กาแฟ
ถั่วดาวอินคา เป็นพืชที่อุดมไปด้วย กรดไขมัน โอเมก้า 3,6,9 มีต้นกำเนิดมาจากแถบอเมริกาใต้ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ดังนั้นเราจะพามารู้จักกาแฟเห็ดหลินจือ ถั่วดาวอินคา ถั่วดาวอินคาถือว่าเป็นพืชที่ปลอดภัย เพราะในการปลูกไม่สามารถใช้สารเคมีในการปลูกได้ มีเกษตรเคยใช้แต่ไปไม่รอดต้นตายไปเลย ด้วยประโยชน์และคุณค่าของถั่วดาวอินคา จึงมีการคิดค้นนำถั่วดาวอินคามาทำเป็นกาแฟ กาแฟจะหอมมากๆ เพราะกาแฟที่เลือกใช้เป็นกาแฟโรบัสต้า มีความหอมกรุ่นผสมกับกับความมันของถั่วดาวอินคา ทานแล้วไม่สากคอ กลิ่นหอม สำหรับท่านที่ไม่ชอบทานกาแฟที่ขมมาก ตัวนี้เหมาะมาก และท่านที่กังวลเรื่องแคลลอรี่ หรือมีปัญหาสุขภาพเป็นเบาหวานก็สามารถทานได้ เพราะใช้เมล็ดดาวอินคาแทนครีมเทียม ใช้ซูคราโลสให้ความหวานแทนน้ำตาล นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากเห็ดหลินจือ หรือนำมาแปรรูปเป็นของทานเล่นถั่วดาวอินคา สร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกด้วย ประโยชน์ของกาแฟเห็ดหลินจือ ถั่วดาวอินคา เปรียบเสมือนโอเมก้าบนดิน สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติ อยากจะหาโอเมก้า3 จะหาได้จากไหนถ้าไม่ใช่จากปลา กาแฟถั่วดาวอินคาจะเหมาะมากๆ เพราะมีน้ำมันดีเรียกว่า scl เมื่อด
พฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทยเพิ่มขึ้นตลอดกว่าทศวรรษมานี้ ทั้งกาแฟสำเร็จรูป กาแฟสด จนธุรกิจร้านกาแฟแข่งกันผุดเป็นดอกเห็ด ตั้งแต่ร้านสแตนด์อะโลน สารพัดตกแต่งไปจนถึงซุ้มร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านเชนกาแฟแบรนด์ยักษ์ ร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน และในห้างสรรพสินค้า วัฒนธรรมสภากาแฟของไทยที่เริ่มจากคนแก่คนเฒ่าในชุมชน พัฒนามาสู่พื้นที่ของ “ร้านกาแฟ” ที่มากับการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับชนชั้นกลาง เส้นทางกาแฟของประเทศไทย ที่หากนับก้าวแรกมีต่างชาตินำกาแฟเข้ามาบริโภคตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์กระทั่งมีการนำเมล็ดพันธุ์ทั้งโรบัสต้า และอราบิก้า เข้ามาทดลองปลูก ผ่านยุคผ่านสมัยมาจนประเทศไทยเองก็มีเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ติดอันดับโลกเช่นกัน ผลผลิตเมล็ดกาแฟของโลก ปี 2016 ประมาณ 10 ล้านตัน ไทยผลิตได้ 5-6 หมื่นตัน คิดเป็น 0.55% ของโลก ขณะที่ดีมานด์สูงขึ้นจากความนิยมทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ แต่ปัจจัยเงื่อนไขในประเทศไทยเองที่ทำให้เราผลิตเมล็ดกาแฟได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคทั้งในประเทศและตลาดส่งออก มองรอบข้างใกล้ตัว วันนี้หลายประเทศในอาเซียน และเอเชีย มีตลาดกาแฟที่เติบโตสูงมาก ภาพรูปธรรมแบบสำเร็จรูปหน่อย คือ กาแฟ
“มูลนิธิโครงการหลวง” เริ่มต้นด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ในการแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่น และตัดไม้ทำลายป่าบนยอดดอย พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างหนัก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และพืชผัก ผลไม้เมืองหนาว รวมถึงปศุสัตว์หลากชนิด ที่กลายเป็น “อาหารจากแผ่นดิน” คอยหล่อเลี้ยงราษฎรของพระองค์ให้เติบโตอย่างมั่นคงสืบไป ศูนย์การค้าสยามพารากอน และมูลนิธิโครงการหลวงจึงน้อมนำเรื่องราว “อาหารจากแผ่นดิน” เป็นหัวใจในการจัดงาน“รอยัล โปรเจ็กต์ แอด สยามพารากอน” ระหว่างวันที่ 23-30 พฤศจิกายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ต้นกำเนิดโครงการหลวง จ.เชียงใหม่ ที่ล้วนแต่บรรจุความทรงจำเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 เอาไว้มากมาย นายพะโย่ ตาโร อายุ 76 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหนองหล่ม อ.จอมทอง มีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง ร.9 อย่างใกล้ชิด เล่าว่า เมื่อปี 2517 เขายังคงปลูกฝิ่นเพื่อเลี้ยงชีพ และมีคณะของ UN นำต้นกาแฟมาแจกให้ชาวบ้าน พ่อตาของเขาจึงไปรับมาปลูกซึ่งในขณะนั้นมีเพียง 2-3 ต้น หลังจากทราบข่าวว่าในหลวง ร.9 จะเสด็จฯ จึงนำเมล็
