การปลูกเมล่อน
ในวันที่การทำเกษตรไม่ได้หมายถึงเพียงการ “ปลูกแล้วรอขาย” เหมือนในอดีต แต่ต้องคิด วางแผน และปรับตัวให้ทันตลาด เรื่องราวของ คุณสุภัส เต๊ะฮุย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกเมล่อนและผักปลอดภัย กลายเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถพลิกวิถีชีวิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงได้ หากมองเห็นโอกาสและกล้าลงมือทำอย่างจริงจัง คุณสุภัสเล่าถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดขึ้นในปี 2562 จากความตั้งใจของคนในชุมชนที่อยากกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้าน พร้อมกับสร้างรายได้จากอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เดิมทีพื้นที่ส่วนใหญ่ในชุมชนทำนาข้าวและสวนยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก แต่รายได้มักเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ไม่สามารถหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปี คุณสุภัสและเพื่อนเกษตรกรจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ จนพบว่า “พืชอายุสั้น” คือคำตอบที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนได้ทุกเดือน หนึ่งในพืชที่ถูกเลือกคือ เมล่อน ผลไม้พรีเมียมที่กำลังได้รับความนิยมในตลาด ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติและราคาที่ค่อนข้างสูง จึงเริ่มต้นทดลองปลูกในโรงเรือนประมาณ 4 โรงเรือน โดยแต่ละโรงเรือนสามารถให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 300–400 กิโลกรัม จำหน่ายในราคาปร
เข้าสู่ฤดูหนาว เป็นโหมดความสุขที่หลายคนกำลังรอคอยจับจ้องเพื่อไปท่องเที่ยวพักผ่อนหาความสุข ภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงรายเป็นจังหวัดเด่นที่นักท่องเที่ยวนิยมปักหมุดกัน เชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบให้เลือกเที่ยวตามรสนิยมความชอบ อยากแนะนำสถานที่เที่ยวเชิงเกษตรอย่าง “โอโซนฟาร์ม” (OZONE FARM) ตั้งอยู่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นฟาร์มปลูกเมล่อน และพืชผักทานสดหลายชนิด ที่ล้วนมีความปลอดภัย ทั้งยังมีร้านอาหารที่ลูกค้าสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นอาหาร ของว่าง และเครื่องดื่มแนว farm to table พร้อมไปกับกิจกรรมหลายอย่างที่ชวนทุกคนมาร่วมกันทำอย่างสนุกสนาน คุณพิเชษฐ กันทะวงค์ เจ้าของโอโซนฟาร์ม เล่าว่า ตัวเองเรียนจบจากแม่โจ้ด้านกีฏวิทยา มีประสบการณ์ทำงานด้านการวิจัยศัตรูพืช จากนั้นเบนเข็มมาทำอาชีพส่วนตัว ภายหลังมีครอบครัวจึงเข้าสู่เส้นทางอาชีพเกษตรด้วยการปลูกเมล่อนขายในปี 2555 จนเป็นที่รู้จักมีคนเข้ามาเที่ยวฟาร์มมากขึ้นจึงเปิดร้านอาหารแบบคู่ขนานในปี 2560 พร้อมเสิร์ฟความสดใหม่ด้วยการนำผลผลิตเกษตรในฟาร์มมาเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบปรุงอาหารในแบบ farm to table เมล่อนที่ปลูกในโอโซนฟาร์มมีหล
นางราตรี รุ่งหัวไผ่ เกษตรกรปราดเปรื่อง (smart farmer) ปี 2566 เจ้าของสวนสุขใจเมล่อนลพบุรี ตำบลโพธิ์ตรุ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนจากการทำนาเพียงอย่างเดียว เป็นการปลูกเมล่อนนอกโรงเรือนสร้างรายได้ช่วงฤดูแล้ง รายได้ดีกว่าการทำนา แต่ต้องใส่ใจในการดูแลรักษา จากเดิมปลูกข้าว ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 4,500 บาท แต่ขายข้าวเปลือกได้กำไรเพียง ไร่ละประมาน 2,000 บาท หากเปลี่ยนเป็นเมล่อนในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เงินลงทุน