ข้าวอินทรีย์
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน สำหรับคุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้งานที่ตรงสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณี จำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบ คือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่าย และต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้ายก็มีความโชคดี เมื่อมีคนให้คำแนะนำ ให้ปลูกข
จังหวัดกระบี่มีชายหาดและเกาะแก่งมากมายที่เป็นสถานที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวบ้านเราเองหรือนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกหรือแม้แต่ชาวจีนโพ้นทะเล แต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาชมความงามของชายฝั่งทะเลอันดามันของจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่กันปีละหลายล้านคน ซึ่งหมายถึงจำนวนเม็ดเงินที่นักท่องเที่ยวนำมาจับจ่ายใช้สอยอีกจำนวนมาก รายได้ส่วนใหญ่ของ 3 จังหวัดนี้ จึงมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก นอกจากความสวยงามของธรรมชาติทางทะเลแล้ว ความเป็นธรรมชาติของเรือกสวนไร่นาของจังหวัดกระบี่ก็ยังมีความเป็นธรรมชาติของท้องถิ่นให้ดูอีกด้วย เรามีโอกาสได้ไปดูความงามตามวิถีความเป็นอยู่จากหน้าเมืองโดยจะต้องข้ามเรือเพราะเป็นเกาะที่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 200 กว่าเมตรเท่านั้น มาย้อนดูวิถีชีวิตแบบชุมชนเก่าของบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ชุมชนบ้านกลางเป็นหมู่บ้านในตำบลคลองประสงค์ที่มีพื้นที่ลุ่มพอที่จะปลูกข้าวนาได้ เดิมก็ได้ปลูกข้าวเพื่อบริโภคภายในชุมชนอยู่แล้ว ด้วยวิถีชีวิตชาวบ้านสมัยก่อนที่ไม่ได้ใช้สารเคมีในการปลูก คุณประวัติ คลองรั้ว ประธานกลุ่มชาวนาตำ
ทุ่งนาเขียวขจีราวกับธรรมชาติได้ปูพรหมสีเขียวที่ปลายต้นข้าวนั้นพลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อนๆ เป็นที่พักสายตาและรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ผู้เขียนได้พบกับหนุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) ผู้มีวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนทัศนคติของคำว่าชาวนายากจนนั้นหายไปโดยสิ้นเชิง คุณนที คล้ายสอน หนุ่มปริญญาโท วิศวกรโยธา เกษตรกรรุ่นใหม่ ยุคนิวนอร์มอล (New Normal) วัย 33 ปี ผู้ที่หันหลังกับงานประจำที่มีเงินเดือนสูง กลับมาสู่ธรรมชาติ เป็นผู้ที่มองเห็นว่าการเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน คืนสู่ธรรมชาติ นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา นำมาต่อยอดพัฒนาเชิงเกษตรอินทรีย์ปลูกข้าวโบราณหอมกลิ่นใบเตยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน “ผมเห็นชาวนาทั่วๆ ไปมีแต่ปัญหาเรื่องของราคาข้าวบ้าง ปุ๋ยปลอมบ้าง ผมจึงเกิดแรงบันดาลใจว่า ถ้าเราทำนาโดยไม่พึ่งสิ่งเหล่านี้ เราเกิดมาจากธรรมชาติเราก็ต้องอยู่ให้ได้แบบธรรมชาติ ผมขอสนับสนุนโครงการปลูกพืชแบบอินทรีย์ทุกชนิดครับเพื่อชีวิตที่ดีครับ ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมมีอาชีพทำนา ถึงแม้ว่าทำงานประจำในรัฐวิสาหกิจ แต่ท่านก็สนับสนุนผมให้มาต่อยอดในเรื่องการเกษตร โดยเฉพาะข้าวอินทรีย์” คุณนที กล่า
ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าว GI ไทย เพียงแค่เมล็ดข้าว ยังไม่นับการแปรรูปก็ทรงคุณค่า เพราะเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อทั่วโลก มีโอกาสสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้มากมายมหาศาล ในวันนี้ บริษัท กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด (มหาชน) กำลังพาข้าวไทยบุกขยายตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของข้าวทุกเม็ด เห็นคุณค่าความเหนื่อยยากของชาวนา พร้อมชักชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมเรียนรู้ให้ความสำคัญกับ “ข้าว” ที่เป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นจุดกำเนิดความสุขของคนไทยทุกครอบครัว จุดเริ่มต้นของ “กอระ” นางสาวกรชวัล สมภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังว่า ข้าวหอมมะลิ เป็นสินค้าขายดีในตลาดโลก แต่เจอปัญหาราคาข้าวตกต่ำอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ทำให้ชาวนามีฐานะยากจน เป็นแรงบันดาลใจสำคัญทำให้ตนซึ่งเป็นลูกหลานชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด มีจิตมุ่งมั่น อยากพัฒนาบ้านเมืองของตนเอง แรงบันดาลใจดังกล่าวก่อกำเนิด บริษัท กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด (มหาชน) ในเวลาต่อมา โดยมีเป้าหมายให้ บริษัท “กอระ” ที่มีความหมายถึง กร หรือ มือ ผู้ก่อ ผู้ริเริ่ม ให้เกิดค
เมื่อเร็วๆนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมติสภาเกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 5/2563 ให้การรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม และ Organic OK ตลาดนำผลิต แก่ นางนิตยา ภูชมศรี เจ้าของแปลง “บ้านสวนน้อมเกล้า” อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่ จำนวน 14 ไร่ หลังทำนาข้าวอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2557 รวมเวลา 7 ปี พร้อมรับรองผลผลิตแปรรูปข้าวอินทรีย์ จำนวน 6 รายการ ได้แก่ 1. ข้าวหอมมะลิ 105 2.ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 3.ข้าวเหนียวแดงนพเก้า 4.ข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์ 5.ข้าวเหนียวดำลืมผัว และ 6.ผงข้าวหอมน้อมเกล้า เป็นสินค้าคุณภาพดีของจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือ OK KALASIN ณ ห้องประชุมชั้น 5 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนำเสนอผลงานด้วยเอกสาร การสาธิต การจัดนิทรรศการประกอบการบรรยาย โดย นางนิตยา ภูชมศรี เจ้าของแปลง ทั้งนี้ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ จะได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำระบบ QR Code ติดโลโก้ Organic Ok ตลาดนำผลิต OK KALASIN พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบอย่างทั่วถึงต่อไป
