การปลูกเมล่อน
“เมล่อน” ไม่ได้เป็นพืชพื้นถิ่นดั้งเดิมของประเทศไทย แต่ปัจจุบันได้มีเกษตรกรหันมาประกอบอาชีพปลูกเมล่อนกันมาก มีทั้งเกษตรกรที่ผลิตแล้วประสบผลสำเร็จและล้มเหลว ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเหตุปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนในการปลูก การดูแลเอาใจใส่ ความเชื่อ ฯลฯ ซึ่งองค์ความรู้มีให้ศึกษาค้นคว้ามากมายตามสื่อประเภทต่างๆ ที่เมืองสอง หรืออำเภอสอง มีเกษตรกร 2 สามีภรรยา ก็ปลูกเมล่อน แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถผลิตเมล่อนออกสู่ตลาดได้ทุกเดือน โดยการบริหารจัดการที่มีระบบ คุณพศวีร์ สุยะตา อายุ 40 ปี และ คุณหทัยชนก คงสวรรค์ 2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 1 บ้านลูนิเกต ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นผู้ปลูกเมล่อนระบบปิดในโรงเรือน ได้เล่าถึงเบื้องหลังก่อนจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ว่า ช่วงก่อนปี 2560 คุณหทัยชนก ทำงานที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดแพร่ ส่วน คุณพศวีร์ พอมีเวลาก็ได้เข้าไปศึกษาเรื่องการปลูกเมล่อน ในยูทูบ (YouTube) เกิดแรงบันดาลใจที่สั่งสมให้หันมาสนใจเรื่องเมล่อน เพราะได้ข้อมูลว่า เมล่อน เป็นพืชเศรษฐกิจ มีราคาดี ตลาดยังรองรับได้ สำ
ความจริงบุรีรัมย์มีผลไม้หลายชนิดที่มีรสชาติอร่อยไม่แพ้จังหวัดอื่น แต่ที่ดูจะมีชื่อเสียงขึ้นชื่อของจังหวัดน่าจะเป็นทุเรียน เพราะมีรสชาติอร่อย อันเป็นผลมาจากการมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่เอื้อต่อคุณภาพทุเรียน จนเป็นที่ถูกใจของบรรดานักชิมทุเรียนเลยเชียว ล่าสุด “เมล่อน” ไม้ผลน้องใหม่ไฟแรงที่กำลังเนื้อหอม เพราะมีเอกชนส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้วิธีปลูกในโรงเรือนที่สามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตให้มีความสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่ต้องการของโมเดิร์นเทรดและห้างค้าส่งขนาดใหญ่จนชาวบ้านปลูกส่งขายกันแทบไม่ทัน แถมยังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ที่ดีให้แก่คนเมืองนี้อีกนับไม่ถ้วน คุณพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักมักคุ้นของคนเมือง ด้วยฉายา “เฮียน้อย 100 อาชีพ” ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้มีการปลูกเมล่อนในจังหวัดบุรีรัมย์อย่างจริงจังในรูปแบบธุรกิจ เพื่อต้องการหาอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวบุรีรัมย์แทนการรอขายผลผลิตการเกษตรอื่นที่ราคาไม่แน่นอน เฮียน้อย บอกถึงเหตุผลที่สนใจนำเมล่อนมาปลูกในจังหวัดนี้ว่า เพราะสมัยที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ยังได้รับตำแหน่งเป็นกรร
คุณเจริญพร ตราชัย อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 4 ตำบลหัวถนน อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาจับงานทางด้านการเกษตรเหมือนทุกวันนี้ สมัยก่อนทำงานอยู่ที่ไตหวัน ต่อมาจึงได้ย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทย ซึ่งเขามีความชอบในเรื่องของการเกษตร จึงได้ยึดอาชีพเกษตรกรรมสร้างรายได้ “พอเราได้กลับมาอยู่ไทย ก็เลยมาจับงานทางการเกษตร เรียกว่าลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแตงโมฟักทอง ก็ทำมาหมด ตอนนี้ก็รู้สึกว่า มันดูแลยาก และที่สำคัญราคาของผลผลิตก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ก็เลยมามองว่าจะทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะถ้าปลูกแบบตามใจเรา สินค้าที่ขายได้ก็ไม่ได้ราคา จึงได้มีแนวการปลูกที่ปรับเปลี่ยนใหม่ คือเลือกพืชที่ตลาดต้องการ” คุณเจริญพร เล่าถึงความเป็นมา เมื่อจับทิศทางของตลาดที่จะจำหน่ายสินค้าได้แล้ว คุณเจริญพร บอกว่า จึงได้เปลี่ยนมาปลูกเมล่อน ข้าวโพดหวานญี่ปุ่นกับข้าวโพดทับทัมสยาม และมีสวนมะนาวบ้างเล็กน้อย โดยยึดเชิงเป็นเกษตรผสมผสานให้ภายในพื้นที่สวน มีการทำเกษตรที่หลากลหลาย ก็จะทำให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายช่องทางมากขึ้นอีกด้วย โดยเมล่อนที่ปลูกจะใช้เป็นระบบโรงเรือน นำต้นกล้าเมล่อนมาปลูกลงในวัสดุปลู
เป็นเมล่อนเนื้อส้ม ลายตาข่ายสวยงาม กลิ่นหอมสไตล์ญี่ปุ่น ที่มา : คุณสุวิทย์ ไตรโชค นาวิต้าฟาร์ม บางไทร พระนครศรีอยุธยา โทร. (081) 818-0233
คุณพิเชษฐ์ กันทะวงศ์ เกษตรกรหนุ่ม ประธานยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จ.เชียงราย เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นเรียนจบมาทางด้านอารักขาพืช จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่น 64 และเข้าทำงานบริษัทเอกชนอีก 2 ที่ คือ บริษัท เจียไต๋ จำกัด รับหน้าที่ทดสอบพันธุ์ต่างประเทศ และ บริษัท ทีเจซี เคมี จำกัด รับหน้าที่ขึ้นทะเบียนสารก่อนนำมาขายในประเทศ ทำให้ที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำงานอยู่ในแวดวงเคมีเกษตรเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยว่าเราจะเรียนจบมาทางด้านกีฏวิทยาเกี่ยวกับแมลง ทำให้เรามีพื้นฐานที่ดีและรู้ว่าการควบคุมแมลงนอกจากสารเคมีแล้วยังมีวิธีอื่นๆ อีกมาก ยกตัวอย่าง การทำผักกางมุ้ง หรือการทำโรงเรือน เป็นการใช้หลักชีววิธี จึงเกิดแนวคิดว่าน่าจะทดลองปลูกพืชแบบไม่ใช้สารเคมี แต่เลือกใช้หลายๆ วิธีมาประยุกต์รวมกัน และมาลงตัวที่เมล่อน หลังจากที่ตัดสินใจแล้ว จึงได้ลงมือทำและการเรียนรู้ในครั้งแรกนี้ก็ทำให้ตนเองค้นพบข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือ สาเหตุการปลูกเมล่อนไม่ได้ผลดีจากประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเองก็คือ การปลูกกลางแจ้งแล้วได้ผลผลผลิตไม่ได้ดีนั้นมีสาเหตุมาจากการปลูกแบบลงดินนั้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคพืชต่างๆ ที่อยู่ในดินจำนวนมาก เช่น โรครากเน่า
