กาแฟ
ยางพารา นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ทำรายได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นพืชที่กรีดได้เกือบทุกวัน มีต้นทุนการจัดการภายในสวนไม่สูงมาก ใช้เวลาทำงานไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน อีกทั้งยังเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีตลาดมารองรับอยู่ตลอด แต่เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบันราคายางค่อนข้างมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบกับรายได้ในบางช่วงของเกษตรกรหายไป ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางต้องปรับตัวหาทางรอดด้วยการหาพืชอย่างอื่นมาปลูกเสริมในสวนยาง เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนมาใช้จ่ายในครอบครัว และอีกส่วนเก็บเป็นเงินออมไว้ คุณถนอมชัย กล่อมปัญญา หรือ พี่หนอม อยู่บ้านเลขที่ 80/3 หมู่ที่ 1 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เกษตรกรหัวสมัยใหม่ จากเมื่อก่อนทำสวนยางพาราเพียงอย่างเดียว ปรับตัวตามสถานการณ์มองหาพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิดมาปลูกแซมในสวนยาง บนแนวคิด วันสต็อป เซอร์วิส ครบจบในสวนเดียว ที่มีกระบวนการปลูก-แปรรูป และทำการตลาดเอง ทำให้สามารถจัดสรรรายได้จากพืชได้ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี มีเงินหมุนใช้ในครอบครัวอย่างไม่ขัดสน พี่หนอม เล่าถึงจุดเริ่มต้นปลูกพืชแซมในสวนยางว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ควบคู่ไปกับการขายอาหาร
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารข่าวสด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดสัมมนางาน ‘กาแฟ-โกโก้-วานิลลา พิชิตตลาดโลก HIGH-VALUE AGRI FUTURE 2026’ อัดแน่นเนื้อหาใหม่ที่ “ลึกกว่า” และ “เข้มข้นกว่า”เปิดโอกาสสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มาอัปเดตความรู้ ไปให้สุดในกระบวนการ “สร้างมูลค่า” ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น. เวลา 13.00 น. – 14.20 น. เข้าสู่ช่วง Special Talks หัวข้อ “The Future of Specialty Coffee” ยกระดับการปลูกและแปรรูป สร้างโอกาสใหม่ในตลาดพรีเมียม นำโดย สุภาชัย เตชนันต์ ผู้ประสานงานในพื้นที่ จ.เชียงราย ร่วมกับเลมอนฟาร์ม และปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ เจ้าของ โรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว ในตอนหนึ่ง คุณสุภาชัย ผู้ประสานงานในพื้นที่ จ.เชียงราย ร่วมกับเลมอนฟาร์ม กล่าวถึงภาพรวมตลาดกาแฟตอนนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะผู้คลุกคลีกับนวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูง มองว่า ‘หัวใจสำคัญ’ ที่จะทำให้เกษตรกรไทยคว้าโอกาสนี้ได้ทันท่วงที มองว่าแนวทางการปรับตัวเพื่อคว้าโอกาส ในมุมมองส่วนตัวมองว่ากาแฟไทยควรได้รับการพัฒนาใน 4 ด้านหลัก หร
แน่นอนว่าใครที่อยู่ในแวดวงกาแฟช่วงนี้ คงสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมสำคัญของตลาด โดยเฉพาะกระแสการบริโภคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลล่าสุดพบว่าคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 340 แก้วต่อคนต่อปี ดันความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศพุ่งแตะ 100,000 ตันต่อปี แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้จริงเพียงประมาณ 16,000-17,000 ตันต่อปี เท่านั้น (ข้อมูลปี 2568/69 จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ปลูกที่ลดลง สภาพอากาศที่ผันผวนจากสภาวะโลกร้อน รวมถึงธรรมชาติของต้นกาแฟที่ให้ผลผลิตไม่คงที่ในแต่ละปี ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศสูงถึง 80,000 ตัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงเรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองบนความท้าทาย ของทั้งเกษตรกรที่ต้องการยกระดับสู่กาแฟคุณภาพ และผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาจับธุรกิจนี้ เพราะในวันที่ของขาดตลาดแต่คนอยากกินเพิ่มขึ้น ราคาย่อมพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม…วงการนี้ “ไม่ได้ง่าย” อย่างที่คิด คนที่รู้ไม่จริง…อาจอยู่ไม่ได้ แม้ตลาดจะดูหอมหวาน แต่กาแฟคือพืชที่อาศัยความประณีตสูง ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลแบบเกษตรแม่นยำ ไปจนถึงทั
