งานเกษตรแฟร์
ปัจจุบันประชากรโลกและคนไทยก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ เสี่ยงเจอโรคภัยไข้เจ็บคุกคาม โดยโรคที่พบมากในผู้สูงอายุคือ โรคเบาหวาน มะเร็ง โรคหัวใจ และหลอดเลือดที่เกิดจากการอุดตันจากไขมัน โรคความดันโลหิตสูง และอื่นๆ อีกมากมาย การบริโภค “ข้าวโภชนาการสูง” เหมาะสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยและคนที่รักสุขภาพ เพราะข้าวกลุ่มนี้มีสารอาหารเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน แกมมา-โอริซานอล วิตามินต่างๆ สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดการเกิดมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งข้าวโภชนาการสูงส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มข้าวสี เช่น สีดำ สีม่วง และสีแดง ได้แก่ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวเหนียวลืมผัว ข้าวสังข์หยดพัทลุง เป็นต้น Redberry ข้าวเหนียวแดงพันธุ์ใหม่ ในงานเกษตรแฟร์ 2567 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.ศิวเรศ อารีกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว Rice Science Center และ ดร.ชัชมาศ กาญจนอุดมการ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน จัดกิจกรรมกินข้าวกินผักโดยเปิดตัวข้าวเหนียวแดงโภชนาการสูง สายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่า Redberry พร้อมทั้งหุงชิมร่วมกับข้าวสายพัน
“รองเท้านารีอินทนนท์” ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2396 เป็นกล้วยไม้รองเท้านารีอีกชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในลักษณะคล้ายคลึงกันกับรองเท้านารีเมืองกาญน์ พบในทำเลภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 1,100-1,200 เมตร ในบริเวณดอยอินทนนท์ ภูหลวง และภูกระดึง (ดร.ระพี สาคริก, 2535) รองเท้านารีอินทนนท์เป็นกล้วยไม้แบบอิงอาศัย โดยพบขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ที่มีลักษณะเปลือกหนา มีการผุพังของเปลือกไม้ง่าย ปกคลุมด้วย มอส เฟิร์น ตะไคร่น้ำ อุ้มความชื้นได้ดี โดยหยั่งรากไปตามเปลือกไม้ พบแพร่หลายในพื้นที่ดอยสูงทางภาคเหนือ เช่น ดอยอินทนนท์ และดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณภูหลวง จังหวัดเลย รวมทั้งประเทศพม่า อินเดีย และตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ลักษณะเด่นของกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์คือ ดอกใหญ่ สีสดใส และเนื้อกลีบเป็นมันเงามาก ฤดูออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ดอกบานทนนานเป็นเดือน ทั้งมีรูปลักษณ์และสีสันที่แปลกตาจึงได้รับความสนใจจากคนไทยและต่างประเทศ โดยนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบไม้กระถางและไม้ตัดดอก ในอดีตกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ถูกลักล
การทานอาหารวีแกน (Vegan) เป็นหนึ่งในแนวทางการทานอาหารทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะอาหารวีแกนไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด ตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เป็นอาหารที่ให้พลังงานน้อยและเป็นอาหารคลีนที่ดีต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ทุกวันนี้ เมนูอาหารวีแกน จัดเป็นเทรนด์สุดฮิตของสายเฮลตี้ ภายในงานเกษตรแฟร์ 2567 ระหว่างวันที่ 2-10 กุมภาพันธ์ 2567 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้จัดกิจกรรมสาธิตการทำ “น้ำพริกโปรตีนเกษตร” หนึ่งในเมนูอาหารทางเลือก (IFRPD) จากผลิตภัณฑ์โปรตีนเกษตร เพื่อให้ชาววีแกน ได้นำไปใช้เป็นเมนูอาหารอร่อยคู่ครัว เมนู “น้ำพริกโปรตีนเกษตร” ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากจัดเตรียมส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ โปรตีนเกษตรปรุงรส 116 กรัม กระเทียมเจียว 16 กรัม หอมเจียว 42 กรัม ใบมะกรูดอบแห้ง 6 กรัม น้ำตาลทราย 8 กรัม พริกป่น 10 กรัม เกลือป่น 2 กรัม ขั้นตอนการทำ 1. นำโปรตีนเกษตร 70 กรัม แช่น้ำร้อนจนนิ่ม (ประมาณ 20 นาที) จากนั้นบีบน้ำออกจะได้น้ำหนักโปรตีนเกษตร 200 กรัม นำไปปั่นให้มีขนาดเล
กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 เป็นหนึ่งในนวัตกรรมพันธุ์พืชคุณภาพดีเพื่อการค้าที่ได้รับความนิยมตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เกิดจากวิจัยปรับปรุงสายพันธุ์กล้วยลูกผสมของสถานีวิจัยปากช่อง หน่วยงานในสังกัดคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปีนี้ สถานีวิจัยปากช่อง เตรียมเปิดตัวกล้วยน้ำว้าลูกผสมพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย เรียกว่า “ปากช่อง KU 46” ในงานเกษตรแฟร์ 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 กุมภาพันธ์ 2567 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นวัตกรรมกล้วยปากช่อง KU 46 เป็นผลงานของ นางกัลยาณี สุวิทวัส นักวิจัยเชี่ยวชาญ สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร (โทร. 089-844-6293) ผศ.ดร.ราตรี บุญเรืองรอด สังกัด ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน และ ผศ.ดร.น้องนุช ศิริวงศ์ สังกัด ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร กล้วยปากช่อง KU 46 มีจำนวนชุดโครโมโซม 4 ชุด เป็นเตตระพลอยด์ ABBB ตรวจวิเคราะห์ชุดโครโมโซมด้วยเทคนิคโฟลไซโตมิทรีเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ผสมตามธรรมชาติ ระหว่าง กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 (ต้นแม่) กับกล้วยเล็บช้างกุด (ต้นพ่อ) โดยใช้วิธีวิเคราะห์ DNA ค้นหาพ่อพันธุ์ด้วยวิธีวิเคราะห์ข้อมูลสนิปส์ (SNPs) ลักษณะประจำพ
มะขามเปรี้ยวพันธุ์ฝักยักษ์ หรือ มะขามเปรี้ยวยักษ์ เป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นผลไม้เขตร้อนที่เติบโตได้ดีในบริเวณพื้นที่ราบจนถึงบนภูเขาสูง ปลูกได้ทุกสภาพดิน ทนแล้ง ให้ผลดก ฝักใหญ่เนื้อหนา น้ำหนักดี รสเปรี้ยวสูง ขายดีทั้งมะขามฝักสดและมะขามเปียก แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย เช่น มะขามแช่อิ่ม มะขามลอยแก้ว มะขามกวน สบู่อาบน้ำ และเครื่องสำอาง ฯลฯ ในปีนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เตรียมเปิดตัวมะขามเปรี้ยวฝักใหญ่พันธุ์ใหม่จำนวน 3 สายพันธุ์ คือ KU 80-1 KU 80-2 และ KU 80-3 ที่มีจุดเด่นสำคัญคือ ติดฝักดก ฝักใหญ่ เนื้อมาก สีสวย ผลผลิตต่อไร่สูง ขายผลผลิตได้ราคาเพิ่มมากขึ้น มะขามต้นเดียวเก็บเกี่ยวฝักได้ 3 ช่วงอายุ คือ ฝักอ่อน โดยฝักสั้นและบิดเบี้ยวไม่สมบูรณ์ก็สามารถเก็บขายแบบมะขามฝักอ่อนได้ ส่วนฝักแก่ สามารถแปรรูปเป็นมะขามดองหรือแช่อิ่มออกขายได้ ส่วนฝักสุก เนื้อสุกฉ่ำน้ำไม่แห้ง เหมาะสำหรับเก็บเป็นเนื้อมะขามเปียก ใช้ประกอบอาหารหรือใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง KU 80-1 KU 80-2 และ KU 80-3 เป็นผลงานวิจัยของทีมอาจารย์ นักวิชาการเกษตร นำโดย นายเรืองศักดิ์ กมขุนทด นักวิชาการเกษตร ชำน
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2567 เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2567 พร้อมด้วย ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน ประธานอนุกรรมการฝ่ายตลาดนัดและสิทธิประโยชน์ รศ.ดร.จีมา ศรลัมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาอย่างยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ผู้แทนประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมนิสิต ร่วมในการแถลงข่าว ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานเกษตรแฟร์ในปีนี้ มุ่งเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยออกสู่สังคม เปิดการเรียนรู้ให้กับนิสิต บุคลากร และอาจารย์ โดยใช้งานเกษตรแฟร์ เป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามเพื่อถ่ายทอดความรู้ทุกมิติจากห้องเรียน ช่วยเหลือสังคมประชาชน เป็นช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กลับไปสู่ชุมชนและสังคม สร้างความสุขให้กับครอบครัว การจัดงานในปีนี้ มุ่งยกระดับงานเกษตรแฟร์สู่สากลเป็นปีที่ 2 โดยได้รับ
การจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 3-11 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งของงานให้กับนิสิต เพื่อออกบูธร้านค้าในโซนนิสิต กองพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงได้จัดโครงการ “KU Smart Entrepreneur” เมื่อวันที่ 9-10 มกราคม 2566 ณ ชั้น 4 อาคารเทพศาสตร์สถิตย์ มก. โดยมีนิสิตเข้าร่วมโครงการรวม 919 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่นิสิตที่มาร่วมออกบูธร้านค้างานเกษตรแฟร์ ในหัวข้อต่างๆ อย่างครอบคลุม ได้แก่ “การจัดการบัญชีต้นทุนฉบับ Minimal” โดย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน (ดร.สุวพร ผาสุก), “กลยุทธ์ออกร้านในงานเกษตรแฟร์” โดย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาอย่างยั่งยืนและสื่อสารองค์กร (ผศ.ดร.ศิริรัตน์ โกศการิกา), “ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก โดนใจผู้บริโภค” โดย ดร.ภูฤทธิ์ เงินชัย ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร และ “การประยุกต์ใช้ SDGs กับร้านค้านิสิต” โดย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาอย่างยั่งยืนและสื่อสารองค์กร (รศ.ดร.จีมา ศรลัมพ์) ซึ่งในงานเกษตรแฟร์ปีนี้ ยังได
การจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 3 – 11 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งของงานให้กับนิสิต เพื่อออกบูธร้านค้าในโซนนิสิต จากนโยบายของ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ต้องการให้นิสิตออกนอกห้องเรียนเพื่อมาเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการจริงในงานเกษตรแฟร์ ซึ่งเป็นห้องเรียนภาคสนาม หรือ Kasetfair Learning Platform โดยได้มีการติดอาวุธทางปัญญาจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่นิสิตที่มาออกบูธร้านค้า เพื่อการพัฒนาคุณภาพร้านค้านิสิต ฝึกฝนทักษะผู้ประกอบการ การให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริหารจัดการร้านค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กองพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงได้จัดโครงการ “KU Smart Entrepreneur” เมื่อวันที่ 9 – 10 มกราคม 2566 ณ ชั้น 4 อาคารเทพศาสตร์สถิตย์ มก. โดยมีนิสิตเข้าร่วมโครงการรวม 919 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่นิสิตที่มาร่วมออกบูธร้านค้างานเกษตรแฟร์ ในหัวข้อต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ได้แก่ “การจัดการบัญชีต้นทุนฉบับ Minimal” โดย ผู้ช่วย
วันที่ 30 มกราคม 2565 ศ.พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. มอบหมายให้ รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และโฆษกกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน “อว. BCG Market” ในงานเกษตรแฟร์ ปี 2565 พร้อมเยี่ยมชมบูธผลงานวิจัยกว่า 100 ผลงาน โดยมี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวต้อนรับ และ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวรายงานโครงการ อว. BCG Market” ณ เวที หน้าศาลาหกเหลี่ยม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร พิธีเปิดงาน “อว. BCG Market” ในงานเกษตรแฟร์ ปี 2565 เป็นพิธีเปิดงานที่ให้ผู้มาร่วมงานช่วยกันจับผ้าพันคอและแกะผ้าพันคอที่จัดเตรียมไว้ ใครจับผ้าพันคอผืนไหนก็จะได้ผ้าผืนนั้นกลับไป ถือเป็นการเปิดงานที่พิเศษ และในเวลาต่อมา รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมจัดบูธงาน “อว. BCG Market” ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2565 “เกษตรวิถีใหม่ หลังมหันตภัยโควิด” ระหว่างวันที่ 28 มกราคม–5 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศาลาหกเหลี่ยม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) นำมาพัฒนาคุณภาพและยกระดับให้ได้มาตราฐาน รวมถึงการสร้างสรรค์ สร้างรายได้ช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ในบูธที่ วช. นำมาจำหน่ายในงาน “อว. BCG Market” ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. ทุกผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อาทิ เบเกอรี่ลดพลังงานจากผลไม้ท้องถิ่น เค้กกล้วยหอมทอง เค้กสับปะรดศรีราชา เค้กขนุน เค้กส้มสายน้ำผึ้ง ร้านสวนดุสิตโฮมเบเกอรี่, Envi Mask หน้ากากนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ร้าน Envi Mask, กาแฟดอยเจดีย์ DOL CHEDI COFFEE AND GREEN TEA ร้านผลิตภัณฑ์ออแกนิค จังหวัดเชียงราย, น้ำพริกจากหัวปลา