ประมาณ 10,000 บาท ปลูกไร่ละ 2,000 ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 3 ตัน ขายส่งได้ตันละ 35,000 บาท สร้างรายได้ไร่ละประมาณ 105,000 บาท หักลบต้นทุนแล้วจะได้กำไรสุทธิ 95,000 บาทต่อไร่ นอกจากนั้น ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายออนไลน์ กิโลกรัมละ 80 บาท ผ่านทาง Facebook : สวนสุขใจเมล่อนลพบุรี คุณราตรี กล่าวว่า เมล่อนนั้นเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แต่ต้องได้น้ำสม่ำเสมอและต้องไม่มากเกินไป ชอบอากาศร้อนและแสงแดด โดยใช้ระบบน้ำหยดในการปลูก เพราะควบคุมดูแลง่ายสามารถใส่ปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดเชื้อราซึ่งเป็นปัญหาหลักของเมล่อน โดยผสมไตรโคเดอร์มาพร้อมกับน้ำได้เลย ที่แ
“เมล่อน” พันธุ์ญี่ปุ่น หาชิมได้ที่สวนเมล่อน-บางหว้า ของ คุณศราวุธ จันทะพรหม หรือ คุณโหน่ง เจ้าของ “บางหว้า เมล่อน ฟาร์ม” ซึ่งทำฟาร์มเมล่อนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 เรียกว่า ใครก็ตามที่เข้าไปที่บางหว้า เมล่อน ฟาร์ม คุณโหน่งพร้อมถ่ายทอดความรู้การปลูกเมล่อนให้กับผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะคนเมืองที่สนใจทำ “เกษตรในเมือง” ซึ่งใช้พื้นที่ไม่มาก แต่ต้องอาศัยความชอบและใจรักในการปลูกเมล่อนจริงๆ คุณโหน่งเป็นอดีตวิศวกรโยธา วัย 56 ปี มีดีกรีจบมาจากมหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตอีสาน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีมาใหม่ๆ คุณโหน่งเริ่มงานเป็นพนักงานรับเหมาก่อสร้าง ทำฟาร์มกุ้ง ทำร้านอาหาร และทำสวนเมล่อน จนเป็นกระแสเกษตรคนเมืองจนได้รับการยอมรับจากแวดวงเกษตรกรรม แต่ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ราว 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ทุกพื้นที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งในส่วนของสวน “บางหว้า เมล่อน ฟาร์ม” ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะรูปแบบของสวน “เมล่อน-บางหว้า” เป็นลักษณะให้ลูกค้ามาชิมและซื้อถึงสวน รวมทั้งยังเป็นเชิงท่องเที่ยวเกษตรกรรม ทำให้ผู้เข้าชมชิมและเรียนรู้การทำเมล่อนลดลงไปด้วย คุณ
ปัจจุบัน ถ้านึกถึงผลไม้ที่เป็นพืชตระกูลแตง ที่มีราคาค่อนข้างสูง รสชาติหวานละมุนลิ้น คงจะหนีไม่พ้นผลไม้ที่มีชื่อว่า เมล่อน (Melon) ผลไม้เศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีอนาคตทางการตลาดค่อนข้างไกล เมล่อน (Melon) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucumis melo L. var. cantalpensis ในวงศ์ Cucurbitaceous ตระกูลเดียวกันกับแตงไทย บางท้องที่เรียก แตงเทศ หรือ แตงหอม มีลักษณะผลค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักมาก เปลือกหนา ส่วนผิวเปลือกมีทั้งแบบเรียบ และแบบมีร่างแห หรือมีร่องยาวจากขั้วถึงท้ายผล เนื้อมีสีส้ม หรือสีเหลือง มีรสหวาน และมีกลิ่นหอม ในต่างประเทศมีแหล่งปลูกที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อเมริกากลาง และเม็กซิโก ถิ่นกำเนิดของแคนตาลูป/เมล่อน มีการกล่าวถึงหลายพื้นที่ เช่น ทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย แถบกึ่งอบอุ่น และเขตร้อนทางทิศตะวันตกของทวีปแอฟริกา เริ่มพบหลักฐานบันทึกการปลูกแคนตาลูป/เมล่อน ในประเทศอียิปต์ เมื่อ 2400 ปี ก่อนคริสตกาล และมีการบันทึกการนำเข้ามาปลูกในกรุงโรม เมื่อศตวรรษที่ 1 ค.ศ. 1494 และปี ค.ศ. 1582 พบการปลูกแคนตาลูป/เมล่อน ในมลรัฐมิสซิสซิปปี้ อลาบามา และเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1609 การปลูกเมล่อนในประเทศไทย