“กาแฟอาราบิก้าและชา” นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงราย นอกจากสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูงแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทุกวันนี้ จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้า กว่า 38,000 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วกว่า 33,000 ไร่ ปริมาณผลผลิต 4,355 ตัน เมื่อปี 2559 สหภาพยุโรป (EU) ได้ขึ้นทะเบียนรับรองกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงรายเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในระดับสากล จังหวัดเชียงราย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชดำริให้ส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่สูงปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น ส่งผลให้จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้ามากที่สุดในประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้จัดงาน Chiang Rai Coffee & Tea Festival 2017 ระหว่าง วันที่ 25-27 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย เพื่อสานต่อแนวพระราชดำริเรื่องการส่งเสริมปลูกกาแฟของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คณะผู้จัดงาน
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 ที่ห้องฝ้ายคำ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตกาแฟล้านนาคุณภาพ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 – Lanna Thai Coffee Hub โดยมี ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ รองประธานมูลนิธิโครงการหลวง นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และ ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ จันทร์บาง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนงบประมาณปี พ.ศ.2560 จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ทั้งนี้ เพื่อหวังยกระดับคุณภาพผลผลิตกาแฟในเขตภาคเหนือตอนบน 1 ให้มีคุณภาพสูงขึ้นตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมกำหนดพื้นที่เป้าหมายดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง ซึ่งจากการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมาพบว่า มี smart farmer อย่างน้อย 19 ราย ที่มีองค์ความรู้ในการผลิตกาแฟคุณภาพและสามารถถ่ายทอดไปยังกลุ่มสมาชิกได้ นายปวิณกล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัด
คุณบุญทวี ประดิษฐ บัณฑิตแม่โจ้รุ่นที่ 76 อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็ได้ทดลองไปสัมครทำงานในบริษัทต่างๆ เมื่อได้ทดลองทำก็รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ของชีวิตมากนัก จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำอาชีพทางการเกษตร โดยที่บ้านของเขาได้มีการปลูกกาแฟไว้บริเวณที่ว่างของบ้าน จึงงทให้เกิแนวความคิดที่อยากจะนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรของครอบครัวมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น “ตอนนั้นที่บ้านตาเขาก็ปลูก แบบขายส่งให้กับพ่อค้าอย่างเดียว เราเลยมองว่า น่าจะนำของพวกนี้มาทดลองคั่วเอง แบบแฮนด์เมดก็น่าจะทำได้ ช่วงนั้นบอกตาว่าขอเอามาลองหน่อย เลยเอาเมล็ดกาแฟมาคั่วแบบลองผิดลองถูก หมดไปเกือบ 100 กิโลกรัม ก็ทำให้ได้เรียนรู้และได้เวลาคั่วที่เหมาะสมว่าต้องทำยังไงบ้าง จนทำให้เวลานี้กาแฟที่คิดจะส่งขายแต่ผลผลิตอย่างเดียวได้เพิ่มมูลค่าสามารถขายได้ราคาขึ้น” คุณบุญทวี บอกถึงที่มา การปลูกกาแฟ(อราบิก้า สายพันธุ์คาติมอร์) คุณบุญทวี บอกว่า ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีสภาพพื้นที่ ความสูงไม่ต่ำกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ความลาดชันไม่เกิน 45
กลิ่นหอมของกาแฟบนภูสูงจากจังหวัดเชียงรายตลบอบอวลไปทั่ว ดึงดูดให้ผู้ที่ผ่านไปมาแวะเข้าไปเยี่ยมชมบูธจัดแสดงกาแฟและชาอินทรีย์ ณ บริเวณลานน้ำตก ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ไม่เพียงงาน “อาเซียน คอฟฟี่ & ที 2017” ที่นำพาให้ลูกค้าขาจรได้รู้จักกับเสน่ห์ของกาแฟอาราบิก้าที่หอมแรง รสชาติเข้มข้นเต็มอิ่ม งานนี้ยังพาผู้ประกอบการกาแฟทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งการลงนามความร่วมมือทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการด้านกาแฟ และเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอินทรีย์บน 9 ดอยในจังหวัดเชียงราย ไม่แปลกที่เมื่อเอ่ยถึง “กาแฟ” นัยน์ตาของเกษตรกรบนพื้นที่ภูสูงเหล่านั้นจะเป็นประกาย เพราะนั่นหมายความว่าผลผลิตจากดอยสูง จากหยาดเหงื่อแรงงานที่พวกเขาพากเพียรดูแลเอาใจใส่มาตลอดกว่า 3 ปี มีตลาดรับซื้อแน่นอน ด้วยราคาที่เป็นธรรม ที่สำคัญคือ การหมายถึงสภาพแวดล้อมทั้งดิน-น้ำ-อากาศที่ดีขึ้น ป่าฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย ไม่มีสารเคมีจากยาฆ่าแมลงปนเปื้อนลงในน้ำที่ถูกฝนชะไหลลงสู่แหล่งน้ำพื้นราบ เพราะเป็นกาแฟอินทรีย์ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางธรรมชาติของป่าบนดอยสูง “ป่าดีขึ้นมาก จากที่เคยเป็นเขาหัวโล้นเพราะการถางพื้นที่ปลู
