กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
“รมว.เฉลิมชัย” เปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ถอดรหัส-นวัตเกษตรไทย” ในโอกาสครบรอบ 15 ปี สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย (23 ปี รวมพลคนข่าวเกษตร) โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ดร. อภิวัฒน์ จ่าตา นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ ให้การต้อนรับ’ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย นำพาประเทศก้าวสู่เกษตรอุตสาหกรรมและเกษตรมูลค่าสูง และนำพาเกษตรกรไทยให้มีอาชีพที่มั่นคง พึ่งพาตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ ภาคเกษตรเป็นภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย GDP ภาคเกษตรมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 8.5 ของ GDP รวมทั้งประเทศ ที่มาจากกิจกรรม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) หรือการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว โดยศึกษาแนวทางเพิ่มมูลค่า วัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวอ่อน เช่น ทางมะพร้าวใช้คลุมโคนต้นมะพร้าวอ่อนเพื่อเป็นปุ๋ย หรือนำไปหมักในท้องร่องเพื่อนำไปทำปุ๋ยใส่ต้นมะพร้าวในสวน สามารถช่วยลดค่าปุ๋ยได้ ขณะที่บริษัท/โรงคัดบรรจุมะพร้าวมีสิ่งเหลือใช้ เช่น เปลือก จั่น และทะลายมะพร้าว ฯลฯ นำไปใช้ถมที่ ส่วนเปลือกมะพร้าวนำไปแปรรูปเป็นใยมะพร้าวก่อนนำไปเป็นชีวมวลของโรงไฟฟ้า หรือนำขุยมะพร้าวผสมดินขาย และนำไปผลิตถ่านอัดแท่งขาย และได้น้ำส้มควันไม้ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่าน “ปุ๋ยจากเปลือกมะพร้าว” นำเปลือกมะพร้าว/ทางมะพร้าวมาเข้าเครื่องโม่ และนำไปหมักโดยผสมมูลไก่/มูลสุกร/มูลโค หรือผสมจุลินทรีย์ พด. และ กากน้ำตาล จนได้ปุ๋ยคอกจากเปลือกมะพร้าวเพื่อนำไปใส่ในสวนหรือขายต่อ โดยมีต้นทุนการทำปุ๋ยทั่วไปเฉลี่ยตันละ 800 บาท ขายได้ตันละ 2,000 บาท มีกำไรตันละ 658 บาท มีกำไรตันละ 1,200 บาท หากวัตถุดิบมาจากแหล่งผลิตอินทรีย์
นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดทุเรียนอ่อนจำหน่ายอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ทุเรียนส่งออกของประเทศไทย โดยสั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการป้องกันปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนอย่างเข้มข้น 2 เรื่อง คือ 1. กรณีการสวมสิทธิ์ทุเรียน ได้สั่งการให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทั้งทางอาญาและทางแพ่งสำหรับผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดทุกคน พร้อมทั้งถอนใบรับรอง GAP (ข้อปฏิบัติทาง การเกษตรที่ดีในการผลิตพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค) และ GMP (เกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตสินค้า เป็นข้อกําหนดขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่มีความจําเป็นในขั้นตอนการผลิตและควบคุมคุณภาพ) และ 2. กำชับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติงานตามกฎระเบียบของทางราชการอย่างเข้มข้น ตรงไปตรงมาและมีความโปร่งใส โดยหากพบว่ามีการปฏิบัติงานที่ละเลยและทุจริตในหน
คุณโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือก “เกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ” เป็นประจำทุกปี เพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีผลงานทางการเกษตรดีเด่นและได้นำ “บัญชี” มาปรับเปลี่ยนชีวิตตนเองและชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณของเกษตรกรดีเด่น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ ประจำปี 2564 ได้แก่ คุณสำรวย บางสร้อย เกษตรกรจากจังหวัดร้อยเอ็ด อายุ 53 ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านสวนปอ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด อาชีพทำไร่นาสวนผสม โดยประสบความสำเร็จจากการจดบันทึกบัญชีอย่างต่อเนื่องและนำข้อมูลทางบัญชี มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ จนสามารถสร้างรายได้และลดต้นทุน รวมถึงสามารถชดใช้หนี้สินให้น้อยลงและมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนทำบัญชีและการเกษตรในชุมชน เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการจดบันทึกบัญชีและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในชุมชนนำไปปฏิบัต
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งจัดชุดพืชพันธุ์ดี ชีวภัณฑ์ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดทันที ครอบคลุมทุกพื้นที่ประสบภัย นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องประสบปัญหาอุทกภัย และด้วยความห่วงใยของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามบทบาทหน้าที่ และภารกิจของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มความสามารถ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้วางมาตรการและแนวทางในการเยียวยาเกษตรกร และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยไว้แล้ว พร้อมจะสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยได้ทันทีหลังสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่คลี่คลายลง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 โดยในส่วนพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรพร้อมลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายและชี้แจงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ จัดประชุมเตรียมความพร้อมการฟื้นฟูช่ว
