ข้าวอินทรีย์
มกอช. เปิดอบรมสมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์ดงแคนใหญ่ เสริมองค์ความรู้การผลิตข้าว GAP/อินทรีย์ การจัดทำเอกสารระบบควบคุมภายในกลุ่มได้อย่างถูกต้อง เตรียมพร้อมขอการรับรองมาตรฐานแบบกลุ่ม มุ่งสร้างความเข้มแข็งกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบ “นาแปลงใหญ่” นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า การสร้างความยั่งยืนให้การผลิตข้าวไทย เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใช้เวลา ความรู้ และความร่วมมือจากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อให้การผลิตข้าวมีความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมคือ การมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกร โดยการส่งเสริมให้รวมกลุ่มผลิตและบริหารจัดการในรูปแบบ “นาแปลงใหญ่” เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์ห่วงโซ่การผลิตข้าวแบบเดิม โดยการผสานเชื่อมโยงกันตั้งแต่เริ่มการจัดการการเพาะปลูกข้าวไปจนถึงการตลาด รวมทั้งกระบวนการรับรองการผลิตข้าวแบบกลุ่ม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถขอการรับรองได้รวดเร็วขึ้น โดยกลุ่มเกษตรกรต้องมีระบบการผลิตและระบบควบคุมภายในกลุ่ม (Internal Control System) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรับรองว่ากิจกรรมการผลิตของเกษตรกรเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและเชื่อ
เอ่ยชื่อ “อดุลย์ โคลนพันธ์” ผู้คนในแวดวงเกษตรอินทรีย์ต่างคุ้นชื่อชายวัย 40 ปีคนนี้ดี เพราะเขาคลุกคลีอยู่ในวงการข้าวอินทรีย์มากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวนั่งเก้าอี้ประธานกลุ่มวิสาหกิจร่วมใจโนนค้อทุ่ง ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอวังสะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ มีสมาชิก 98 คน และยังเป็นเจ้าของบริษัท บ้านต้นข้าวออแกนิกส์ ฟาร์ม จำกัด ด้วย ความสำเร็จของกลุ่มวิสาหกิจร่วมใจโนนค้อทุ่ง และบริษัท บ้านต้นข้าวออแกนิกส์ ฟาร์ม จำกัด ซึ่งรู้จักกันดีในนามกลุ่มข้าวสัจธรรมอำนาจเจริญ พูดได้ว่าหนุ่มใหญ่รายนี้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ แม้จะมีความรู้แค่ชั้น ม.6 แต่ฝีมือการบริหารจัดการ และวิสัยทัศน์ในการทำงานของเขาเทียบเท่าปริญญาเอกเลยทีเดียว จนทำให้ข้าวอินทรีย์ของกลุ่มได้รับรางวัลมาตรฐานรับรองแหล่งผลิตพืช ประเภทข้าว หรือมาตรฐาน Q จากกรมวิชาการเกษตร และได้โอท็อป 5 ดาว ปี 2552 ประเภท ข้าวหอมมะลิไร้สารพิษ จากกรมพัฒนาชุมชน และมีออเดอร์ข้าวจากโรงแรมใหญ่และร้านอาหารที่มีชื่อเดือนละหลายสิบตัน ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกดีขึ้น ผลิตข้าวหลากชนิด ความน่าสนใจของกลุ่มนี้อยู่ตรงที่คุณอดุลย์ เป็นเจ้าของแนวคิดทดลองปลูกข
“ข้าวสุกจากเหนือล่องใต้ ผลไม้สุกจากใต้ขึ้นเหนือ” เป็นคำกล่าวที่อิงตามปรากฏการณ์ของธรรมชาติกำหนดลักษณะลมฟ้าอากาศและอิทธิพลของร่องมรสุม แหล่งพลังงานคือดวงอาทิตย์ที่มีต่อการเอียงของโลก ก่อให้เกิดกระบวนการต่างๆ รวมถึงฤดูกาลการผลิตพืชผลทางการเกษตรของประเทศไทย ปลายเดือนตุลาคมของทุกปีท้องทุ่งนาในภาคเหนือตอนบนจะเป็นทุ่งรวงทอง เป็นสัญญาณของฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวก่อนภาคอื่นๆ บ้านสามขา หมู่ที่ 6 ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีเกษตรกรรวมกลุ่มกันปลูกข้าวสายพันธุ์ดี “ข้าวหอมล้านนา” ได้เริ่มเก็บเกี่ยวกันตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน กระบวนการปลูก การดูแล เก็บเกี่ยว แปรรูป เป็นระบบอินทรีย์ กลุ่มชุมชนมีกติกา ผ่านการทำประชาคมว่าจะไม่มีการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช โรคพืช รวมถึงปุ๋ยเคมี คุณป้านารี อินทร์มาปัน อายุ 59 ปี หรือ ป้าติ๋ม กับคู่ชีวิต คุณลุงคำ อินทร์มาปัน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ที่ 6 บ้านสามขา ป้าติ๋มได้เล่าย้อนอดีตไปเมื่อหลายปีก่อนว่า ภูมิลำเนาเดิมของป้าติ๋มอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อแต่งงานก็ย้ายมาอยู่กับคุณลุงคำ จนมีลูกด้วยกัน 3 คน ประกอบอาชีพทำนาปลูกทั้งข้าวเจ้าและข้าวเห
