กาแฟ
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (สินค้าจีไอ) เพิ่มอีก 3 รายการ ได้แก่ กาแฟเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่ ส้มโอหอมควนลัง จังหวัดสงขลา และลำไยเบี้ยวเขียวลำพูน จังหวัดลำพูน จากปัจจุบันได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้า จีไอแล้ว 93 รายการ แบ่งเป็นคำขอไทย 79 รายการ ต่างประเทศ 14 รายการ และอยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนอีก 60 รายการ โดยกรมวางนโยบายส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไออย่างน้อย 1 จังหวัดต่อ 1 สินค้า ให้ครบทุกจังหวัดภายในปีนี้ ซึ่งตอนนี้มี 70 จังหวัดที่ยื่นคำขอแล้ว เหลืออีก 7 จังหวัด พร้อมกับสนับสนุนให้มีการจัดทำระบบตรวจสอบควบคุมมาตรฐานเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าจีไอต่อไปด้วย นายทศพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถิติการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ 158 คำขอ แบ่งเป็นคำขอไทย 136 คำขอ ต่างประเทศ 22 คำขอ โดยปีงบประมาณ 2560 มีการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนจำนวน 13 คำขอ ได้แก่ ผ้าตีนจกโหล่งลี้ลำพูน กาแฟดอยป่าแป๋ลำพูน จังหวัดลำพูน ทุเรียนศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ไวน์เขาใหญ่ กาแฟวังน้ำเขียว ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ จังหวัดนครราชสีมา เครื่องปั้น
กาแฟรสชาติดีต้องมาจากสถานที่ดีด้วย แต่ความใส่ใจน่าจะเป็นหัวใจสำคัญในทุกกระบวนการผลิต บนพื้นที่กว่า 85 ไร่ บนดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นที่ตั้งของ “ไร่เนสกาแฟ” ยี่ห้อกาแฟดังที่คุ้นเคย บรรยากาศเย็นสบายในช่วงต้นปี มองเห็นต้นกาแฟเรียงรายกันเป็นระเบียบแบบขั้นบันไดมองดูแล้วสบายตา คณะผู้บริหารเนสกาแฟ อภิวัฒน์ อิริยาภิชาติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มธุรกิจเนสกาแฟพรีเมี่ยม และ สุจิน สุดสะอาด ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการผลิต กลุ่มธุรกิจกาแฟและครีมเทียม พาคณะสื่อมวลชนเดินชมไร่กาแฟ พาไปดูตั้งแต่กรรมวิธีการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันกว่าจะออกมาเป็นเมล็ดกาแฟที่หอมกรุ่นในแก้วว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไร่เนสกาแฟที่ดอยตุงแห่งนี้ ใช้วิธีการปลูกแบบขั้นบันได ช่วยลดการกัดเซาะการพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี วันนี้เรายังมีโอกาสได้เก็บเมล็ดกาแฟสด ๆ จากไร่ ก่อนอื่นทุกคนจะต้องสวมถุงมือให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันมดแมลงที่อยู่ตามต้นกาแฟ และใส่รองเท้าบูต เนื่องจากพื้นค่อนข้างชื้น และเพื่อความสะดวกในการเก็บมากขึ้น สำหรับวิธีการเก็บเมล็ดกาแฟ สามารถเก็บได้ตั้งแต่เมล็ดสีเหลืองจน
วันที่ 29 มีนาคม 2560 ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ขณะนี้สภาพอากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว แต่นับได้ว่าอากาศที่นั่นยังคงมีกลิ่นอายของสายลมเย็นๆ พัดมาให้ชุ่มชื่นตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงนี้ ต้นกาแฟอาราบิก้า ซึ่งเป็นกาแฟที่นิยมของท้องตลาด ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ภูหินร่องกล้า ได้ปลูกไว้เป็นแปลงสาธิต กำลังออกดอกสีขาว บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวล พร้อมกันบนพื้นที่ 3 ไร่เศษ นายศุภกุล จันทร์ลา หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก กล่าวว่า โครงการพระราชดำริ เกิดขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาและรักษาพื้นที่ป่าไม้ให้คนอยู่กับป่า ป่าอยู่กับคน สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น โดยได้เริ่มโครงการฯ 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเห็นปัญหาของชาวไทยภูเขาที่ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในพื้นที่บ้านใหม่ร่องกล้า หมู่ที่ 10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง ได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากเดิมมีการปลูกฝิ่นและไร่กะหล่ำ หันมาส่งเ
กระทรวงเกษตรฯ ทุ่มงบฯ 3 พันล้าน ลุยตรวจเข้ม ‘พืช-สัตว์’ ปนเปื้อนสารเคมีเกินค่าปลอดภัย หวังยกระดับมาตรฐานเกษตรสู่ความยั่งยืน เผยพบกาแฟมีสารก่อมะเร็งตกค้างจำนวนมาก เหตุเก็บรักษาในที่มีความชื้น ใช้ไม่ถูกวิธี เอาช้อนเปียกน้ำตักผงกาแฟ นางสาวชุติมา บุญยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 กระทรวงเกษตรฯ จะเฝ้าระวังสารตกค้าง และปนเปื้อนในสัตว์และพืช จำนวน 130,000 ตัวอย่าง เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ภายใต้งบประมาณมากกว่า 3,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีการตรวจและเฝ้าระวังสารตกค้างและปนเปื้อน ประมาณ 110,000 ตัวอย่าง มีการตรวจพบสารปนเปื้อนหรือสารเคมีเกินมาตรฐาน ประมาณ 7% ซึ่งการตรวจสอบและเฝ้าระวัง แบ่งเป็นตรวจสอบพืช 20,000 ตัวอย่าง ปศุสัตว์ จำนวน 30,000 ตัวอย่าง และประมง 80,000 ตัวอย่าง เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องมาตรฐานสินค้าเกษตร ตามนโยบายปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน ดังนั้น เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร ระหว่างวันที่ 1-7 เมษายน นี้ กระทรวงเกษตรฯ จะออกสุ่มตรวจตัวอย่างอาหาร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริดโภค ต้อนรับเทศกาลสงกราน
เป็นเรื่องจริงที่เมื่อเอ่ยชื่อ “เชียงราย” นอกจากสีสันละลานตาของดอกไม้งามบนดอยตุง สิ่งหนึ่งที่หลายคนจะนึกถึงพร้อมกับกลิ่นหอมที่อวลเข้ามาเต็มจินตนาการคือ “กาแฟ” คอกาแฟไม่มีใครไม่รู้จัก “ดอยช้าง” ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากพระเมตตาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานต้นกล้ากาแฟ เพื่อใช้ปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขา จากวันนั้นเป็นเวลากว่า 40 ปี “ดอยช้าง” หนึ่งในหัวหมู่ทะลวงฟันที่ทำให้เชียงรายวันนี้เป็นเมืองหลวงของกาแฟ ข้อดีประการหนึ่งคือ ด้วยชื่อเสียงของกาแฟดอยช้าง ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในสหภาพยุโรป เป็นการเปิดตลาดและรับรองคุณภาพของเมล็ดกาแฟจากดอยสูงบนดินแดนแห่งนี้แทบจะโดยอัตโนมัติ วันนี้ในอำเภอแม่สรวย อำเภอแม่จัน มีโรงสีกาแฟผุดขึ้นเพื่อให้บริการคั่วกาแฟเกือบ 10 เจ้า ไม่นับร้านกาแฟสดที่เปิดอยู่รายทางรอให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ถามว่าธุรกิจนี้ยังเปิดกว้างสักแค่ไหน ยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมากมาย โดยเฉพาะกับกาแฟอินทรีย์ที่ปลูกบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 700 เมตรเป็นต้นไป ซึ่งความเย็นและความชื้นของป่าจะช่วยดูแลรสชาติของ
