กล้วยหอมทอง
หนองบัวลำภู จังหวัดที่แยกตัวมาจากอุดรธานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 หากประเมินดูก็น่าเชื่อได้ว่า จังหวัดที่แยกตัวออกมา ควรมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ทว่าพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู กลับไม่มีระบบชลประทานรองรับเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรต้องพยายามพัฒนาระบบน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งการปลูกพืชทุกชนิด “น้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญ คุณทองแดง อัมไพชา คำสัมภาษณ์ของ คุณทองแดง อัมไพชา เกษตรกร หมู่ที่ 11 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรกรต้นแบบ สาขาพืชสวน (ปลูกกล้วยหอมทอง) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก็เด่นชัดเรื่องน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรที่ขาดแคลนและต้องพึ่งพาอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แม้จะแก้ปัญหาด้วยการเจาะบ่อบาดาลก็ช่วยได้ไม่มากนัก “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้พูดคุยกับคุณทองแดง ถึงการทำสวน แม้ว่าก่อนหน้านั้นคุณทองแดงจะปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชไร่ จำนวน 10 ไร่ ได้ผลผลิตไร่ละ 4 ตัน คิดเป็นรายได้ต่อปี ประมาณปีละ 40,000 บาท เมื่อหักต้นทุนที่ลงทุนไป ทำให้เห็นได้ชัดว่า รายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จากซ้ายไปขวา คุณวีระศักดิ์ พริศักดิ์ เกษตรตำบลนิค
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับ “กล้วยหอมทอง” เป็นพืชทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศชูจุดแข็งปลูกง่าย ใช้เวลาผลิตสั้น ปรับตัวต่อสภาพอากาศได้ดี เหมาะเป็นทั้งพืชเสริมรายได้และพืชฟื้นฟูเศรษฐกิจเกษตร พร้อมเร่งพัฒนาคุณภาพทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดส่งออกที่มีความต้องการต่อเนื่อง อาทิ ญี่ปุ่น จีน และตะวันออกกลาง นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในรูปแบบ “ห่วงโซ่มูลค่า” (Value Chain) อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การตลาด ไปจนถึงการเชื่อมโยงข้อมูล โดยได้ผลักดันการนำนวัตกรรม “การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยอย่างง่าย” มาใช้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถผลิตต้นพันธุ์คุณภาพได้ด้วยตนเอง ลดต้นทุน และเพิ่มความสม่ำเสมอของผลผลิต ควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) แพลตฟอร์มข้อมูล (Data Platform) และ Smart Farming เพื่
กล้วยหอมทอง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ใช้ระยะกว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 9 เดือนเศษ แต่ก็ตอบแทนเจ้าของได้อย่างคุ้มค่า เพราะหากมีการวางแผนการผลิตที่ดี มีการบริหารจัดการที่ดี จะทำรายได้สูงถึงไร่ละนับแสนบาทเลยทีเดียว แม้แต่ช่างเขียนแบบก็สามารถเรียนรู้และปลูกให้ประสบผลสำเร็จได้ อย่างเช่น คุณเกรียงไกร พิมภูธร อายุ 43 ปี อยู่ที่บ้านท่าขอนยาง หมู่ที่ 3 ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. 082-118-1605 จบการศึกษา ปวช. และ ปวส. ด้านช่างจากวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม จากนั้นไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีครุศาสตร์อุตสาหกรรม จากสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งช่างเขียนแบบ กองช่าง เทศบาลตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม แรงบันดาลใจในการปลูกกล้วยหอมทอง เกิดจากการที่ได้ดูรายการทีวีเกี่ยวกับกล้วยหอมทอง ก็เลยสนใจคิดว่าเป็นไม้ผลที่คู่กับคนไทย สามารถบริโภคได้ทุกฤดูกาล จากนั้นได้ศึกษาการปลูก การดูแลรักษาอย่างจริงจัง จาก YouTube เป็นเวลา 1 ปี คือในปี 2559 ได้สอบถามราคาซื้อขายในตลาดที่จังหวัดมหาสารคาม ก็พบว่าราคาค่อนข้างดีและไม่มีตลาดค้าส่ง ดังนั้น ถ้าเรานำมาปลูกในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามน่าจ