ข้าวอินทรีย์ไทยสุดฮอต ในงาน BIOFACH 2019 พร้อมลุยต่อไตรมาสสอง จัดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดข้าว ณ สิงคโปร์ และฮ่องกง นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยถึงความสำเร็จจากการนำคณะผู้แทนการค้าไทย เดินทางไปจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวอินทรีย์ไทยในงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับโลก BIOFACH 2019 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่าง วันที่ 13-16 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า การจัดกิจกรรมในปีนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยผู้เข้าร่วมงานสนใจสอบถามข้อมูลข้าวไทยในหลากหลายประเด็น อาทิ ความแตกต่างของข้าวไทยในแต่ละชนิด มาตรฐานข้าวไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวไทย เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมขบเคี้ยวสำหรับเด็ก เป็นต้น ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก “การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวอินทรีย์ไทย รวมถึงข้าวคุณภาพดีชนิดต่างๆ ของไทยในการเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้โดยตรงจากความโดดเด่นในด้านคุณภาพ ปลอดภัย ปราศจากสารเคมี และดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของกลูเตน (Gluten
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตลาดนำการผลิต และเกษตรอินทรีย์ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญและผลักดันการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ พ.ศ. 2560-2564 และปัจจุบันมีผู้สนใจบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้การบริโภคข้าวอินทรีย์และสินค้าอินทรีย์ในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พบว่า ตลาดส่งออกของไทยยังเป็นการส่งออกในรูปแบบข้าวสารเท่านั้น ซึ่งหากระยะต่อไปรัฐบาลสนับสนุนการแปรรูปเพื่อการส่งออกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเพิ่มการส่งออกข้าวอินทรีย์มากยิ่งขึ้นในอนาคต จากการสำรวจข้อมูลตลาดข้าวอินทรีย์ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 ได้บูรณาการร่วมกัน พบว่า ปีเพาะปลูก 2559/60 มีการผลิตข้าวอินทรีย์มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย (Organics Thailand) ทั้งหมด 28,091 ตัน โดยจำหน่ายในประเทศ ร้อยละ 63 ส่งออกร้อยละ 37 ซึ่งวิถีตลาดข้าวอินทรีย์ไทย เริ่มจากเกษตรกรจำหน่ายข้าวเปลือกให้แก่ผ
คุณองค์อร พิพัฒธาดา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ที่ 13 บ้านนาไผ่ ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทร. (089) 501-3332 เป็นหญิงแกร่งผู้ต่อสู้กับชีวิตด้วยความมุ่งมั่น จัดระบบนาข้าวอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาด และเป็นผู้สร้างเครือข่ายช่วยเหลือเพื่อนๆ เกษตรกรอาชีพเดียวกันให้รวมกลุ่มได้อย่างเข้มแข็ง จนได้รับรางวัลเป็นแรงหนุน นับเป็นเกษตรกรดีเด่นและเกษตรกรต้นแบบ (Smart Farmer) ที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรชาวนาไทย จุดหักเหชีวิต จากมนุษย์เงินเดือน มุ่งสู่บ้านเกิด ทำนาข้าวอินทรีย์ คุณองค์อร พิพัฒธาดา เล่าถึงอดีตให้ฟังว่า เธอเคยทำงานเป็นพนักงานหลายหน่วยงานอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก็หลายปี สามี คุณไพวัลย์ พิพัฒธาดา เคยทำงานด้านครีเอทีฟ โฆษณา มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านงานโฆษณาและการตลาด เป็นคนแข็งแรงมาก ก็มาเป็นโรคไตวาย จนต้องปลูกถ่ายไตใหม่ เธอมีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่เป็นโรคเลือดธาลัสซีเมีย ลูกชายคนเล็กเป็นดาวน์ซินโดรม เธอกับสามีได้เก็บหอมรอมริบได้เงินก้อนหนึ่งกลับบ้านเกิด ช่วงเวลาและจังหวะมีโอกาสที่ดีได้ซื้อที่นาที่พ
ข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ตลอดจนสารสังเคราะห์ต่างๆ ทุกชนิด อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเทคนิคอื่นๆ ตามมาตรฐานอินทรีย์อีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานในประเทศจึงมีน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรรายใหม่สมัครใจเข้ามาปลูกข้าวอินทรีย์กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแรงจูงใจจากราคาขายและความต้องการของตลาดที่ยังเปิดกว้าง คุณประมวล ขันธ์เพชร ประธานกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง” ตั้งอยู่เลขที่ 157 หมู่ที่ 5 ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า ในอดีตชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาการปลูกข้าวมายาวนานจนมีรายได้ลดลงหรือบางรายมีหนี้สินจึงตัดสินเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานภายใต้ความอดทนต่อระเบียบ เงื่อนไขทั้งในเรื่องขั้นตอนการปลูก รวมถึงความซื่อสัตย์ เพราะเล็งเห็นว่ากำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งมีตลาดรับซื้อแน่นอนในราคาที่ดี ประธานกลุ่มกล่าวยอมรับว่าการปลูกข้าวอินทรีย์ในยุคแรกของการปรับเปลี่ยนในสังคมคนทำนาด้วยกันยังไม่มีใครยอมรับ หรือแม้แต่ในจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่เข้มแข็ง ด้วยเ
ผู้ส่งออกหวั่นนโยบายข้าวอินทรีย์ 3 ปี 1 ล้านไร่ ดันผลผลิตข้าวอินทรีย์ทะลุ 5 แสนตัน สวนทางตลาดส่งออกที่มีเพียง 20,000 ตัน ซ้ำไม่มีมาตรฐานสากล-ด้านโรงสีเมินร่วมโครงการรับซื้อข้าวอินทรีย์ ติงนโยบายบีบตั้งราคาซื้อนำตลาด แต่ไม่คุมผู้ส่งออกซื้อข้าวสารราคาสูง เป็นเหตุให้ไม่มีตลาดรองรับ เสี่ยงขาดทุน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ ปีละ 300,000 ไร่ โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มพื้นที่ปลูกให้ได้ 1 ล้านไร่ภายใน 3 ปี เท่ากับว่าจะมีปริมาณข้าวอินทรีย์ 500,000 ตันข้าวเปลือก หรือราว 250,000 ตันข้าวสาร แต่ไม่มีแนวทางการสร้างมาตรฐานสากล และแผนการทำตลาดข้าวอินทรีย์ควบคู่ไปด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะมีหลายจังหวัดได้เพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้น ขณะที่ความต้องการข้าวอินทรีย์ในตลาดโลกต่อปีมีเพียง 1,000-10,000 ตันเท่านั้น และไทยส่งออกเพียงปีละ 20,000 ตัน เทียบกับยอดส่งออกข้าวทั้งปี 11 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.1% “อยากให้ระวังผลที่จะตามมาจากการส่งเสริม เพราะตลาดข้าวอินทรีย์ยังมีขนาดเล็กในวงจำกัด อย่าส่งเสริมโดยคิดว่าผู้ส่งออกจะขาย
ในยุคปัจจุบัน คนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ กำลังได้รับความนิยมกับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ และได้หันมาให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร “ข้าวอินทรีย์” จึงเป็นทางเลือกทางหนึ่ง ในยุคนี้เวลานี้ คุณภาณุสิทธิ์ มั่นคง ชาวนาในตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปีนี้ สาขาอาชีพทำนา ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยเริ่มต้นใน ปี พ.ศ. 2553 จากการได้เห็นเกษตรกรรายอื่นในชุมชนที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร และต่อมาเกษตรกรรายนั้นได้เสียชีวิตลง จึงเกิดความรู้สึกว่า อาชีพชาวนา นอกจากความยากลำบากแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการรับสารพิษสะสมเข้าสู่ร่างกาย เขาจึงศึกษาค้นคว้าและน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) มาปรับใช้ในการทำนา เพื่อต้องการให้ชาวนาหรือเกษตรกรมีศักยภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า การผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เขาเลือก โดยปรับเปลี่ยนการทำนาแบบเดิมมาเป็นนาเกษตรอิ
