กล้วยหอมทอง
พูดถึงการธุรกิจการเกษตร ตอนนี้ ค่อนข้างเนื้อหอมทีเดียว คนรุ่นใหม่จำนวนมาก เบนเข็มมาทางนี้ และมีอีกจำนวนไม่น้อย ที่ตั้งใจ แต่ติดขัดปัญหาใหญ่คือเรื่องการตลาด ทำแล้วไม่รู้จะไปขายใคร ขายที่ไหน คนที่ประสบความสำเร็จ สามารถค้าขายส่งออก ส่งห้างใหญ่ เค้าเริ่มต้นกันมาอย่างไร วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาแกะสูตรความสำเร็จของ คิง ฟรุทส์ ผู้ผลิตและผู้ค้ากล้วยหอมทองรายใหญ่ อันดับต้นๆของประเทศ บริษัท คิง ฟรุทส์ (KING FRUITS) มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทอง ราว 3,500 ไร่ ที่จังหวัดปทุมธานี เกษตรกรเครือข่ายอีก 1,000 ไร่ โดยตั้งเป้าอีก 2 ปีจะขยายพื้นที่ปลูกเป็น 10,000 ไร่ ส่งกล้วยหอมขายแต่ละวันเกือบ 15 ตัน ตลาดหลักส่งเข้าร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น, ห้างสรรพสินค้า อาทิ สยามพารากอน ฟู้ดแลนด์ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส แม็คโคร แม็กซ์แวลู และสายการบิน เช่น การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ รวมทั้งการบินเครือไมเนอร์ กรุ๊ป รายได้ทั้งปี 2559 ราว 200 ล้านบาท คุณเสาวณี วิเลปะนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคิง ฟรุทส์ กล่าวไว้ตอนหนึ่ง ในงานสัมมนา “กล้วยหอมทอง –กล้วยน้ำว้า ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน” ที่จัดโดย นิตยสารเทคโนโลยีชา
“กล้วยหอมทอง” ไม้ผลที่มีความเชื่อในเรื่องความเป็นมงคล ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย อย่างที่ หมู่บ้านดอนทอง หมู่ที่ 4 ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นแหล่งรวมของไม้ผลคุณภาพหลายชนิดที่มีชื่อเสียง ทั้งกล้วย ฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าว และลำไย เรียกได้ว่าผลไม้ที่จังหวัดไหนเด่นดัง ถ้าได้นำพันธุ์มาปลูกที่สามพรานจะได้คุณภาพไม่แพ้จังหวัดเจ้าถิ่นเลย ขณะเดียวกัน การเป็นแหล่งรวมไม้ผลที่อยู่ใกล้เมืองหลวง จึงมีลูกค้าเดินทางเข้าไปหาซื้อผลไม้เหล่านั้นยังถิ่นปลูก สร้างรายได้อย่างดีให้แก่ชาวบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้ปลูกกล้วยหอมกันมาเป็นเวลาช้านาน ปลูกกันมากมายเรียกว่าเกือบจะทุกหลังคาเรือน ด้วยความผูกพันกับกล้วยหอม แล้วเชื่อว่าถ้าปลูกกล้วยแล้ว “จะทำอะไรก็จะง่ายเหมือนกล้วย” จึงทำให้เกิดอาชีพปลูกกล้วยหอมทอง มีทั้งรายที่ปลูกเชิงการค้าอย่างมีคุณภาพส่งขายตามห้างดังและต่างประเทศ หรือบางรายปลูกส่งขายตามตลาดสดแถวบ้าน นำกล้วยหอมทองมาแปรรูป สร้างมูลค่า ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเล็งเห็นถึงประโยชน์จากกล้วยหอมทอง
จบการศึกษาด้านบริหารจัดการ หาประสบการณ์จากการปลูกกล้วยหอมทองจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วจึงกลับมาบ้านเกิด มาดำเนินกิจการตัวเองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อส่งลูกค้าและปลูกเอง สร้างศูนย์เรียนรู้และจุดท่องเที่ยวทางการเกษตร พร้อมให้ความรู้และร่วมดำเนินธุรกิจ หากท่านเดินทางไปทาง ถนนสายจุน-เชียงคำ จังหวัดพะเยา ผ่านตำบลห้วยยางขาม สังเกตทางขวามือจะพบแปลงปลูกกล้วยหอมทองและสตรอเบอรี่ ในชื่อ “ฮักสวนกล้วย” ผู้เขียนแวะเข้าไป ก็พบกับชายหนุ่มเจ้าของแปลง คือ คุณประสาธน์ เปรื่องวิชาธร ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านคือ บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ซึ่งเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนอำเภอจุน ไปเรียนจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง สาขาบริหารจัดการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเกษตรมากนัก เมื่อเรียนจบได้มีโอกาสไปทำงานยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดติดกันนี้เอง โดยไปทำสวนกล้วยหอมทอง บังเอิญโชคดีที่ไปทำในแปลงที่เป็นการทำแนวอินทรีย์ ไม่ได้ไปทำในส่วนที่เขาปลูกแบบใช้สารเคมีที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้ ทำอยู่ที่ สปป. ลาว ได้พอสมควร เก็บเกี่ยวความรู้