จากวัฒนธรรม “สภากาแฟ” ที่เน้นดื่มเพื่อพลังงานและการพบปะในอดีต สู่ยุคกาแฟสดที่เป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์คนเมือง จนถึงปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่โลกของ Specialty Coffee อย่างเต็มตัว ที่ผู้คนไม่ได้มองกาแฟเป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่มองว่าเป็น “งานศิลปะและงานคราฟต์” ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่แหล่งปลูก กระบวนการคั่ว ไปจนถึงศาสตร์การสกัดรสชาติที่ซับซ้อน กลายเป็นสุนทรียภาพที่ผู้ดื่มพร้อมละเลียดทั้งรสสัมผัสและเรื่องราวเบื้องหลังอย่างพิถีพิถัน ซึ่งความละเมียดละไมนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในถ้วยกาแฟ แต่ยังส่งผลไปถึงพื้นที่การปลูกกาแฟไทยขยายตัวจากภาคเหนือและภาคใต้สู่ “กาแฟที่ราบสูง” ในภาคอีสานอย่างจังหวัดเลย นครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น ที่สามารถสร้างเอกลักษณ์รสชาติใหม่จนกลายเป็นดาวรุ่งในวงการกาแฟพิเศษแห่งใหม่ ปอนด์-ณฐฎล มหาจันทร์ อดีตสถาปนิกหนุ่มไฟแรง ตัดสินใจกลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมผลักดัน “กาแฟ” เป็นพืชสร้างอนาคตใหม่บนพื้นที่ราบสูง และหมุดหมายใหม่ของคนรักกาแฟที่ต้องมาลองให้ได้สักครั้ง คุณปอนด์เล่าว่า จากประสบการณ์ในฐานะสถาปนิกและอาจารย์สอนด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารสูง ได้คลุกคลีอยู่กับการทำโ
ในฐานะสื่อกลางด้านการเกษตรอันดับหนึ่งของประเทศ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเฟ้นหาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอให้แก่พี่น้องเกษตรกรมาตลอด 30 กว่าปี สำหรับปีนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลจากการติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงเกษตรกรรมทั่วไทย พร้อมวิเคราะห์จาก “ยอดความสนใจของผู้อ่าน” จนสามารถคัดสรร “อันดับพืชมูลค่าสูงมาแรงประจำปี 2025” ที่ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ที่เราคัดมาให้เน้นๆ ได้แก่ วานิลลา โกโก้ กาแฟ อะวาคาโด และกลุ่มอาการซูเปอร์ฟู้ดอย่างไข่ผำ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่ปริมาณหรือหน้าตาของอาหารอีกต่อไป แต่หันมาใส่ใจถึงแหล่งที่มาและคุณภาพ ที่กินต้องดีต่อสุขภาพ ส่งผลให้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ปราศจากสารสังเคราะห์และกลิ่นปรุงแต่งกลายเป็นที่ต้องการสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการผลิตแบบอินทรีย์ ได้ขยับฐานะจาก “ทางเลือก” มาเป็น “มาตรฐานใหม่” ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความไว้วางใจ พืชที่เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวมมาให้ในครั้งนี้ จึงเป็นกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์โลกอย่างแม่นยำ เป็นการผสมผสานระหว่าง “วิ
จังหวัดน่านถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ มีบทบาทอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหนึ่งน่านเจอปัญหาการบุกรุกป่าและสภาพ “เขาหัวโลน” อย่างรุนแรง ปัจจัยสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงบริเวณเชิงเขา ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เมื่อมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง แนวคิดในการทำงานไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกต้นไม้ทดแทนเท่านั้น แต่เป็นการมองปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่า ทั้งเรื่องโอกาสทางอาชีพสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน การฟื้นฟูป่าจึงถูกออกแบบให้เดินควบคู่ไปกับการสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิต จนค่อยๆพัฒนาไปสู่การการเชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล หนึ่งในตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่สะท้อนความสำเร็จของแนวคิดดังกล่าว คือเรื่องราวของ พ่อเล่าตือ ทวีล่ำทรัพย์ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่าน ตัดสินใ
จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำสำคัญของประเทศ แต่ในช่วงเวลาหนึ่งน่านกลับเผชิญปัญหาเขาหัวโลน และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรอย่างหนัก ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีน้อย ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงพื้นที่เชิงเขาเท่านั้น เมื่อที่ดินทำกินจำกัด รายได้ของคนในพื้นที่จึงต่ำ และนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างเข้มข้นจนเกินสมดุล จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2558 เมื่อเริ่มมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีในพื้นที่และมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน แนวคิดหลักไม่ใช่เพียงการปลูกป่า แต่คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน รายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีการขับเคลื่อนงานออกแบบภายใต้พันธกิจหลักที่เชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน คุณพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เผยว่า การฟื้นฟูป่าต้นน้ำถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เข้ามาทำงานครอบคลุมทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน โดยห
ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด นายสุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และคณะวิจัยโครงการนวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสมผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพ
ยอดจองซื้อต้นกล้ากาแฟทะลักข้ามปีกว่า 4 ล้านต้น หลังราคากาแฟราคาพุ่ง โรบัสต้า 200 บาท/กก. อราบิก้า 380-400 บาท/กก. ทำหน่วยงานรัฐ บริษัทเพาะพันธุ์กาแฟผลิตไม่ทัน เกษตรกรเร่งขยายพื้นที่ปลูก นายนัด ดวงใส กรรมการพืชกาแฟ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหลายบริษัทกำลังเร่งเพาะพันธุ์ต้นกล้ากาแฟ เนื่องจากมียอดคำสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก หลังจากที่ราคาเมล็ดกาแฟได้ปรับสูงขึ้นกว่า 200 บาท/กก. จึงมีเกษตรกรเตรียมขยายพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก โดยภาพรวมทั้งประเทศตอนนี้มีการเพาะต้นกล้ากาแฟแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ล้านต้น ซึ่งทั้งหมดถูกสั่งจองแล้ว โดยราคาต้นกล้ากาแฟโรบัสต้าได้ปรับขึ้นจาก 10 บาท เป็น 20 บาท/ต้น ภาวะกาแฟในปี 2568 บริษัทแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟขนาดใหญ่ของประเทศ ได้ปิดฤดูการรับซื้อขายตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2568 เป็นต้นมา แต่กาแฟบางพื้นที่ยังมีการเก็บเกี่ยว เพราะออกผลผลิตไม่พร้อมกัน โดยปี 2567/2568 มีปริมาณผลผลิตกาแฟเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากฝนตกลงมาเมื่อช่วงปลายปี 2567 ถึง 2 ระลอก ทำให้ต้นกาแฟได้น้ำในช่วงสุดท้ายก่อนเก็บเกี่ยว แต่ถึงอ
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือ จับมือสมาคมชาวสวนกาแฟไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทย โดยเนสท์เล่จะรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทยในฤดูการผลิต 2567/2568 ด้วยราคาที่เป็นธรรมอ้างอิงตามราคาตลาดโลก พร้อมมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนด้วยหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของกาแฟ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การลงนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่และเนสกาแฟในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เนสท์เล่มีความยินดีรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าโดยตรงจากเกษตรกรไทย ในราคาที่เป็นธรรม อ้างอิงตามราคาตลาดโลก ความร่วมมืออันยาวนานนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า ผลผลิตเมล็ดกาแฟจะมีตลาดรับซื้อที่ไว้วางใจได้ ช่วยให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้เราสามารถผลิตกาแฟคุณภาพภายใต้แบรนด์เนสกาแฟเพื่อตอบสนองความต้องการข