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง ผลการติดตาม โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ซึ่งโครงการดังกล่าว กรมการข้าว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ผ่านการอบรมถ่ายทอดความรู้ และตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ เป้าหมาย 1 ล้านไร่ ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ ปี 2560-2564 สศก. ได้ติดตามผลการดำเนินการระยะเวลา 3 ปี (ปี 2560-2562) พบว่า มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 107,354 ราย พื้นที่ 962,570 ไร่ เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องต่างๆ อาทิ การเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การผลิตพืชตามมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ การผลิตตามกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และการใช้สารชีวภัณฑ์ เป็นต้น โดยในปี 2563 มีเกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ปี 2560 ได้ผ่านการประเมินในระยะปรับเปลี่ยนและจะเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand จำนวน 808 กลุ่ม 16,804 ราย คิดเป็นพื้
เดินหน้าส่งเสริมชาวบ้านและโรงเรียนปลูกข้าวอินทรีย์ที่เหมาะสมกับพื้นที่น้ำเค็ม พร้อมแนะนำปลูกพืชอื่นที่เหมาะสมหลังสึนามิทำลายพื้นที่การเกษตร นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรและครูนักเรียน ที่โรงเรียนเพียงหลวง 4 เกาะสุไหงมูโซ๊ะ จ.สตูล ว่า กรมการข้าว ได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นแหล่งอาหารให้กับประขาชนและเด็กนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งโรงเรียนเพียงหลวงเป็นโรงเรียน “ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาการศึกษาที่เหลื่อมล้ำและการขาดโอกาสของเด็กๆ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ และครู ในโรงเรียน ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ตามแนวชายแดนทั่วทุกภาคของประเทศ จึงมีพระดำริที่จะให้การช่วยเหลือเด็กๆ และโรงเรียนเหล่านั้นไว้เป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ฯ ซึ่งได้กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวม 18 แห่ง และหนึ่งในนั้น คือโรงเรียนเพียงหลวง 4 บนเกาะสุไหงมูโซ๊ะ อ.ละงู จ.สตูล สำหรับโรงเรียนเพียงหลวง 4 ฯ เดิมชื่อโรงเรียนสุไหงมูโซ๊ะ อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลจากความเจริญ เมื่อปี 254
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับ คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นงานที่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณีจำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบคือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่ายและต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี เมื่อมีคนใ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงนโยบายบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจ (Zoning by Agri-Map) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรจัดทำแผนการผลิต ปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นการผลิตสินค้าที่เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของตลาด สศก. จึงได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจระดับภาค โดยใช้ Agri-Map และ Big data ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตรในแต่ละพื้นที่ โดยได้ศึกษาวิเคราะห์พืช/กิจกรรม เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างโอกาสที่จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ สอดคล้องความต้องการของตลาด ของแต่ละภูมิภาค นายพลเชษฐ์ ตราโช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สศก. กล่าวในรายละเอียดของผลการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการแต่ละภาค พบว่า ภาคเหนือ มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นที่ราบ เหมาะสมกับการเพาะปลูกข้าวและพืชไร่ และมีผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ส่วนภาคเห
กรมการข้าวตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด ดูแนวทางการตรวจประเมินโรงสีข้าวGMP ผลิตภัณฑ์สินค้าข้าว Q และเครื่องหมายรับรองข้าวพันธุ์แท้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าวได้มอบหมายให้นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ได้แก่ นายประสงค์ ทองพันธุ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน เดินทางตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเยี่ยมชมแนวทางการตรวจประเมินโรงสีข้าวGMP ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(มกษ.4403) และผลิตภัณฑ์สินค้าข้าวQ ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(มกษ.4000) รวมทั้งการแสดงเครื่องหมายรับรอง GMP โรงสีข้าว ผลิตภัณฑ์สินค้าข้าว Q และเครื่องหมายรับรองข้าวพันธุ์แท้จากกรมการข้าว ทั้งนี้สหกรณ์การเกษตรเมืองร้อยเอ็ด จำกัด เป็นสหกรณ์ที่ผลิตข้าวสารที่มีคุณภาพส่งผู้บริโภคมายาวนาน มีการรักษาและพัฒนาคุณภาพสินค้าตั้งแต่ขบวนการ