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เกษตรกรชาวจังหวัดสกลนครที่ผ่านมาปลูกอะไรก็ไม่สำเร็จ แต่เมื่อได้ลองปลูกกล้วยหอมทอง ผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารอาหาร กลับพบว่าประสบผลสำเร็จมีรายได้มากถึงไร่ละ 1 แสนบาท และมีการรวมกลุ่มเกษตรกร จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข็มแข็งเพื่อส่งขาย โดยนายทอง ตกพันธุ์ อายุ 58 ปี และ นางมะณีวัน พรมกสิกร อายุ 51 สองสามีภรรยา ชาวบ้านนาถ่อน ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคน สกลนคร ช่วยกันดูแลกล้วยหอมทองกว่า 1 พันต้น ที่ปลูกไว้ในพื้นที่ 4 ไร่ โดยมะณีวัน เล่าว่า เดิมทำนา ปลูกยางพารา แต่ราคาตกต่ำ จึงหันมาปลูกมะเขือเทศก็ต้องขาดทุน เพราะโดนศัตรูพืชระบาด ต่อมาศึกษาพบว่ากล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาด จึงซื้อพันธุ์กล้วยหอมทองจากปทุมธานี 400 ต้นมาปลูกตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน นายทอง กล่าวว่า การปลูกกล้วยหอมทอง ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมดิน โดยขุดหลุมปลูกขนาด ขนาด 50X50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร ระยะห่างต่อหลุม 2 เมตร นำหน่อกล้วยลง จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกผสม ใช้ดินและฟางกลบรอบหลุม หมั่นดูแลเติมปุ๋ยคอกและให้น้ำ ระวังโรคจุดใบด่าง และใบไหม้ ใช้เวลา 6-7 เดือน ต้นกล้วยจะให้ผลผลิตพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้
คุณจิระวัฒน์ ภักดี ประธานกลุ่มพืชผักปลอดสารพิษ หมู่ที่ 6 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้รวบรวมสมาชิกเกษตรกรชาวนาข้าวและเกษตรกรชาวนากุ้ง ประมาณ 35 คน ทำโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก โดยได้มีการทำสัญญารองรับกับ บริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะลงมือปลูกเอง สร้างความมั่นใจ และมีตลาดรองรับ “จะมีออเดอร์รับซื้อกล้วยหอมทอง 100 ตัน/สัปดาห์ ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความมั่นใจ เนื่องจากมีตลาดรองรับที่แน่อน ผลผลิตที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะเป็นกล้วยเกรดเอทั้งหมด บริษัทรับซื้อกล้วยหอมทองจากประเทศญี่ปุ่นมีความพึงพอใจ รับไม่จำกัดจำนวน” สำหรับโครงการปลูกกล้วยหอมทอง หมู่ที่ 1 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยการสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีอาชีพเสริม หารายได้ที่ขาดหายไปในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยสนับสนุนหน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง เกษตรกรจำนวน 35 ราย รายละ 2 ไร่ ไร่ละ 400 หน่อ จำนวน 14,000 หน่อ เป็นเงิน 238,000 บาท เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก
มีโอกาสพูดคุยกับ คุณร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดสกลนคร เกี่ยวกับพื้นที่ปลูกข้าว และการทำเกษตรของจังหวัดสกลนคร โดยข้าวมักมีปัญหาเรื่องราคาทุกปี ผลผลิตก็ไม่มาก อยู่ที่ 400-450 กิโลกรัม ต่อไร่ และบางรายก็ปลูกไว้แต่พอกิน และหันไปปลูกพืชอื่นแทนก็มี เกษตรกรที่ไม่ทำนาแต่หันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เน้นไปที่ กล้วย บางช่วงสามารถสร้างรายได้วันละกว่าหมื่นบาท เกษตรกรที่ว่าอยู่บ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยเกษตรกรรายนี้ หันมาทำเกษตรผสมผสาน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ประสบผลสำเร็จจริงจังเมื่อ 4 ปีนี้ ขับรถออกจากจังหวัดสกลนคร มุ่งหน้าไปตามถนนสาย สกลนคร-อุดรธานี ประมาณ 24 กิโลเมตร ระหว่างบ้านดงมะไฟ และบ้านหนองเม็ก จะพบป้ายบอกทาง เข้าวัดถ้ำขาม เลี้ยวซ้ายเข้าไป ผ่านบ้านกลาง บ้านหนองดินดำ ราว 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับบ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งริมทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนของเกษตรกรที่ปลูกพืชมากมาย และซ้ายมือจะพบกับ “ไร่สุขพอเพียง” มีผลผลิตทางการเกษตรวางขาย ทั้ง กล้วยหอมทอง หน่อกล้วย อีกมากมายไว้จำหน่าย หลังจากทักทายแล้ว คุณทรงศักดิ์ ปัญญาประชุม อายุ 70 ปี เจ้าของไร่ เล่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีรัตน์ พรหมเลิศ เลขานุการกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี เปิดเผยว่า กลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี ได้ขยายผลต่อยอดตามโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก ที่ทำสัญญารองรับกับทางบริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น สมาชิกในกลุ่มได้โค่นสวนยางพาราบางส่วน เพื่อทดลองปลูกกล้วยหอมทอง ผสมผสานกับผักสวนครัว สร้างรายได้ระหว่างรอการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง ระหว่างต้นกล้วยเพื่อเป็นการไล่แมลงที่จะมาชอนไชอีกด้วย “กล้วยหอมทองอำเภอนาทวี มีทั้งแปลงที่พึ่งปลูกได้ 1-2 เดือน 3-5 เดือน และจะครบกำลังเก็บผลผลิตล๊อตแรกในกลางเดือน ต.ค. ประมาณ 100 ไร่ ราคาประกันขั้นต้นที่ กก.ละ 10 บาท แต่ในขณะนี้บริษัทฯให้ราคาขั้นต้นที่ กก.ละ 15 -17 บาท และรับซื้อผลผลิตไม่อั้น” นางปวีรัตน์ กล่าวว่า ในภาพรวมผลผลิตกล้วยหอมทองของเกษตรกรนาทวีที่เข้าร่วมโครงการ ผลผลิตน่าพึงพอใจ เป็นการเริ่มต้นที่ดีของการปลูกกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก เกษตรกรมีกำลังใจ และมีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงราคายางพาราตกต่ำ ขณะนี้มีแปลงทดลองและสมาชิกในกลุ่มจะคอยเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลทั้งกระบวน การควบคุมคุณภาพการผลิต กา
หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไม นักกีฬาจึงนิยมกินกล้วยหอมสุกระหว่างพักการแข่งขัน คำตอบก็คือ กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง เพราะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง ไม่ว่าจะเป็นสารโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยสูง จึงเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด บำรุงประสาท ทำให้รับส่งสัญญาณประสาทเร็วขึ้น ตัดสินใจได้อย่างฉับพลันแม่นยำและย่อยง่าย หากใครต้องการกินกล้วยหอมเพื่อเพิ่มพลังงานยามบ่าย แค่กินกล้วยหอม 2 ลูก ก็จะได้พลังงานเพียงพอต่อการทำงานได้นานถึง 90 นาที เพราะกล้วยหอมสุกผลใหญ่ 1 ลูก มีน้ำตาล 23 กรัม (น้ำตาลซูโคส ฟรุกโทส และกลูโคส) และแป้ง 2 กรัม กล้วยหอมจึงเป็นผลไม้มหัศจรรย์ที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับนักกีฬาที่ต้องใช้พละกำลัง และใช้เวลาแข่งขันนานๆ นักกีฬาหลายคนจึงนิยมหยิบกล้วยหอมมานั่งกินยามนั่งพักเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายอย่างรวดเร็ว จับกระแสตลาด กล้วยหอม กับ “คิง ฟรุทส์” ผู้เขียนมีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการกล้วยหอมทองรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ที่รู้จักกันดีในชื่อ บริษัท คิง ฟรุทส์ จำกัด ที่มีเนื้อที่ปลูกกว่า 3,000 ไร่ ผลิตกล้วยหอมทอง คุณภาพเยี่ยมเกรดส่งออก ยี่ห้อ “BANANA KING” ป้อนตลาด
