ข้าวอินทรีย์
คุณจิรณี พิมผุย หรือ พี่ณี ประธานวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านวิทย์ ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นี้เกิดจากการรวมกลุ่มจากการมีนโยบายภาครัฐ โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวกันไม่น้อยกว่า 30 คน ในพื้นที่เกือบ 300 ไร่ โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ในพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านวิทย์” พื้นที่ทั้งหมด 740 ไร่ มีสมาชิกทั้งหมด 60 ราย โดยแบ่งการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ จำนวน 9 ราย จำนวน 160 ไร่ และกำลังปรับเปลี่ยนเข้าสู่กระบวนการปลูกข้าวอินทรีย์ จำนวน 41 ราย ในพื้นที่ 580 ไร่ ต่อมาในปี 2564 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จำนวน 2,880,000 บาท ในช่วงต้นของการลงมือทำ ต้องประสบกับปัญหาจากกลุ่มคณะกรรมการที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่ประกอบอาชีพเกษตรปลูกข้าวเป็นหลัก ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงมือทำด้านธุรกิจเกษตร เพราะเนื่องจากนโยบายภาครัฐ จำเป็นต้องมีห้างหุ้นส่วนเข้ามาเก
จากการทำตลาดออนไลน์ในปัจจุบันพร้อมกับระบบขนส่งที่ทันสมัย ทำให้ยุคนี้สินค้าออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้บริโภคเลือกซื้อ เพราะนอกจะได้สินค้าจากแหล่งผลิตโดยตรงแล้ว สินค้าที่ซื้อจากผู้ผลิตโดยตรงอย่างสินค้าทางการเกษตร จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรที่ได้จากข้าวที่นับวันเกษตรกรต้องมีการปรับตัวในเรื่องของการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มีกำไรเพิ่มขึ้น คุณพิรุณวรรณน์ จงใจภักดิ์ พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์จับมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนครพร้อมผลักดันข้าวหอมมะลิสุรินทร์ GI จังหวัดสุรินทร์ เป็น 1 ใน 18 แห่ง สินค้าดี GI อีสานสู่สากล มั่นใจคุณภาพข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ซึ่งได้รับการรับรอง ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2551 จากความพิเศษนี้เอง จึงทำให้ต่อมาทางกลุ่มเกษตรกรได้มีการปรับตัว และรับองค์ความรู้ในเรื่องของการส่งเสริมการทําเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การทำนาของชาวนาในพื้นที่นี้ มีการปรับตัวในเรื่องของการทำเกษตรอ
ข้าวหอมนาคา เริ่มดำเนินการทดสอบผลผลิต ปี 2562 ในแปลงเกษตรกร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียงราย มีเกษตรกรร่วมปลูก 31 คน พื้นที่ประมาณ 95 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 807 กิโลกรัมต่อไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 76 ตัน โดยการใช้ประโยชน์จากข้าวหอมเพื่อการบริโภคประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ (46 ตัน) และแลกเปลี่ยนเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ 40 เปอร์เซ็นต์ (30 ตัน) ในปี 2563 มีเกษตรกรสนใจปลูกข้าวหอมนาคา จำนวน 309 ราย ในพื้นที่ของประเทศจำนวน 37 จังหวัด จำนวน 106 อำเภอ พื้นที่การปลูกประมาณ 250 ไร่ โดยเกษตรกรที่สนใจจะได้รับการจัดสรรเมล็ดพันธุ์ให้คนละ 1 กิโลกรัม ซึ่งในภาคเหนือมีเกษตรกรสนใจปลูกข้าวหอมนาคา จำนวน 115 ราย ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ มีพื้นที่ปลูกประมาณ 149.8 ไร่ โดยจังหวัดลำปางมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด จำนวน 92 ไร่ จำนวน 20 คน แบ่งพื้นที่ของสหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด จำนวน 58 ไร่ และเกษตรกรอื่นที่สนใจอีก 34 ไร่ รองลงมาคือจังหวัดเชียงราย โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อนเกษตรมีพื้นที่ปลูกจำนวน 50 ไร่ คุณสมาน สุภัควาณิชย์ อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6 ตำบลลำปางหลวง อำเภอเ
เชื่อว่าในหมู่นักฟังเพลงแนวเพลงทางเลือกใหม่คงไม่มีใครไม่รู้จักชายผู้นี้ เฮง-บุรินทร์ทร แซ่ล้อ CEO บริษัท เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ CONCERT MARKETING รายใหญ่อันดับต้นๆ ของไทย หรือที่รู้จักกันในฉายา “เฮง โคตรอินดี้” หากถามในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจ CONCERT MARKETING สดใสมาตลอด จนมาถึงวันหนึ่งวันที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 และธุรกิจของเขาก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้แบบเต็มๆ จึงเป็นที่มาของการผันตัวมาเป็นชาวนา ปั้นแบรนด์ “แม่แต๋ว” ข้าวอินทรีย์รักษ์โลก กินแล้วสบายใจ เดินหน้าผลิตข้าว กข 43 ดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่อบยาฆ่ามอด ไม่ใช้สารเคมีในการปลูก ไม่เผาฟางข้าวให้ทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยจุดมุ่งหมายที่ “อยากเห็นคนไทยสุขภาพดี” คุณเฮง เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น CEO บริษัท เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด ควบคู่กับบทบาทวิถีชีวิตการเป็นชาวนาถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้มาจากสถานการณ์โควิด-19 เพราะในตอนนั้นไม่สามารถจัดงานเทศกาลดนตรีได้ จึงต้องมองหาอาชีพอื่นเข้ามาทดแทน และเป็นช่วงระยะเวลาที่ยากลำบากพอสมควร แต่ผ่านมาได้เพราะอาชีพดั้งเดิมของที่บ้านคือการทำนาของแม่ “ตอนโควิดสายงานที่เ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว มอบหมายให้ นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นำสื่อมวลชน เยี่ยมชม “การผลิตข้าวคุณภาพ ตามมาตรฐานสินค้าข้าว Q ครบวงจร (GAP Seed – GAP ข้าวหอมมะลิไทย – GMP โรงสีข้าว -สินค้าข้าว Q) และการใช้เครื่องหมายรับรองพันธุ์ข้าวแท้” ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้เห็นขั้นตอนการขอรับรองสินค้าข้าว Q จนเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนการขออนุญาตใช้เครื่องหมายรับรองข้าวพันธุ์แท้ นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและรายได้ของชาวนา นับว่าเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นการแก้ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดข้าว โดยจะต้องจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เพื่อบริหารจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว การยกระดับคุณภาพข้าวและการบริหารจัดการระบบการผลิตถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในระบบการผลิตข้าวครบวงจร ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าข้าว พัฒนาการผลิตด้วยต้นทุนที่เหมาะสม เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตข้าวครบวงจร และสร้างทางเลือกในการเ
นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศท.2 ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของ กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ตลุกกลางทุ่ง หมู่ที่ 2 ตำบลตลุกกลางทุ่ง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก นับเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการผลิต และการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยดำเนินการผลิต แปรรูป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ครบวงจรในรูปแบบกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และความเข้มแข็งให้กับชุมชน นำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืน ปัจจุบันมีสมาชิก 32 ราย พื้นที่เพาะปลูกรวม 405 ไร่ โดยมี นายวุฒิภัทร ราชโยธิน เป็นประธานกลุ่ม นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเครือข่ายข้าวอินทรีย์ในพื้นที่ตำบลตลุกลางทุ่งอีก 250 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกรวม 1,500 ไร่ ซึ่งทั้งกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ตลุกกลางทุ่ง และกลุ่มเครือข่ายข้าวอินทรีย์ในพื้นที่ตำบลตลุกลางทุ่งได้รับมาตรฐาน Organic Thailand แล้ว ด้านสถานการณ์การผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ตลุกกลางทุ่ง พบว่า เกษตรกรสมาชิกกลุ่มจะทำการเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ปีละ 1 ครั้ง โดยพันธุ์ที่นิยมปลูก คือ พันธุ
นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตและบริหารจัดการร่วมกัน ลดต้นทุนการผลิต มีตลาดรับซื้อแน่นอน และคุณภาพมาตรฐานตรงตามที่ตลาดต้องการ นอกจากนี้ ยังดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ทั้งด้านคุณภาพมาตรฐาน คุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงสร้างความปลอดภัยต่อสุขภาพทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค สศท.2 ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของ กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ตลุกกลางทุ่ง หมู่ที่ 2 ตำบลตลุกกลางทุ่ง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก นับเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการผลิต และการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยดำเนินการผลิต แปรรูป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ครบวงจรในรูปแบบกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเกษตรจังหวัดตาก สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และความเข้มแข็งให้กับชุมชน นำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืน ซึ่งเมื่อปี 2559 ได้จด
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผย ความคืบหน้าการจ่ายเงินอุดหนุนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรกรรมยั่งยืน ว่า ในปี 2565 กรมการข้าว ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่เกษตรกรที่ผ่านการประเมินระยะปรับเปลี่ยน (T2) และเกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand (T3) ประจำปี 2563 ซึ่งในปีดังกล่าวมีเกษตรกรที่จะได้รับเงินอุดหนุนทั้งสิ้น 3,876 กลุ่ม 79,807 ราย พื้นที่รับเงินอุดหนุน 655,869.50 ไร่ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 2,237,971,500 บาท โดยในงบประมาณปี 2565 นี้ กรมการข้าวได้รับงบเงินอุดหนุน จำนวน 450,000,000 บาท และได้ดำเนินการจ่ายให้เกษตรกรไปแล้ว 892 กลุ่ม 16,958 ราย พื้นที่รับเงินอุดหนุน 138,282.75 ไร่ เป็นเงิน 447,190,500 บาท โดยยังมีเงินอีกจำนวน 2,880,750 บาท ที่ยังไม่ได้จ่ายเนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารของเกษตรกรผู้เสียชีวิต อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้กรมการข้าวได้นำงบประมาณจากโครงการอื่นๆ มาเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เพื่อนำมาจ่ายให้แก่เกษตรกรเพิ่มเติม อีกจำนวน 40,077,000 บาท 107 กลุ่ม 2,031 ราย พื้นที่รับเงินอุดหนุน 11,955 ไร่ โดยกรมการข้าวได
กรมการข้าว นำทีมสื่อมวลชน ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนพืชอินทรีย์ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ และบริษัท เมดิฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวไทย สู่การเชื่อมโยงตลาดข้าวต่างประเทศ นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว เปิดเผยว่า การผลิตข้าวอินทรีย์ เป็นระบบการผลิตข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด เป็นต้นว่าปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมและกำจัดวัชพืช สารป้องกันกำจัดโรค แมลงและสัตว์ศัตรูข้าว ตลอดจนสารเคมีที่ใช้รมข้าวในโรงเก็บเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว การผลิตข้าวอินทรีย์นอกจากจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากสารพิษแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย ดังนั้น มาตรฐานการผลิตข้าวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เกษตรกรผู้ผลิตข้าวต้องพัฒนาและยกระดับการผลิตข้าวของตนเองให้ได้รับมาตรฐาน ปฏิบัติตามระบบการผลิตข้าวที่ดีเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพให้ได้มาตรฐานเพื่อการแข่งขันของตลาดประเทศไทย เพื่อจะช่วยเพิ่มช่องทางด้านการตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ในการที่จะส่งออกผลผลิตข้าวจากประเทศไทยไปยังต่
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับ คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นงานที่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณีจำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบคือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่ายและต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี เมื่อมีคนใ
