จังหวัดพะเยา
นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นางปริยะดา วิสุทธิแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ พร้อมคณะนักวิจัยและนักพัฒนาธุรกิจ วว. เข้าประชุมหารือความร่วมมือกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยา ประกอบด้วย สถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์และนักวิจัย ในกรอบประเด็นด้านการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีภายใต้โครงการ Thai Cosmetopoeia และความร่วมมือในด้านส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการบูรณาการด้านวิจัย บุคลากร และศักยภาพของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการและกลุ่มวิสาหกิจในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าว ผู้แทนภาคเอกชนของจังหวัดพะเยา ได้แก่ บริษัทประชารัฐฯพะเยา หอการค้า ผู้แทนคลัสเตอร์ และผู้ผลิตเครื่องสำอาง ได้เข้าร่วมการประชุมและให้ความสนใจในการเข้าร่วมโครงการ Thai Cosmetopoeia พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาผลิตภัณ
เมื่อเร็วๆ นี้ นาวาอากาศเอก สุรชิต ดวงจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชน “ฮักหนองเล็งทราย” เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเกษตร อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายวิษรุต ปันสุวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านสันสลี (สัน-สะ-หลี) หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ได้พาผู้สื่อข่าวไปพิสูจน์แหล่งวางไข่ของเต่านา ซึ่งเป็นเต่าประจำถิ่นของหนองเล็งทราย ที่เกือบจะสูญหายไปแล้วไปจากพื้นที่ ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ของเต่านา หรือ เต่าสามสัน (อังกฤษ: Snail-eating turtles) เป็นสกุลของสัตว์เลื้อยคลาน 2 ชนิด จำพวกเต่าที่อยู่ในสกุล Malayemys ในวงศ์ Bataguridae เป็นเต่าน้ำจืดขนาดเล็ก มีลักษณะเด่น คือ กระดองส่วนบนมีสันนูน 3 เส้น เห็นได้ชัดเจน อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ และมีขอบเรียบ ส่วนหัวมีขนาดใหญ่และมีลายเส้นสีเหลืองหรือสีขาว กระดองส่วนบนมีสีน้ำตาลและขอบสีครีม หรือสีเหลือง กระดองส่วนล่างมีสีเหลือง และแต้มสีดำบนแผ่นเกล็ด ขณะที่สีผิวทั่วไปเป็นสีน้ำตาลเทาหรือดำ บริเวณส่วนหน้าและจมูกมีลายเส้นขีดสีขาว เป็นเต่าที่พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในแหล่งน้ำของภูมิภาคอินโดจีน และแหลมมลายู พบเห็นได้ทั่วไปทั้งนาข้าว, สวนสาธา
พะเยา ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพราะชาวนาจังหวัดพะเยาปลูกข้าวหอมมะลิในดินที่เกิดจากตะกอนลำน้ำ ที่ถูกพัดพามาจากน้ำแม่อิง มีส่วนประกอบจากหินภูเขาไฟและหินตะกอนชนิดต่างๆ พบบริเวณพื้นที่ราบหรือค่อนข้างราบระหว่างหุบเขา ซึ่งเหมาะแก่การปลูกข้าวหอมมะลิ ทำให้ข้าวหอมมะลิพะเยามีความหอมที่โดดเด่น และเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเกิดแนวคิดขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าข้าว ภายใต้ชื่อ “พะเยาโมเดล” โดยจับมือกับ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดพะเยา และ บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงการซื้อขายข้าวหอมมะลิ ความชื้น 15% ในราคา 18,000 บาท ต่อตัน ซึ่งสูงกว่าราคาประกันข้าวหอมมะลิของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ในปี พ.ศ. 2562 ถึง 3,000 บาท ต่อตัน โดย บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด เริ่มรับซื้อผลผลิตในเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป “ข้าวฮักพะเยา” คุณสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รับผิดชอบธุรกิจข้าวและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ข้าว
“ข้าวตราฉัตร” จัดงานวันเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 3 นำร่องขับเคลื่อน “พะเยาโมเดล” รับซื้อข้าว ในราคา 18,000 บาท ต่อตัน (ความชื้น 15%) ชวนคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมลงนาม MOU ผลักดันข้าว“ฮัก พะเยา” สู่ตลาดโลก “ข้าวตราฉัตร” จับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดพะเยา และเกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ภายใต้โครงการพัฒนาวัตถุดิบต้นน้ำ ของ บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด จัดงานวันเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 3 (3rd World’s Hom Mali Rice Harvesting Day) ขึ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อน “พะเยาโมเดล” ตามนโยบายของภาครัฐ ผ่านระบบส่งเสริมการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการตลาด โดยใช้นโยบายการตลาดนำการผลิต ชวนพันธมิตรคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ C.P.INTERTRADE (SHANGHAI) CO.,LTD SHANGHAI RONGYOU INTER-TRADE CO.,LTD 7-Eleven และ Shopee ร่วมลงนาม MOU พร้อมเป็นช่องทางกระจายสินค้าข้าวหอมมะลิคุณภาพ ในแบรนด์ ข้าว “ฮักพะเยา” สู่ตลาดโลก สร้างรายได้ที่แน่นอน และความมั่นคงในอาชีพให้กับเกษตรกร นำไปสู่การพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน และเพื่อเป็นการสร้างความเชื