“ดื่มกาแฟ 1 แก้ว ช่วยรักษาป่า” คงเป็นเพียงถ้อยคำเก๋ไก๋ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการท่องเที่ยว จนกว่าจะได้ไปเยือน ไปเยี่ยมไปเห็น จึงจะแจ้งใจว่า กาแฟแก้วหนึ่ง มีส่วนรักษาป่าจริงหรือ? อย่างไร? หมู่บ้านของชาวมูเซอดำ ที่ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ชื่อว่าหมู่บ้านห้วยปลาหลด เป็นหมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายมูเซอดำ ชาวมูเซอดำบ้านห้วยปลาหลด มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่ยังยึดถือแนวทางดั้งเดิมของชาว ลาหู่แชแล หรือที่รู้จักกันดีในนามชาวมูเซอดำ เอาไว้ค่อนข้างมาก และอยู่กันแบบเครือญาติ พี่น้อง ทำไร่ข้าว ปลูกผัก สลับกันไปกลางป่าในหุบเขา โดยไม่บุกเบิกพื้นที่ทำกินเพิ่ม จากเดิมที่เคยมีมา มีคณะกรรมการดูแลป่า แบ่งป่าออกเป็นประเภทตามการใช้ประโยชน์ ทั้งป่าใช้สอย ป่าชุมชน ป่าพิธีกรรม ป่าต้นน้ำ ไร่ข้าว และพื้นที่เพาะปลูกพืชผัก ทุกวันนี้ ไฟฟ้ายังเข้ามาไม่ถึง อาศัยแสงเทียน ตะเกียง และพลังงานแสงอาทิตย์หรือจากโซลาร์เซลล์ นานมาแล้ว พื้นที่บนดอยบ้านห้วยปลาหลดทำไร่ฝิ่น เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ จนป่าต้นน้ำเหลือเพียงป่าหญ้าคา ในปี พ.ศ.2517 เริ่มได้รับการสนับสนุนให้ปลูกไม้ยืนต้นและกาแฟ ในยุคแรก ทดลองปลูกกาแฟอาราบิกา
กลับมาอีกครั้งสำหรับงานรวมพลเหล่าคนรักกาแฟตัวจริง ‘Thailand Coffee Fest 2017’ จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย(Specialty Coffee Association of Thailand) หรือ SCATH ซึ่งปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยในปีนี้ยังคงขนความพิเศษมาเสิร์ฟให้กับเหล่าคอกาแฟกันแบบเต็มๆ เหมือนเดิม โดยไม่ว่าคุณจะอยู่ในส่วนไหนของเส้นทางสายน้ำกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำบนยอดดอยจนถึงปลายน้ำในเมืองใหญ่ ก็สามารถอินไปกับทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในงานได้อย่างเต็มที่ นายอภิชา แย้มเกษร นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) หรือ SCATHเปิดเผยว่า “ สำหรับการจัดงานในปีนี้ เราได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นอย่างดีเพื่อร่วมกันผลักดัน เมล็ดกาแฟ และการค้ากาแฟไทย ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การค้าในระดับสากลทุกภาคส่วน โดยภายในงาน นอกจากผู้เข้าชม จะเพลิดเพลิน จากสาระความรู้ ความสนุกสนานจากกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรผู้ปลูกและโพรเซสกาแฟจากยอดดอย โรงคั่วเมล็ดกาแฟคุณภาพที่จะมานำเสนอเมล็ดกาแฟคั่วในแต่ละโพรไฟล์ ร้านกาแฟอินดี้ชั้นนำของเมืองไทยพร้อมเหล่ากองทัพบาริสต้าแถวหน้าของเมืองไทย และบริษัทผู้น
“คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองเลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาโครงการดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในปี 2560 ว่า จะทำงานเชิงรุกทั้งด้านธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” และการพัฒนาสังคม อาชีพ การศึกษา ให้กับชุมชนรอบพื้นที่ดอยตุง “ปีนี้ตั้งใจจะขยายผลงานด้านการศึกษาเยาวชนชาวเขาในโรงเรียนรอบพื้นที่ดอยตุงให้อ่านออกเขียนภาษาไทยได้มากขึ้น ตามพระกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” “คุณหญิงพวงร้อย” กล่าวว่า ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ดอยตุง” ที่มีทั้งงานหัตถกรรม, เซรามิก, กาแฟ และแมคาเดเมีย รวมทั้งการท่องเที่ยว ได้กำหนดทิศทางให้ชาวบ้านร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ และเพิ่มพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาเทคนิค และนวัตกรรมการผลิตงานหัตถกรรมให้มีคุณภาพ คงทน เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น พร้อมกับการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้กับคู่ค้าอย่างกลุ่มอิเกีย ประเทศสวีเดน และร้านมูจิ ในประเทศญี่ปุ่นด้วย “ปีที่ผ่านมาเรามีจำนวนการขายเพิ่มขึ้นกับอิเกีย แต่กำไรภาพรวมของธุรกิจไม่ไ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 เผยผลสำรวจการผลิตกาแฟ ปี 2559 จังหวัดนครราชสีมา ระบุ พื้นที่ปลูกกาแฟทั้งจังหวัดประมาณ 540 ไร่ ผลผลิตประมาณ 16.42 ตัน เฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 58 กิโลกรัม ส่วนมากร้อยละ 80 เป็นพันธุ์อาราบิก้า มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ใน 2 อำเภอ คือ วังน้ำเขียว และ สูงเนิน โดยผลผลิตทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูป และจำหน่ายใน 3 แหล่ง คือ วิสาหกิจชุมชนกาแฟดงมะไฟ ฟลอราปาร์ค และโรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กาแฟ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูก รวมไปถึงผู้แปรรูปและผู้ค้าด้วย ซึ่งกาแฟในประเทศไทยส่วนใหญ่ปลูกพันธุ์อยู่ 2 พันธุ์ คือ โรบัสต้า (ร้อยละ 98) และอาราบิก้า (ร้อยละ 2) โดยพันธุ์อาราบิก้า ส่วนใหญ่ปลูกอยู่ทางภาคเหนือในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และน่าน ตามลำดับ โดยกาแฟที่มีชื่อเสียงของไทย คือ กาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงราย ที่เป็นกาแฟคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าสากล ส่วนพันธุ์โรบัสต้า ส่วนใหญ่ปลูกในพื้นที่ ภาคใต้ จังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร ตามลำดับ ในส่วนภาคตะวันออ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลุยเมืองน่าน อีกหนึ่งถิ่นปลูกกาแฟที่สำคัญตามโครงการแปลงใหญ่ประชารัฐ ที่มีความเหมาะสมในการปลูกกาแฟทั้งพันธุ์อะราบิกาและโรบัสตา โดยปัจจุบัน จังหวัดน่าน มีพื้นที่ปลูกกาแฟจำนวนกว่า 4,500 ไร่ ผลผลิตปีละ 400 ตัน มั่นใจ จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในอนาคต และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง นางสาวราตรี เม่นประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการร่วมเสวนา และดูงานการเชื่อมโยงเครือข่ายกาแฟไทยจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่ง สศก. ได้เข้าร่วมเสวนาและบรรยาย เมื่อวันที่ 6 – 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ จังหวัดน่าน จัดโดยสมาคมกาแฟไทย เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกาแฟ และผู้นำเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การผลิต และการตลาดกาแฟในปัจจุบัน ปัจจุบัน การผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสตาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ทางภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร และระนอง ส่วนพันธุ์อะราบิกาอยู่ทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งจากข้อมูลการผลิตปัจจุบันพบว่า มีการปลูกกาแฟโรบัสตา ในภาคเหนือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื
