ขนุน
ขนุนยุคเก่าก่อนมีชื่อมากๆ คือฟ้าถล่มทองสุดใจ และจำปากรอบ จากสวนของ คุณสมปอง ตวงทอง ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมามีสายพันธุ์ขนุนจำนวนมากออกมาให้นักปลูกเลี้ยงได้พิสูจน์ จนถึงปัจจุบัน ขนุน 8 เดือน หรือ “ปีเดียวทะวาย” เป็นสายพันธุ์ที่น่าสนใจไม่น้อย ที่มาของสายพันธุ์นั้นเข้าใจว่า บรรพบุรุษมาจากมาเลเซีย เหมือนอย่างขนุนพันธุ์มาเลเซีย และทองประเสริฐ ต้นเดิมได้จากการเพาะเมล็ด เพราะติดผลเร็วมากหลังปลูก บางครั้งพบว่า ขณะต้นพันธุ์ยังอยู่ในถุงดำก็ออกดอกติดผลแล้ว คนจึงเรียกชื่อขนุนพันธุ์นี้ว่า “8 เดือน”, “ปีเดียวทะวาย” และ “ทองทวีโชค” จุดเด่นของเขาก็อย่างที่แนะนำไปแล้วคือ ติดผลเร็ว ขณะที่ปลูกกิ่งทาบลงดินราวปีเดียวหากต้นสมบูรณ์ก็ไว้ผลผลิตได้ เคยทดลองนำเมล็ดของปีเดียวทะวายไปเพาะ จากนั้นปลูกลงดินราว 2 ปี ก็มีผลผลิตแล้ว แต่ลักษณะเปลี่ยนไป ทางที่ดีทาบกิ่ง ติดตา และเสียบยอดดีที่สุด ถึงแม้ปีเดียวทะวายให้ผลผลิตเร็ว แต่เจ้าของอย่าใจร้อน ขณะที่ต้นเล็กอยู่แล้วไว้ผลผลิตต้นอาจจะแกร็นหรือกิ่งที่ไว้ผลอาจจะแห้งตายได้ แต่หากรอไม่ได้ ควรไว้ผลแต่น้อย เมื่อเห็นผลดกๆ ควรซอยผลทิ้ง เรื่องนี้สำคัญมาก 11 ผู
พื้นที่ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งใหญ่อีกแห่งในการปลูกขนุน ซึ่งชาวสวนที่นั่นได้รวมตัวกันทำขนุนแปลงใหญ่ ในนามวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ขนุน ตำบลหนองเหียง เน้นปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ ที่มีลักษณะพิเศษสามารถนำผลเล็กๆ ไปแปรรูปได้ ผลผลิตส่วนใหญ่ของที่นี่ส่งออกต่างประเทศทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังจีนและเวียดนาม ทั้งอยู่ระหว่างเตรียมการส่งไปยุโรป ส่วนลูกเล็ก-ผลสุกที่ไม่ได้คุณภาพนำมาแปรรูปทำเป็นขนุนลอยแก้ว ขนุนเชื่อมอบแห้ง และแยมขนุนซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก เป็นขนุนที่ปลูกได้มาตรฐาน GAP มีสมาชิก 74 ราย ในพื้นที่ 749 ไร่ มี คุณสมจิตร พรมมะเสน เป็นประธานกลุ่ม โดย คุณภูวเดช จินาเคียน เกษตรกร หมู่ที่ 7 ตำบลหนองเหียง เล่าว่า สมัครเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ขนุนหนองเหียง ได้พัฒนาระบบน้ำเพื่อใช้การตรวจวัดความชื้นในแปลงปลูก มาเป็นตัวกำหนดจำนวนครั้งและปริมาณน้ำในการให้น้ำแปลงปลูกทั้ง 4 ไร่ จำนวน 160 ต้น ได้ผลผลิตประมาณ 5 ตัน ต่อไร่ ในปีที่ผ่านมาราคาขนุนดีอยู่ที่ 37 บาท ต่อกิโลกรัม “การปลูกขนุนขุดหลุมลึก 50 เซนติเมตร กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ห่างกัน
ฉันไม่ได้ลิ้มรสชาติจำปาดะ ขนุนถิ่นใต้มาร่วมยี่สิบปีแล้ว รสชาติจำปาดะครั้งล่าสุดที่อยู่ในความทรงจำคือ จำปาดะทอดกรอบๆ ร้อนๆ หอมจัดด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของผลไม้ที่ถูกความร้อนเผาให้กำจายกลิ่นไปทั่ว ลักษณะการออกผลของจำปาดะ กลิ่นขนุนสำหรับคนที่ไม่ชอบนั่นก็สุดจะทนแล้ว แต่กลิ่นจำปาดะนี้เข้มข้นรุนแรงยิ่งกว่า ใครที่ไม่รักชอบเอาจริงๆ ถ้าโดนกลิ่นเข้าเต็มจมูกอาจถึงขั้นเป็นลมได้ แม้แต่ฉันซึ่งเป็นคนชอบขนุน พอเจอกลิ่นจำปาดะเข้าก็ถึงกับชะงักกึกเลยทีเดียว น่าสังเกตว่า ในพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมด ภาคใต้ดูเหมือนจะมีผักผลไม้รสชาติฉุนเฉียวมากกว่าภาคอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่มี “กลิ่นแรงจัด” นั้นมีเยอะมาก เช่น ทุเรียน จำปาดะ สะตอ ลูกเนียง กระพังโหมต้น ทำมัง (กลิ่นแมงดา) และหมุย หรือหัสคุณ เป็นต้น ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงพืชผัก “รสขมจัด” ที่มีอยู่มากมายและนิยมกินเฉพาะในหมู่ชาวใต้เท่านั้น คือ สะเดาเทียม หรือ สะเดาช้าง ซึ่งเป็นไม้ป่าโตเร็ว มีเนื้อไม้สวยงามกว่าไม้ยางพารามาก และด้วยรสขมพิเศษนี่เองทำให้ปลวกและมอดแมลงทำลายเนื้อไม้ทั้งหลายไม่ชอบกัดแทะเลย ไม้สะเดาช้างจึงได้รับความนิยมนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
ขนุน ไม้ผลเศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทย ที่มีตลาดหลักส่งออกอยู่ที่ประเทศจีน แต่สถานการณ์ส่งออก ณ ปัจจุบันนี้ ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต จากสถานการณ์ที่เกิดไวรัสโควิด-19 ทำให้การส่งออกชะงัก ส่งผลกระทบมาถึงราคาที่ต่ำลง จากเคยขายได้ กิโลกรัมละ 20-40 บาท เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น ราคาลดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7-8 บาท แต่ลุงอี๊ดบอกว่า ยังสามารถประคับประคองให้พ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยการหาตลาดรองรับ ตัดส่งพ่อค้าแม่ค้าในประเทศ ปลูกพืชอย่างอื่นแซมบ้าง ก็ยังพอที่จะทำให้อยู่รอดผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้ คุณเจริญ เสน่ห์ (ลุงอี๊ด) อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 6 ตำบลวังจันทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เล่าว่า เป็นเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี ปลูกไม้ผล ขนุน ทุเรียน และทำสวนยางพารา มีพืชหลักทำเงินเป็นขนุน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ขนุน มีราคาดีมาตลอด มาแย่ช่วงที่เกิดไวรัสโควิด-19 ราคาขนุนตกฮวบ ตามหลักช่วงตรุษจีนขนุนจะขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท มาปีนี้ลดเหลือกิโลกรัมละ 4-5 บาท แต่ก็ยังโชคดี เพราะที่ผ่านมาลุงทำตลาดส่งขายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลกระทบในเรื่องของราคาน้อย แต่สินค้ายังพอมีที่ส่ง พอได้เงินคืนทุนให้ผ่าน
ภาพของภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาโล่งแจ้ง มีต้นไม้ขึ้นสลับบ้าง ฤดูฝนดูเขียวขจีสวยงาม ก่อนเก็บเกี่ยวข้าวมีสีเหลืองอร่ามของทุ่งรวงทอง ครั้นเข้าสู่หน้าแล้ง อากาศแห้ง แม้แต่น้ำในร่องริมถนนก็เหือดหายไปจนหมด ดูแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นภาพส่วนใหญ่มีผืนดินของอีสานบางแห่ง อุดมสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับภาคตะวันออก ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาและลาว สภาพของดินสีแดงคล้ายดินอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แถบถิ่นนี้จึงปลูกไม้ผลเมืองร้อน จำพวกเงาะ ทุเรียนได้ผลดี งานสวนของที่นี่พัฒนาอย่างช้าๆ มั่นคง มีผลผลิตตอบสนองคนในท้องถิ่นได้อย่างดี โอกาสต่อไปคงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น คุณไพศาล ยงปัญญา เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (094) 274-9931 เป็นเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำสวนผลไม้มากที่สุดคนหนึ่ง เขาปลูกไม้ผล 4-5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะกอกน้ำ ขนุน มะละกอ ด้วยเหตุนี้จึงมีผลผลิตเก็บจำหน่ายได้ทั้งปี ชมพู่ทับทิมจันท์ มีปลูก 40 ต้น ชมพู่ทับทิมจันท์ มีถิ่นกำเหนิดอยู่ประเทศอินโดนีเซีย คุณประเทือง อายุ