กาแฟ (Coffeae semen) เป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดเล็ก อยู่ในแฟมิลี่ Rubiaceae จีนัส Coffea พบว่ามีการปลูกหลายประเทศในเขตร้อนชื้นบริเวณเส้นศูนย์สูตร กาแฟมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ที่มีการผลิตและซื้อขายในตลาดโลก เดิมกาแฟถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และยา เนื่องจากมีปริมาณของคาเฟอีนและโพลีฟินอลปริมาณสูง ปัจจุบันสายพันธุ์ที่มีการปลูกมากโดยทั่วไปในโลกมีอยู่ 3 สายพันธุ์คือ อราบิก้า (Coffeae Arabica L.) โรบัสต้า (Coffeae robusta L. Linden) และไลบราเรี่ยน (Coffeae Liberica Hiern.) ในการผลิตเม็ดกาแฟทางการค้านั้น จะนำผลกาแฟสุก (coffee cherry) ที่เก็บใหม่ๆ มาผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการสีเปียก แล้วนำไปผ่านการล้างเมือกและหมัก เพื่อนำเอาเปลือกของเม็ดออก จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งและเก็บบ่มเป็นเวลาหลายเดือนถึงหลายปี เนื่องจากระยะเวลาการบ่มจะมีผลต่อรสชาติของกาแฟ เมื่อบ่มจนได้ที่แล้วจึงนำออกมากะเทาะเอาเปลือกแข็ง (กะลา) ที่หุ้มอยู่ออกโดยใช้เครื่องสี จากนั้นจึงนำเม็ดกาแฟที่ได้ไปคั่วที่อุณหภูมิและใช้เวลาแตกต่างกัน ในขั้นตอนการคั่วนี้จะเป็นเทคนิคเฉพาะและเป็นความลับของผู้ผลิต กาแฟเขียว (กาแฟที่ยังไม่ผ
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุเทพ ทิพย์รัตน์ เกษตรจังหวัดเชียงรายและ นายนาวิน อินทจักร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงราย ร่วมแถลงข่าว จัดงาน CHIANG RAI ASEAN COFFEE & TEA 2017 ที่จะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 31 สิงหาคม-3 กันยายน 2560 ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็ม ควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร เร็วๆ นี้ ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการ “ กาแฟต้นแรกที่พ่อให้ “ เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าแก่เกษตรกรบนดอยได้เพาะปลูกแทนการปลูกฝิ่น สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัจจุบันกาแฟ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาวเชียงราย และกาแฟไทย มีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนมีคุณภาพดี รสชาติอร่อย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้ชื่นชอบกาแฟทั่วโลก ในปีนี้ จังหวัดเชียงรายได้จัดงาน CHIANG RAI ASEAN COFFEE & TEA 2017 ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสรสชาติของสุดยอดกาแฟและชาของจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็น แหล่งผลิตชา-กาแฟที่ดีที่สุดของประเทศไท
“ดีนาน” แบรนด์กาแฟเชียงใหม่เติบโตไม่หยุด เปิดพื้นที่อำเภอแม่แตงรุกทำไร่กาแฟออร์แกนิก ปั้นแบรนด์ท้องถิ่นบุกตลาดสุขภาพ ลุยเฟสแรกบนพื้นที่ 5 ไร่ คาดผลผลิตลอตแรกออกปลายปี’63 เผยตลาดกาแฟเชียงใหม่ยังขยายตัวต่อเนื่อง นายนิกร แสงดวงดี เจ้าของร้านกาแฟดีนาน แบรนด์กาแฟท้องถิ่นเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงระยะ 4 ปีที่ทำธุรกิจร้านกาแฟภายใต้แบรนด์ “ดีนาน” กิจการเติบโตขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 20% ปัจจุบันร้านกาแฟดีนานยังคงเป็นซุ้มกาแฟตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุเทพ เชียงใหม่ โดยมีเมนูกาแฟและชา จำนวน 30 เมนู ซึ่งจุดขายเด่นคือ คุณภาพและราคาไม่แพง ในราคาเริ่มต้นเพียง 25-45 บาทเท่านั้น มียอดขายต่อปีกว่า 2-3 ล้านบาท ทั้งนี้ จากฐานตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเทรนด์การบริโภคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จึงวางแผนที่จะต่อยอดธุรกิจด้วยการลงทุนทำไร่กาแฟออร์แกนิก โดยร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นเจ้าของที่ดินราว 220 ไร่ที่หมู่บ้านแม่หลวงใน ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวแบ่งโซนนิ่งปลูกชาเมี่ยง ทำนา ปลูกพืชสมุนไพร และไม้ผล เช่น อะโวกาโด โดยเป็