นางสาวรักชนก ทุยเวียง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “กล้วยหอมทอง” จังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของจังหวัด ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการยกระดับสินค้าเกษตรและเสริมศักยภาพเกษตรกร 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรแบบประณีตหรือเกษตรแม่นยำสูง โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีหมุนเวียน เพื่อยกระดับการผลิตและต่อยอดเป็นสินค้าเกษตรโภชนาการมูลค่าสูง โดยหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จ คือ วิสาหกิจชุมชนฟรุทส์ฟาร์มอุบล หมู่ที่ 9 ตำบลแก้ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพเพื่อส่งออกประเทศญี่ปุ่น โดยเน้นระบบการผลิตแบบปลอดภัยจากสารพิษ ใช้สารชีวภัณฑ์ ใช้เทคโนโลยีระบบน้ำหยด เน้นการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน สร้างรายได้กลุ่มกว่าปีละ 30 ล้านบาท ซึ่ง สศท.11 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดของกลุ่มพบว่า เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง ตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 770 ไร่ (ปลูกเฉลี่ย 4 ไร่/ครัวเรือน) มีส
อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ทุกคนรู้ดีว่าเหนื่อย หนัก ต้องสู้กับแดดและฝน แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ยังมีคนที่คิดอยากจะออกจากงานประจำมาทำเกษตร รวมถึงคนที่คิดอยากจะทำเกษตรเป็นอาชีพเสริมอยู่ทุกวัน ซึ่งถ้าหากลองกลับมาคิดดีๆ นั้นบางทีสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่า ในบางครั้งถึงจะต้องเจอกับงานที่หนักและเหนื่อย แต่ถ้าทำแล้วมีความสุข ทั้งความหนักและเหนื่อยที่ว่ามานี้ก็อาจจะจางหายเองก็ได้ คุณอริสา พงษ์เผือก หรือ พี่ก้อย ข้าราชการสาว ใช้วันว่างกลับมาพัฒนาอาชีพเดิมของพ่อแม่ ต่อยอดการตลาดให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมเฉลี่ยเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท หรือถ้าอยู่ในช่วงที่พีกที่สุดยอดขายพุ่งไปจนถึงหลักแสนบาท ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากสวนผสมผสานของพ่อกับแม่ ปลูกพืชผักไม้ผลไว้หลากหลายชนิด มีพืชหลักสร้างรายได้คือ มะนาวและกล้วยหอมทอง ที่เมื่อหลังฤดูการเก็บเกี่ยวที่สวนก็จะทำการตัดแต่งหน่อกล้วยที่เกินความจำเป็นทิ้ง ก็เกิดเป็นความเสียดาย จึงได้กลายเป็นมาช่องทางการตลาด จากเดิมที่ขายเพียงแต่กล้วยเป็นหวี ก็ได้เพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากการขายหน่อกล้วยเสริมเข้ามาอีกช่องทางหนึ่ง เทคนิคการเริ่มต้นหาตลาด ของแม่ค้ามือใหม่ พี่ก้อย
ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพการเกษตร ในปี พ.ศ. 2560 ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านหนองเขื่อนได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน เพื่อผลิตสินค้าแปรรูปเกี่ยวกับสินค้าชุมชนได้แก่ กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า และมะม่วงหาวมะนาวโห่ สินค้าขายดีเพราะมีความแปลกใหม่ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันเพื่อปลูกกล้วยหอมทอง มะม่วงหาวมะนาวโห่และกล้วยน้ำว้าส่งให้กลุ่มเพื่อแปรรูปทำให้พืชผลทางการเกษตรของในหมู่บ้าน โดยทางกลุ่มรับซื้อผลผลิตในราคาประกันตลอดทั้งปี คือ กล้วยหอมราคาหวีละ 20 บาท กล้วยน้ำว้ากิโลละ 5 บาท มะม่วงหาวมะนาวโห่ กิโละ 30 บาท ต่อมาในปี 2564 ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ได้จดทะเบียนเป็น บริษัท ป.เปาเล้ง ไทยอินเตอร์ฟรุ๊ต จำกัด ดำเนินธุรกิจแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค โดยดำเนินการตามกรอบแนวคิดและการบริหารจัดการแบบ “ขยะเหลือศูนย์” หรือ “zero waste management” เพื่อให้ทุกส่วนของพืชมีประโยชน์การใช้ง
หนองบัวลำภู จังหวัดที่แยกตัวมาจากอุดรธานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 หากประเมินดูก็น่าเชื่อได้ว่า จังหวัดที่แยกตัวออกมา ควรมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่ทว่าพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู กลับไม่มีระบบชลประทานรองรับเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรต้องพยายามพัฒนาระบบน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งการปลูกพืชทุกชนิด “น้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญ คำสัมภาษณ์ของ คุณทองแดง อัมไพชา เกษตรกร หมู่ที่ 11 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรกรต้นแบบ สาขาพืชสวน (ปลูกกล้วยหอมทอง) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก็เด่นชัดเรื่องน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรที่ขาดแคลนและต้องพึ่งพาอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แม้จะแก้ปัญหาด้วยการเจาะบ่อบาดาลก็ช่วยได้ไม่มากนัก “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้พูดคุยกับคุณทองแดง ถึงการทำสวน แม้ว่าก่อนหน้านั้นคุณทองแดงจะปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชไร่ จำนวน 10 ไร่ ได้ผลผลิตไร่ละ 4 ตัน คิดเป็นรายได้ต่อปี ประมาณปีละ 40,000 บาท เมื่อหักต้นทุนที่ลงทุนไป ทำให้เห็นได้ชัดว่า รายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน คุณจีระพงษ์ อัมไพชา บุตรชาย เป็นต้นคิดให้พ่อเปลี่ยนรูปแบบการทำการเก
