต๊อกของร้านและชั้นวางสินค้าหน้าร้าน จะถูกซื้อไปไว้ในบ้านเรือนประชาชนจากความกังวลดังกล่าวแล้ว พบว่ามีผู้ค้าไข่และพ่อค้าคนกลางไปกว้านซื้อไข่ไปจำหน่ายต่อเพื่อทำกำไรในช่วงนี้ ยิ่งทำให้เกิดภาวะดีมานด์เทียมเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าสินค้าขาดตลาด จึงขอให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบในกรณีนี้ และขอกรมปศุสัตว์ช่วยดูแลเรื่องการขายไข่ไก่ข้ามเขตด้วย เนื่องจากมีพฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่กว้านซื้อไข่ไก่แต่ละเขตเพื่อข้ามไปจำหน่ายในเขตอื่นๆ ดังกล่าว “ขอให้ประชาชนซื้อไข่ไก่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ต้องตื่นตร
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 63 กลุ่มคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยตัวแทนจากสมาพันธ์ปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย และสมาคมปาล์มน้ำมันจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สระบุรี สกลนคร ปทุมธานี ตรัง กระบี่ กว่า 20 คน ได้เข้าพบ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อขอบคุณกระทรวงพลังงานที่ได้ผลักดันนโยบายการบังคับใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานของประเทศ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ถูกต้องและเข้าถึงเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ช่วยยกระดับราคาปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้น สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั่วประเทศ พร้อมขอร้องให้ผลักดันโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไป โดยไม่มีการนำเข้าปาล์มจากต่างประเทศด้วย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังพบปะตัวแทนกลุ่มคนปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศว่า ตัวแทนเกษตรกรสวนปาล์มได้มาเยี่ยมและขอบคุณการผลักดันนโยบายน้ำมัน B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในเดือนมีนาคม 2563 นี้ จะสามารถจำหน่าย B10 ได้ทุกสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ขณะนี้ยอดการใช้ B10 ถือว่าเติบโตเร็วมาก ซึ่งเป็นเพราะความเชื่อมั่นจากนโยบายที่กำหนดไว้จะไม่เปลี่ยนสัด
“สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “สินค้า GI” คือสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น GI จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกคุณภาพ และแหล่งที่มาของสินค้านั้นๆ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลมุ่งผลักดันเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้กรมทรัพย์สินค้าปัญญา ที่ทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียน และคุ้มครองสินค้า GI ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และขยายช่องทางการตลาดเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่สินค้า เหล่านั้น และล่าสุดได้มีการลงนามความร่วมมือกับทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง นำสินค้า GI มาขายผ่านช่องทางออนไลน์ www.ShopAt24.com เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยมีสินค้านำร่อง 6 รายการ ได้แก่ ศิลาดลเชียงใหม่ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอ
อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร สิ่งทอ ผนึกมือเกษตรกร ฉะสภาหอการค้าฯ และภาครัฐ เร่งรัดแบน 3 สาร เตรียมเผชิญ 4 วิบัติ เศรษฐกิจไทยปีหน้า สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวานอุตสาหกรรม สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ สงสัยการทำงานของ 3 พรรค กระทรวงใหญ่ เหตุใดเร่งรีบ แบน 3 สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส แถมจัดเต็มงบประมาณซื้อเครื่องจักร งบทำลายสารเคมีเกษตร เอื้อกลุ่มทุนสารเคมีทดแทน เผยเศรษฐกิจไทยเตรียมพบ 4 วิบัติ จากผลพวงวิกฤตการเกษตร นายภมร ศรีประเสริฐ อุปนายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า การแบนสารกำจัดวัชพืชจะกระทบกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาไทยส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด สร้างรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และเป็นที่ยอมรับจากประเทศคู่ค้าไม่เคยพบปัญหาสารตกค้าง จึงมองว่ารัฐควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทำอะไร ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศ
สหกรณ์การเกษตรลุยเดินหน้าเปิดจุดรับซื้อข้าวจากเกษตรกร หลังกระทรวงพาณิชย์เสนอคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรเก็บชะลอและรวบรวมข้าวเปลือก หวังรักษาเสถียรภาพในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมากในขณะนี้ ตั้งเป้ารวบรวมข้าวเปลือกผ่านจุดรับซื้อของสหกรณ์ไม่น้อยกว่า 3 ล้านตัน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เตรียมความพร้อมสหกรณ์การเกษตรเพื่อเข้าโครงการชะลอและรวบรวมข้าวเปลือกปี 2562/63 ของรัฐบาล โดยให้สหกรณ์จังหวัดเร่งแจ้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ภายหลังจากที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญผู้ประกอบการค้าข้าว ธ.ก.ส. สมาคมธนาคารไทย องค์การคลังสินค้า และกรมส่งเสริมสหกรณ์ การหารือถึงสถานการณ์ราคาข้าวและการซื้อขายข้าวเปลือก เนื่องจากก่อนหน้านี้พบว่ามีโรงสีเอกชนและสหกรณ์การเกษตรบางแห่งต้องปิดจุดรับซื้อข้าวจากเกษตรกร เพราะประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปถึงแนวทางการช่วยเหลือเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1 .โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เ
สืบเนื่องมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคา ไม่ให้ชาวนาประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว โดยกลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 20,940 ล้านบาท โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.31 ล้านราย ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยกำหนดการจ่ายเงินชดเชยข้าว 5 ชนิด ที่ปลูกระหว่าง วันที่ 1 เมษายน ถึง 31 ตุลาคม 2562 (ยกเว้นภาคใต้ ระหว่าง วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2563) และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชยรายได้ โครงการนี้ มีเป้าหมายประกันรายได้ชาวนาที่ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร (ที่ 4 จากขวา) ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ที่ 5 จากขวา) และ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ที่ 2 จากซ้าย) แถลงข่าวความร่วมมือโครงการ “พัฒนาร้านค้าปลีกยุคใหม่สู่ Smart โชห่วย” ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกระดับศักยภาพร้านค้าโชห่วยไทยทั่วประเทศก้าวสู่การเป็น Smart โชห่วย พร้อมผลักดันแนวคิด “ครัวชุมชน” เพิ่มรายได้ให้แก่เจ้าของร้านโชห่วย เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วยไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร ณ กระทรวงพาณิชย์