วันนี้ มีโอกาสแวะเยี่ยมเกษตรกรคนรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ คุณอรณี สำราญรื่น วัย 42 ปี บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 8 บ้านมอดินแดง ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร. 084-409-6115 เจ้าของหยกฟาร์ม เธอจบการศึกษาปริญญาตรี ด้านการเงินและการบัญชี จากมาหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2545 เข้าทำงานราชการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 3 ปี ย้ายมาแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ 2 ปีครึ่ง ลาออก ไปทำงานประเทศไต้หวัน 6 ปี ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ห่าง คุณแม่คำพันธ์ คุณพ่อสนาม สำราญรื่น คุณวิรัตน์ สำราญรื่น พี่ชายจบเทคโนฯ สัตวบาล วิทยาเขตกาฬสินธุ์ คุณกิตติศักดิ์ สำราญรื่น น้องชาย เธอเป็นลูกสาวคนกลาง ห่างครอบครัวไปแสนไกล ทางเลือกคือ “เกษตรกร” จะได้อยู่กับครอบครัว คุณพ่อปลูกหญ้าเลี้ยงวัว และสามารถขายได้ แสดงให้เห็นว่า “หญ้ามีตลาด” จึงกลับมาวางแผนต่อยอดจากครอบครัว จึงเกิด “หยกฟาร์มปี 2553” เป้าหมายของตนเองคือ การสร้างตนเองให้เข้มแข็ง พร้อมสร้างสังคมให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในอาชีพเกษตรกรรม “ขอบคุณ ท่านอาจารย์บวร เทพธานี อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกาฬสินธุ์ ที่
นายพัด ไชยวงค์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2565 และประธานศูนย์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เริ่มต้นอาชีพทำนาในปี 2535 ช่วงแรกยังเน้นการทำนาแบบใช้สารเคมี ต่อมาในปี 2551 ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนมาทำนาธรรมชาติจนถึงปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำงานภายใต้แนวคิด ทำการเกษตรแบบยั่งยืน เพิ่มพูนผลกำไร รักษาระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อม และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นายพัด กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีพื้นที่รวม 38 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นา 20 ไร่ ที่เหลืออีก 18 ไร่เป็นที่อยู่อาศัย และไร่นาสวนผสม โดยการทำนาจะเน้นแบบประณีต มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานของผลผลิต ขณะนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานข้าว GAP จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอยู่ระหว่างขอการรับรองจากกรมการข้าว ทั้งนี้ จะปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง คือ นาปี และนาปรัง โดยเน้นการปักดำ เพื่อให้ช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ และลดการระบาดของศัตรูข้าว ข้าวที่ปลูกเป็นพันธุ์สันป่าตอง 1 ได้ผลผลิตเฉลี่ย1,051 กิโลกรัม ต่อไร่ ที่ความชื้น 15% นับเป็นปริมาณที่สูงกว่าผลผลิตข้าวเฉลี่ยของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 61
“คุณพิชิต เกียรติสมพร” ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสวนแตง ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกร Smart Farmer หัวก้าวหน้าที่เล็งเห็นประโยชน์ของ เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต ข้าวปทุมธานี 1 ช่วยยกระดับการผลิตข้าวแบบเดิมให้ก้าวเข้าสู่ระบบสมาร์ทฟาร์มอัจฉริยะ ทั้งทำให้การบริหารจัดการฟาร์มกลายเป็นเรื่องง่าย แก้ปัญหาการตลาดไปพร้อมกัน ตอบโจทย์ การเกษตรยุคใหม่ (Smart Farmer) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอดีต คุณพิชิตเพาะปลูกข้าวโดยใช้สารเคมีเป็นหลัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง แต่ได้ผลกำไรน้อย เขาจึงศึกษาวิธีและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ลดต้นทุนการผลิตข้าวและป้องกันไม่ให้มีปัญหาโรคแมลงศัตรูข้าวมารบกวนแปลงนา ปี 2562 เขาได้เข้าร่วมโครงการแนวทางการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตข้าวของสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติสุพรรณบุรี ที่ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี คุณพิชิตมีโอกาสลงมือทำแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะข้าวขึ้น บนเนื้อที่แปลงนาต้นแบบ 11 ไร่ โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ค
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำท่าถั่ว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมรับฟังการรายงานสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการระบายน้ำออกทางคลองแนวขวางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผ่านสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง ประกอบด้วย คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต และระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี, คลองหกวาสายล่าง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์, คลองบางขนาก ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำบางขนา
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 ว่า ครม.อนุมัติงบกลางปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,747.90 ล้านบาท สำหรับเป็นเงินอุดหนุนเกษตรกรของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ปี 2563 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์กรมการข้าว ได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 – ปัจจุบัน มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 58 จังหวัด 5,818 กลุ่ม รวม 130,082 ราย มีพื้นที่ผลิตข้าวอินทรีย์รวม 1,209,911 ไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินชดเชยรายได้จากการผลิตข้าวที่ได้ผลผลิตลดลงในระยะเริ่มต้นของการผลิตระบบอินทรีย์ไม่เกิน รายละ 15 ไร่ ในอัตราตามที่กำหนด คือ 1.เกษตรกรที่ผ่านการประเมินเตรียมความพร้อม (T1) ไร่ละ 2,000 บาท 2.เกษตรกรที่ผ่านการประเมินระยะปรับเปลี่ยน (T2) ไร่ละ 3,000 บาท และ 3.เกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand (T3) ไร่ละ 4,000 บาท ด้านนาย ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า สาเหตุที่จ่ายเงินชดเชยรายได้