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จังหวัดปทุมธานีเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองทั้งจังหวัดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร รวม 712 ราย พื้นที่ปลูกรวม 11,098 ไร่ โดยกล้วยหอมทองของจังหวัดปทุมธานีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ผลใหญ่ยาว เปลือกบาง ผิวนวล เนื้อเหนียวแน่น ผลดิบจะมีสีเขียวนวล เมื่อสุกจะมีสีทองนวล รสชาติหวานหอม จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างอาชีพ สร้างรายได้งามให้แก่เกษตรกร จากการติดตามสถานการณ์การผลิตกล้วยหอมทองของกลุ่มแปลงใหญ่กล้วยหอมทองตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พบว่า นับเป็นกลุ่มที่มีการวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และเป็นการผลิตแบบอินทรีย์ ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพ มาตรฐาน ตรงกับความต้องการตลาด ซึ่งทางกลุ่มเริ่มดำเนินการ เมื่อปี 2558
เมื่อราคายางพาราตกต่ำลงต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรจังหวัดพัทลุงซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา ต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ รายได้ลดลงจนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หลายครอบครัวจึงเริ่มมองหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อเสริมรายได้ และหนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนก็คือ “กล้วยหอมทอง” พืชที่สามารถปลูกแซมในสวนยางพาราได้ และที่สำคัญให้ผลตอบแทนเร็วภายใน 9 เดือน และมีตลาดรองรับ หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “แปลงใหญ่กล้วยหอมทองอำเภอบางแก้ว” ตำบลท่ามะเพื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ถือเป็นต้นแบบการรวมตัวกันของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต และการพัฒนาคุณภาพสินค้า โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตอย่างเป็นระบบ เช่น เกษตรกรที่เป็นภาพสะท้อนชัดเจนของการปรับตัว คือ คุณอาคม ดิษฐ์สุวรรณ สมาชิกแปลงใหญ่กล้วยหอมทองอำเภอบางแก้ว ที่เคยปลูกยางพารา แต่เมื่อราคาตกต่ำจึงตัดสินใจโค่นต้นยางมาปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่รวม 8 ไร่ จำนวน 5,500 ต้น ปัจจุบันปลูกมาแล้วประมาณ 5 ปี และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้ว จนทำให้การปลูกกล้วยหอมทองประสบความสำเร็จ คุณอาคม เล่าว
กล้วยหอมทอง เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการส่งออก หลายประเทศมีความต้องการบริโภคสูง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีการปลูกกล้วยหอมเพื่อการค้าในหลายจังหวัด รวมถึงที่จังหวัดอุดรธานี โดยการปลูกกล้วยหอมทองเพื่อการค้าของจังหวัดอุดรธานี เกิดขึ้นในปี 2537 โดยมี คุณทองคูณ โพธิ์พรม เกษตรกร บ้านโพธิ์ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม เป็นเกษตรกรผู้เริ่มต้นและจุดประกายการปลูกกล้วยหอมทอง เริ่มขายจากตลาดท้องถิ่น เดิมนั้น คุณทองคูณทำงานอยู่ในโรงงานไม้อัดที่จังหวัดนนทบุรี แต่เนื่องด้วยมีรายได้ไม่เพียงพอการค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด มาประกอบอาชีพการเกษตร และได้นำพันธุ์กล้วยหอมทองจากจังหวัดนนทบุรีมาปลูก ด้านการตลาด เริ่มต้นด้วยการปลูกเพื่อจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น และนำไปให้เพื่อนที่อยู่บ้านปากสวย ตำบลปากสวย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ช่วยจำหน่ายในร้านค้าริมข้างทาง บนถนนสายหนองคาย-โพนพิสัย เนื่องจากมีรถสัญจรมากพอสมควร ต่อมามีการพัฒนาจนกลายเป็นตลาดกล้วยหอมทองแหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2540 คุณทองคูณได้ริเริ่มจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกกล้วยหอมทองอำเภอสร้างคอมขึ้น มีสมาชิก