ในระยะนี้การทำเกษตรค่อนข้างได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ที่ทำอาชีพอื่นมาสนใจทำอาชีพทางการเกษตรมากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนการทำให้ดูทันสมัย พร้อมทั้งมีการทำการตลาดที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้า จึงทำให้สามารถทำการตลาดชนิดที่ว่าแม้ขายออนไลน์ก็มีการจัดส่งอย่างเป็นระบบสินค้าไม่เสียหาย จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมการขายในเวลานี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณอรัญญา บุญมีมาพาสุข โบรกเกอร์สาวคนเก่ง ได้มีการปรับเปลี่ยนจากสาวออฟฟิศหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง ชนิดที่ว่าทำแล้วต้องไม่มีตกเทรนด์ ต้องไม่ลำบาก ให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำเกษตรนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แม้ไม่ได้เรียนเกษตรแต่ก็สามารถประสบผลสำเร็จได้เช่นกัน โดยเธอได้ทดลองปลูกเมล่อน และนำมาสร้างเป็นอาชีพในเวลาต่อมาชนิดที่ว่าขายดิบขายดีกันเลยทีเดียว คุณอรัญญา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวทำเกี่ยวกับการเกษตรมาก่อนแล้ว แต่ต่อเมื่อมีโอกาสจึงได้นึกถึงการปลูกพืชแบบแนวใหม่ เพื่อที่จะช่วยให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำเกษตรนั้นไม่ได้ยากแบบสมัยก่อน จึงได้เลือกศึกษาการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น เพราะเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการ จึงทำให้ได้ไปศึกษาการปลูกอย่างเป็นระบบ และ
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกษตรกรหน้าใหม่-หน้าเก่า จำนวนไม่น้อยในบ้านเราหันมาปลูกเมล่อนกัน สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะได้ราคาดี เฉลี่ยแล้วขายกิโลกรัมละ 100 บาท บางแห่งที่ปลูกแบบอินทรีย์สามารถทำราคาได้มากกว่านั้นอีก คุณจันทร์จีรา บุญศิริ อายุ 43 ปี ก็เป็นอดีตมนุษย์เงินเดือนอีกคนที่หันมาทำอาชีพเกษตรกรรม และเลือกปลูกเมล่อนที่บ้านเกิด ในตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เนื้อที่ 30 ไร่ โดยปลูกในโรงเรือน ชื่อสวนเมตตา หรือฟาร์มสดใส 2 ซึ่งได้รับเครื่องหมายมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) ด้วย คุณจันทร์จีรา บุญศิริ เล่าว่า หลังเรียนจบปริญญาตรี สาขาโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ทำงานเป็นวิศวกร ทำงานด้านโทรคมนาคมมานาน 20 กว่าปี ผ่านงานวางแผนงานโครงข่ายและดูแลปรับปรุงสัญญาณ 3G 4G ให้คงคุณภาพเสียง สัญญาณ และความเร็ว ให้แก่ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม จากเงินเดือนหลักหมื่นจนมาเป็นหลักแสน สุดท้าย ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เมื่อปี2562 โดยทำเป็นสวนเมล่อน พร้อมเสริมด้วยการเลี้ยงปลาดุก ปลานิล วัว แพะ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับคุณแม่ที่อายุมากถึง 78 ปีแล้ว เน้น 3 สายพ