“จำปาดะ” เป็นไม้ผลที่มีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว เติบโตได้ดีในท้องถิ่นภาคใต้ พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดสตูล สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ฯลฯ ชาวบ้านนิยมปลูกไว้รับประทานและจำหน่ายผลสืบทอดกันมานานกว่าร้อยปี ปัจจุบัน จำปาดะ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวจังหวัดสตูลและสงขลา โดยนิยมปลูกต้นจำปาดะผสมผสานกับไม้ผลชนิดอื่นๆ ทุกส่วนของต้นจำปาดะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ผล แปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน เปลือกต้น ทำปุ๋ยชีวภาพได้ ไม้จำปาดะใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ไม้สอย นอกจากนี้ ใบและเนื้อไม้จำปาดะ ยังใช้ทำสีย้อมผ้าได้ ฯลฯ “จำปาดะ” เป็นพืชป่า จําปาดะ จัดอยู่ในวงศ์ (Family) Moraceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Artocarpus integer (Thunb.) Merr. มีชื่อสามัญว่า Champedak ชาวใต้เรียกสั้นๆ ว่า “จําดะ” เป็นพืชป่าที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในป่าแถบภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย และพม่า จำปาดะ เป็นไม้ยืนต้นลักษณะคล้ายขนุน แต่มีขนาดผลเล็กกว่า ลำต้นสีน้ำตาลและมักมีจุดสีขาวตลอดทั้งต้น ใบและผลของจําปาดะคล้ายขนุน ใบจะมีปุยขนสั้นๆ หากจับดูจะรู้สึกระคายมือ ผลมีลักษณะรูปทรงยาวบ้างสั้น
ขนุน ผลไม้ในหลากหลายชื่อ ภาษาเหนือเรียกขนุนว่า บะหนุน ส่วนภาษาอีสานก็เอิ้นกันว่า บักมี่ พอลงมาทางใต้ ภาษาใต้เรียก หนุน หรือ ลูกหนุน ขนุน เมื่อสุกจัดเป็นผลไม้รสหวาน ใช้ใส่ในขนมไทยหลากหลาย ส่วนขนุนที่ยังอ่อนอยู่นั้นจัดเป็นผักเครื่องเคียงชนิดหนึ่ง คนทางใต้กินสดๆ หรือนำมาลวกกินกับน้ำพริก ขนมจีน หรือแกงกะทิใส่ขนุนอ่อน สำหรับคนอีสานจะนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นยำ (ซุบ) เพื่อเพิ่มรสชาติให้ถูกปากเป็น ซุบบักมี่ ส่วนคนเหนือส่วนมากจะเป็นเมนู ตำบ่าหนุน กับแกงบ่าหนุน สารพัดประโยชน์ ขนุน ขนุน เป็นผลไม้ที่กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ขนุนเมื่อสุกจะมีกลิ่นแรงที่หลายคนไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไร แต่หารู้ไม่ว่า ถ้ามองข้ามกลิ่นขนุนไป เราจะพบกับประโยชน์ของขนุนอีกมากมายจนคาดไม่ถึง ขนุนเป็นผลไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันว่าเป็นไม้มงคล จึงมีผู้คนนิยมปลูกหลังบ้าน ด้วยชื่อของขนุน จะหนุนนำความเจริญสู่เจ้าของบ้านนั่นเอง ในส่วนของแก่นไม้หรือเนื้อไม้ของขนุนจะมีสีเหลืองเข้มออกน้ำตาล เมื่อนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าจะให้สีเหลืองน้ำตาล (สมัยก่อนเปลือกนำมาต้มย้อมผ้าจีวรพระ) และนอกจากนั้นไม้ขนุนยังใช้ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน และเครื่องดนตรีได้อีกด้วย
สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านครับ อากาศร้อนๆ ขอให้เราใจเย็นๆ นะครับ อย่าไปใจร้อนเหมือนอุณหภูมิขณะนี้ หาต้นไม้ที่มีร่มเงา ปูเสื่อ มีน้ำลอยดอกมะลิเย็นๆ สักขัน พร้อมหนังสือสักเล่ม ยิ่งเป็นเทคโนโลยีชาวบ้านก็ยิ่งดีครับ ได้ความเพลิดเพลินเป็นอาหารสมองในยามร้อนได้อีกด้วย สำหรับท่านที่ยังไม่มีร่มเงาไม้ ก็ขอแนะนำให้รีบปลูกต้นไม้กันเลยครับ มีที่ปลูกวันนี้จะโตเร็วที่สุด อย่างน้อยก็โตเร็วกว่าไม้ที่ตั้งใจว่าจะปลูกแน่นอน วันนี้ผมมีเรื่องเบาๆ สบายๆ มาเล่าให้ฟังกัน เราคงสังเกตเห็นเหมือนกันนั่นคือทุเรียนได้ราคาดี ชาวสวนยิ้มแย้มแจ่มใส ขายทุเรียนแต่ละปีก็พอคลายร้อนไปได้ทั้งปี ไม่นับสวนที่เจอพายุเข้าจนเสียหายทั้งผลและต้นทุเรียน และไม้ผลอื่นๆ นะครับ นั่นเป็นเหตุสุดวิสัย เป็นเรื่องราวของภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นทุกปี เมื่อทุเรียนมีราคาสูง เราก็จะเห็นคนแห่ปลูกทุเรียนกันมากขึ้น ในวงสนทนาก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องทุเรียนและความร่ำรวย จนลืมคิดถึงปัญหาอื่นที่จะตามมา เช่น เมื่อปริมาณมากราคาย่อมตกต่ำ หรือทุเรียนจากประเทศอื่นเริ่มให้ผลผลิต ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ก็จะส่งผลต่อราคาขายที่ต่ำกว่าไทยก็ได้ ในขณะที่หลายๆ คนมัวแต
เพราะเมื่อก่อน มีการขยายพันธุ์ขนุนด้วยเมล็ด จึงกลายพันธุ์ได้ลักษณะที่แปลกใหม่ เจ้าของจึงตั้งชื่อ แล้วเผยแพร่ ขนุนยุคแรกๆ ที่รู้จักกันดีคือ ขนุนตาบ๊วย จากนั้นจึงเป็นยุคของ ฟ้าถล่ม ทองสุดใจ และจำปากรอบ ของจังหวัดปราจีนบุรี เวลาผ่านไป มีขนุนออกมาอวดโฉมในวงการเกษตรมากขึ้น ทำให้ผู้ปลูกและผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัด ว่าขนุนพันธุ์ไหนควรจะปลูกและสืบหน่อต่อแนว ทำให้พันธุ์ขนุนส่วนใหญ่หายไป นับว่าเป็นที่น่าเสียดาย เพราะไม่มีการอนุรักษ์ไว้เหมือนไม้ผลชนิดอื่น เท่าที่เห็นอยู่ในขณะนี้ในตลาดมี ขนุนทองประเสริฐ ปีเดียวทะวาย มาเลเซีย และเหลืองบางเตย สำหรับ ขนุนพันธุ์ไพศาลทักษิณ ขนุนพันธุ์มหามงคล มีปลูกไว้ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรเลย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรระยอง และเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ขนุนอีถ่อ ผลยาวที่สุด พันธุ์ขนุนของไทยนั้นมีเสน่ห์ อย่าง ขนุนอีถ่อ ผลยาวที่สุด ขนุนทองนาทวี น้ำหนักมากสุด เคยชั่งได้ 80 กิโลกรัม ต่อผล ขนุนปีเดียวทะวาย ปลูกแล้วให้ผลผลิตเร็วที่สุด เพียง 8 เดือน ก็ให้ผลผลิตแล้ว จึงมีอีกช
แนวคิด ที่จะยืดเวลาการผลิตขนุนให้ยาวนานขึ้น ด้วยวิธีบังคับให้ออกนอกฤดูนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลกับขนุนนั้น เคยเกิดความเสียหายมาแล้ว ขอเล่าย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนมะม่วง ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้พบเห็นสิ่งที่แปลกน่าฉงน มีเกษตรกรท่านหนึ่ง ใช้สารแพคโคลบิวทราโซล ราดให้กับต้นมะม่วงเพื่อบังคับให้ออกนอกฤดู แต่ในสวนดังกล่าวเกษตรกรปลูกแซมด้วยต้นขนุน ซึ่งมีผลกระทบเมื่อขนุนแตกใบอ่อนออกมาใหม่ ใบเกิดมีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับมือของมนุษย์ที่แบคว่ำลง ที่ใต้ใบมีผลขนุนขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือติดอยู่ตามแฉกของใบเต็มไปหมด ในที่สุดเกษตรกรต้องตัดต้นขนุนทิ้งไปหลายต้น แพคโคลบิวทราโซล เป็นสารที่มีความสามารถในการยับยั้ง การผลิตฮอร์โมนจิบเบอร์เรลลิน ที่ทำหน้าที่ยืดความยาวของต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตทางลำต้น รวมทั้งกิ่งและใบ แต่กลับไปกระตุ้นให้ต้นไม้ออกดอกได้ในชั่วระยะหนึ่งกับต้นไม้บางชนิด ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ต้นมะม่วง ปัจจุบัน มีการนำมาใช้กับมะนาวกันบ้างแล้ว แต่สำหรับขนุนเป็นสารต้องห้ามอย่างยิ่งยวด เกษตรกรบางท่า
