กล้วยน้ำว้า
ดิบ : แก้โรคกระเพาะ (ฝาน อบ บดผง ชงกินกับน้ำดื่ม ช่วยเคลือบกระเพาะ) ห่าม : แก้ท้องเสีย (ชดเชยโพแทสเซียมให้ร่างกาย) สุก : แก้ท้องผูก (มีแพคตินมาก เพิ่มกากใยในลำไส้) งอม : ต้านมะเร็ง (สร้างภูมิต้านทาน เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว) กล้วย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายได้ทันที ถ้ากินกล้วยมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและพร้อมทำงาน และการกินกล้วยควรเคี้ยวให้ละเอียด ไม่งั้นท่านอาจท้องเฟ้อได้ หากเราได้รู้ถึงสรรพคุณของกล้วยน้ำว้าที่มีมากมายขนาดนี้ จะกินกล้วยน้ำว้า วันละ 1-2 ผล ก็คงจะได้ประโยชน์กับสุขภาพของเราไม่น้อยเลยใช่ไหม
กล้วยน้ำว้ายักษ์ มีลำต้นสูงประมาณ 5 เมตร วัดรอบโคนประมาณ 1.3-1.5 เมตร ลักษณะพันธุ์คล้ายคลึงกับกล้วยน้ำว้า พันธุ์มะลิอ่อง แตกต่างในเรื่องขนาดลำต้น ขนาดเครือ ขนาดผล กล้วยน้ำว้ายักษ์ 1 หวี มีประมาณ 13-14 ผล น้ำหนักประมาณหวีละ 3-4 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ยทั้งเครือ 45-50 กิโลกรัม เป็นกล้วยน้ำว้าไส้ขาว เปลือกบาง ผลสวย คุณสมบัติด้านรสชาติและเนื้อของกล้วยจะหวาน เนื้อแน่น เนื้อเหนียว เหมาะสำหรับการแปรรูปในเมนูอาหารหวาน แหล่งที่มา : คุณพัชนี ตุษยะเดช ไร่พัชชา จังหวัดราชบุรี โทร. 084-548-9000 และ 086-128-8000
ทำไมสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จึงส่งออกกล้วยหอมทองรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ?? นับเป็นเวลากว่า 40 ปี สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ทางด้านการส่งเสริมปลูกและจำหน่ายไม้ผลของจังหวัดเพชรบุรีให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา สหกรณ์แห่งนี้ประสบผลสำเร็จด้วยการส่งออกกล้วยหอมทองไปขายยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โดยมียอดการส่งออกที่ทวีจำนวนขึ้นจนกลายเป็นรายใหญ่ที่สุดในขณะนี้ นอกจากนั้น ยังมียอดการส่งขายให้แก่ห้างดังและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศในจำนวนมากเป็นลำดับต้น จึงเกิดคำถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้สหกรณ์ท่ายางสามารถทำได้เช่นนั้น ?? คุณมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี ให้คำตอบว่า สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 40 ปี อีกทั้งโครงการกล้วยหอมทองส่งออกได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งในตอนแรกเริ่มจากการรวมตัวของสมาชิกที่ปลูกไม้ผลหลายชนิด แต่ไม่เน้นปลูกกล้วย ด้วยโครงสร้างการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับสินเชื่อ มีเ
เป็นอันว่าเนื้อหาบรรยายกล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า สำหรับภาคเช้าเสร็จสิ้นเรียบร้อย สาระสำคัญของเนื้อหาจากวิทยากรทุกท่านถูกถ่ายทอดลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านครบทุกท่าน ขณะเดียวกัน หากท่านติดตามมาตลอดทุกตอนจะเห็นว่าทุกท่านปล่อยความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ไม่มีเก็บ จนเมื่อมาถึงช่วงท้ายรายการจึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาได้ถามปัญหาข้อสงสัยจากวิทยากรแต่ละท่าน ถาม – ชื่อไพบูลย์ มีอาชีพทนายความมาจากจังหวัดศรีสะเกษ แล้วชอบงานเกษตรกรรมมาก พร้อมกับได้ติดตามงานสัมมนาของเทคโนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มาเข้าร่วมสัมมนาไผ่ จากนั้นนำไปต่อยอดจนขณะนี้มีอาชีพสวนไผ่เพิ่มขึ้น แล้วยังส่งไผ่ไปขายต่างประเทศได้รับความสนใจดี สำหรับการมาร่วมสัมมนาเรื่องกล้วยในครั้งนี้ เท่าที่ฟังจากวิทยากรทุกท่านล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่อยากจะทราบว่าเคยปลูกกล้วยแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้างไหม ส่วนตัวผมเองได้ปลูกกล้วยน้ำว้าไว้บ้างเหมือนกัน แล้วพบปัญหาเรื่องแมลงหนอนกอกับโรคตายพราย ซึ่งสร้างปัญหาต่อการปลูกกล้วยอย่างมาก ดังนั้น จึงขอทราบแนวทางในการป้องกันและกำจัด อีกประเด็นคือมีความสนใจที่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม
เกษตรกรทั่วประเทศแห่ปลูกกล้วยหอมทอง-น้ำว้า แทนทำนาปรัง ส่งผลปริมาณล้นตลาด ทำราคาตกจากเครือละ 180-200 บาท เหลือ 130-150 บาท คาดสารทจีน-ตรุษจีน ราคากระเตื้องขึ้น เกษตรกรปทุมฯ เผย หน่อกล้วยได้รับความนิยมสูง ภาคอีสาน-ภาคใต้-สปป.ลาว แห่ซื้อหน่อพันธุ์กล้วยหอมของปทุมธานี กว่า 1 แสนหน่อ/วัน ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ปี 2558 แหล่งเพาะปลูกกล้วยหอม 5 อันดับแรกของประเทศไทย ได้แก่ ปทุมธานี เพชรบุรี ชุมพร หนองคาย และสระบุรี โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตมากช่วงเดือนเมษายนและธันวาคม ซึ่งตลาดที่มีศักยภาพ ได้แก่ ตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ โดยมีมูลค่าการส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น กว่า 50% ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี ปี 2558 จังหวัดปทุมธานีมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทอง 10,373 ไร่ มีเกษตรกร 688 ครัวเรือน โดยปลูกครอบคลุมทุกอำเภอ ซึ่งปลูกมากที่อำเภอหนองเสือ 9,404 ไร่ รองลงมาเป็นอำเภอธัญบุรี เมือง และคลองหลวง มีผลผลิตทั้งหมด 6.4 หมื่นตัน หรือเฉลี่ย 6,236 กิโลกรัม/ไร่ ขณะที่กล้วยน้ำว้า มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 9,754 ไร่ มีเกษตรกร 1,921 ครัวเรือน โดยปลูก
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา การขยายพันธุ์พืช สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การปักชำกิ่ง ปักชำใบ การติดตา การเสียบยอด ฯลฯ ซึ่งเป็นการขยายพันธุ์ที่ทำกันมานานแล้ว ในปัจจุบันนี้การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากเป็นการขยายพันธุ์ที่ได้จำนวนหรือปริมาณมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ได้ต้นพันธุ์ที่เหมือนต้นพันธุ์เดิม เป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชที่หายาก อีกทั้งเป็นการขยายพันธุ์ที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแต่เป็นการปฏิบัติในห้องปลอดเชื้อโรค การคัดเลือกต้นพันธุ์ที่ต้องการ เมื่อได้ต้นพันธุ์แล้วจะต้องเปลี่ยนถ่ายขวดขนาดเล็กให้ใหญ่ขึ้น จนถึงการย้ายออกมาปลูกในแปลงเพาะขยายพันธุ์ ตัวอย่างการขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น พันธุ์ไผ่ กล้วย อินทผลัม ขนุนพันธุ์ไพศาลทักษิณ หน่อไม้ฝรั่ง กล้วยไม้ กุหลาบ ฯลฯ คุณวรณัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยทำงานเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อว่า หลังจากที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่นที่ 48 สอบเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่กรมส่งเสริมการเกษตร ที่ศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื
“กล้วยน้ำว้า” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งหากย้อนดูสถิติราคาเฉลี่ยตลอดปี 2559 ที่ตลาดสี่มุมเมือง กล้วยน้ำว้าเบอร์เล็ก ราคาอยู่ที่ 16.80 บาท เบอร์กลาง 30.68 บาท และเบอร์ใหญ่ 48.22 บาท ต่อหวี โดยราคาพุ่งสูงสุดในเดือนสิงหาคม เท่ากับ 25.65 บาท 46.53 บาท และ 72.26 บาท ต่อหวี ตามลำดับ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผลกระทบจากโรคตายพรายและหนอนกอกล้วย ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยตากที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ราคาสูงขึ้นเป็นหวีละ 10-15 บาท ต่อหวี ปัจจุบัน เกษตรกรมีความต้องการต้นพันธุ์กล้วยน้ำว้าสำหรับปลูกขยายเป็นจำนวนมาก แต่กลับให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคตายพรายก่อนปลูกค่อนข้างน้อย และจะเห็นความสำคัญเมื่อกล้วยแสดงอาการของโรคแล้วซึ่งไม่ทันการณ์และแก้ไขได้ยาก นายเกษม ไตรพิจารณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สสก.9 พิษณุโลก ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ดีจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โดยให้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดพิษณุโลกดำเ
มีไม้ผลเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถเกิดและเจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ และกล้วยก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากการเป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดีโดยแทบจะไม่ดูแลก็ออกผลให้รับประทานได้ตลอดเวลาแล้ว มักพบเห็นต้นกล้วยอยู่ตามบ้านแทบทุกหลังคาเรือน ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงเกิดความผูกพันกับกล้วยมาเป็นเวลายาวนาน ยิ่งขณะนี้ผู้คนหันมาบริโภคกล้วยกันเพิ่มขึ้น เนื่องจากพบว่ามีสรรพคุณที่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งกระแสนี้ทำให้กล้วยถูกยกระดับกลายเป็นผลไม้ทางการตลาดที่สำคัญ แล้วยังหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แทนที่จะต้องเดินทางไปถึงตลาด สำหรับเนื้อหาการบรรยายในงานสัมมนา “กล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า” ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน ตอนที่ 3 ยังคงอยู่ในประเด็นเรื่องการปลูกและการดูแล ทั้งนี้ วิทยากรท่านต่อมาอาจไม่ใช่สายตรงทางเกษตรกรรม แต่มีอาชีพโหรดังระดับประเทศ ในนาม “อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช” ทว่า…เส้นทางชีวิตของอาจารย์พัชนี ไม่ได้โด่งดังเฉพาะเรื่องการเป็นโหรเท่านั้น แต่กลับมีจุดหักเหจากดวงตัวเองเมื่อทำให้ต้องเข้าสู่วงการกล้วย เพราะไปได้กล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องที่กลายพันธุ์ในทางที่ดีมาปลูก ทำให้ตั้งแต่ผล เครือ และปลี
กล้วยเป็นพืชที่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ อีกทั้งปลูกแล้วยังดูแลรักษาง่าย สามารถให้ผลผลิตเร็ว พร้อมกับเจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งตลาดค้าขายยังมีความคล่องตัวสูงทั้งภายในประเทศและส่งออก ฉะนั้น กล้วยจึงเป็นไม้ผลที่เกษตรกรควรพิจารณาปลูกเป็นการค้าในลักษณะพืชหลักหรือแซมพืชอื่นเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง ทางด้านเศรษฐกิจกล้วยที่มีความสำคัญแล้วสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นหลักคือกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม จึงทำให้ชาวบ้านหลายพื้นที่ของประเทศนิยมปลูกกล้วยทั้งสองชนิดกันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ คุณภาพกล้วยจะต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ แต่หากพื้นที่ใดพบข้อจำกัดการปลูกก็จะมีการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภูมิประเทศ แม้จะพบกับปัญหา/อุปสรรคนานัปการก็ตาม ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังพัฒนาแนวคิดในเชิงการตลาดด้วยการรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางด้านการปลูกเพื่อให้ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ นำมาสู่รายได้จำนวนมาก การสัมมนา “กล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า” ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน ช่วงแรกเป็นเนื้อหาการบรรยายในประเด็น “ผลิตกล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า ให้ได้ผล
เมื่อวันที่ 19 เมษายน นพ. ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน พบว่าประชาชนมักจะป่วยด้วยโรคท้องร่วง สาเหตุเนื่องจากรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีเชื้อโรคปนเปื้อน จึงแนะนำตำรับยาแผนไทยที่ประชาชนควรมีไว้ประจำบ้าน หรือพกติดตัวไว้ใช้เมื่อเกิดอาการท้องร่วง คือ ตำรับยาที่ใช้สมุนไพรรสฝาดซึ่งสมุนไพรส่วนใหญ่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เช่น ยาธาตุเด็กและยามันทธาตุ ใช้แก้อาการท้องเสียร่วมกับอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดมวนท้อง แก้บิดมูกเลือด ยาธาตุบรรจบและยาเหลืองปิดสมุทร ใช้แก้อาการท้องเสียชนิดไม่ติดเชื้อและท้องเสียชนิดไม่มีไข้ ยามหาจักร ใช้แก้อาการท้องเสียชนิดติดเชื้อ เช่น อุจจาระมีสีเขียว กลิ่นบูดเปรี้ยวเป็นฟอง นพ. ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับผลไม้ที่มีสรรพคุณแก้อาการท้องร่วง สมุนไพรรสฝาดมีสารแทนนิน มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ กล้วยน้ำว้า โดยเลือกใช้ผลดิบ นำมาหั่นและตากแห้ง หลังจากนั้นให้บดเป็นผงแป้ง ใช้ในปริมาณ 10 กรัม ต่อครั้ง ชงดื่มแก้อาการท้องร่วง วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการท้องร่