เมล่อน…เป็นพืชเถาเลื้อยขึ้นค้าง ดอกสีเหลือง ผลกลมหรือกลมรี มีรสหวานหอมอร่อย ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ มีการปลูกเมล่อนกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่อำเภอมโนรมย์มีเกษตรกรปลูกด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการ เป็นวิถีใหม่ที่ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนมีรายได้เงินแสนบาทและยังชีพได้มั่นคง คุณพัชรินทร์ หวีทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรอำเภอมโรมย์ เล่าให้ฟังว่า เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็งขรุขระแต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห 2. Inodorous ผิวเปลือกเรียบ และมักไม่มีกลิ่นหอม หรือนิยมเรียกกันว่า แคนตาลูป 3. Reticulatus หรือเน็ทเมล่อน ลักษณะผิวเปลือกด้านนอกขรุขระเป็นร่างแหคลุมตลอดทั้งผล มีกลิ่นหอม เนื้อมีสีเหลืองหรือสีส้ม เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินเอ มีเบต้าแคโรทีน ฟ
เมล่อน เป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่นิยมบริโภคกันมากในปัจจุบัน เพราะมีรสชาติที่อร่อย มีกลิ่นหอมและรสหวาน ส่วนมากจะนิยมนำมาบริโภคสด หรือนำมาเป็นส่วนประกอบของหวาน เครื่องดื่ม ไอศกรีม ฟรุตสลัด และด้วยกระแสความดังของเมล่อน ส่งผลให้เกษตรกรหน้าใหม่เข้าสู่การทำฟาร์มเมล่อนเป็นหลัก ซึ่งการปลูกเมล่อนต้องอาศัยการดูแลเป็นอย่างมาก คุณวีรพงศ์ สุโอสถ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ รุ่นที่ 2 ของ ฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด อยู่ที่ 26/4 หมู่ที่ 7 ซอยเฉลิมพระเกียรติ 2 ตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 ได้เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อได้เริ่มจากการทำนา ทำสวนส้ม ตะไคร้ ฝรั่ง จนกระทั่งเรียนจบ หลังจากเรียนจบก็ลองปลูกเมล่อน ซึ่งการที่มาปลูกเมล่อนเป็นเพราะพี่สาวชอบ จึงเริ่มต้นปลูกเมล่อนกลางแจ้ง 3 แปลง แปลงแรก เก็บได้หมด แปลงสอง เก็บได้ครึ่งหนึ่ง แปลงสาม เก็บไม่ได้เลย เลยทำให้รู้ว่าเราปลูกได้ แต่เราไม่มีโรงเรือน เลยสู้แมลงไม่ไหว จึงเริ่มคิดทำโรงเรือน ซึ่งการทำโรงเรือนหลังแรก ราคาอยู่ที่ 65,000 บาท เราจ้างเขาทำแล้วให้เขาสอนงานเราด้วย ตอนนี้ก็เลยทำโรงเรือนเป็นและรับการทำโรงเรือนไปด้วย ตอนนี้โรงเรือนของเราจะมีเมล่อน
ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ได้มีเกษตรกรคนรุ่นใหม่ทำฟาร์มปลูกเมล่อนจนประสบผลสำเร็จ ยอดสั่งจองออนไลน์ช่วงเทศกาลต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเกษตรกรรุ่นใหม่คนนี้คือ คุณสุดาวัลย์ ทองเลิศล้ำ อายุ 36 ปี เจ้าของ “Porsche Melon Farm” ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก คุณสุดาวัลย์ เคยเป็นพนักงานประจำตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ดูแลลูกค้า แบงค์ชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก แต่อยากกลับบ้านมาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ดูแลแม่และลูกสาว ที่ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ พร้อมต้องการเดินตามรอยวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 เธอตัดสินใจลาออกเมื่อกลางปี 2559 เธอเปลี่ยนทุ่งนามาสร้างโรงเรือนปลูกเมล่อนญี่ปุ่น ด้วยงบประมาณที่ตนเองมีอยู่ 200,000 บาท และเรียนรู้เองจาก Google ศึกษาลองผิดลองถูก ประมาณครึ่งปี และถ้ามีใครถามว่า ตอนนี้ตนเองเดินมาได้ถึงจุดไหนแล้ว บอกได้เต็มปากเลย ว่าประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเกษตรกรได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะเรียนรู้เองไม่ได้มีใครสอน ใช้เวลาเพียงครึ่งปี ก็สามารถมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ และเป็นที่น่าพอใจ ตั้งแต่ ปี 2560 เป็นต้นมา ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น วันปี