“ข้าวคุณภาพดี” เวลาสีจะต้องได้ข้าวเต็มเมล็ด และมีปริมาณข้าวหักน้อย จึงสามารถขายข้าวได้ราคาดี แต่ชาวนาจำนวนไม่น้อยที่ขายข้าวได้ราคาถูก เพราะผลิตข้าวได้คุณภาพต่ำ มีปัญหาข้าวหักในระหว่างการสี ซึ่งเกิดจากหลายกรณี เช่น เมล็ดข้าวบิดเบี้ยวไม่สมบูรณ์ ปัญหาเมล็ดข้าวร้าวก่อนการสี เนื่องจากเก็บเกี่ยวช้า หรือเจอปัญหาข้าวแช่น้ำ รวมทั้งการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวไม่เหมาะสม ทุกข์ของชาวนาดอกคำใต้ “อาชีพการทำนา” เป็นรายได้หลักของชาวบ้านในพื้นที่บ้านใหม่ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตั้งแต่ปี 2559 ที่ผ่านมา เกษตรกรตำบลหนองหล่มได้พบกับปัญหาความยากจน หนี้สิน และปัญหาภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรที่ผลิตข้าวไม่ได้คุณภาพ เพราะประสบปัญหาเรื่องการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ชาวนาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงวัยที่ใช้บริการรถเกี่ยวนวดข้าว เพราะขาดแคลนแรงงานเกี่ยวข้าว แม้เครื่องจักรกลจะทำงานได้ไวกว่าแรงงานคน แต่ข้าวที่เก็บเกี่ยวโดยรถเกี่ยวนวดมักมีความชื้นสูง จำเป็นต้องตากข้าวเพื่อลดความชื้นก่อนขายเข้าโรงสี เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภูเขา มีพื้นที่ลานตากข้าวน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องกา
วช.ร่วมจังหวัดพะเยา เสริมสร้างความเข้มแข็งวิสาหกิจชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม: เครื่องอบแห้งเมล็ดพันธุ์พืชและเครื่องผลิตข้าวฮางงอก วช.เดินหน้างานตามภารกิจ มุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจังหวัดพะเยาและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้แผนงานจัดการความรู้การวิจัย และการขยายผลสู่พื้นที่ชุมชน โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการมอบ “เครื่องเร่งกระบวนการแช่และเพาะงอกข้าวเปลือกสำหรับการผลิตข้าวฮางงอก” และ “เครื่องอบแห้งแบบถังทรงกระบอกหมุนด้วยรังสีอินฟราเรด” แก่วิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิป่าต้นน้ำห้วยร่องสัก จังหวัดพะเยา โดยมี นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ และผศ.ดร.จักรมาส เลาหวาณิช กล่าวรายงานถึงการพัฒนานวัตกรรมโดยการสนับสนุนของวช. ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 ณ วิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิป่าต้นน้ำห้วยร่องสัก ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นวัตกรรมเครื่องอบเมล็ดพันธุ์ ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับประกาศเกียรต
คุณนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2561 นั้น แปลงใหญ่ข้าวตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำนวัตกรรมมาใช้ ต่อยอดการวิจัย เพิ่มมูลค่าผลผลิตและใช้ตลาดนำการผลิต จึงได้รับรางวัลที่ 3 ระดับประเทศ ความเป็นมาของ แปลงใหญ่ข้าวบ้านตุ่น เริ่มต้นจากการนำเอาปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน มีการตรวจเลือดหาสารพิษและสารเคมีตกต้าง เมื่อปี 2532 ตำบลบ้านตุ่น มีจำนวนครัวเรือน ประมาณ 1,600 ครัวเรือน มีประชากร 4,462 คน ตรวจพบสารพิษตกค้างในเส้นเลือด 90% ของประชากรทั้งหมด สมาชิกในชุมชนจึงได้ร่วมโครงการ ลด ละ เลิก สารเคมี จากปี 2532-2540 และต่อจากนั้น ปี 2541-2550 ได้รวมกลุ่มเป็นกลุ่มทำข้าวอินทรีย์ ปี 2539 ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ต่อมาในปี 2550 ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านดอกบัว มีสมาชิกกลุ่ม 15 ราย จนถึงปี 2556 มีสมาชิก 169 ราย และได้จัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านบัว จำกัด ปี 2559 กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพะ
ชีวิตคนเรานั้นจะเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ อยู่ดีๆ ชีวิตกลับพลิกผันแค่ข้ามคืน ดังชีวิตของ คุณกษิดิศ เกษตรการุณย์ หรือ โอห์ม หนุ่มวัย 30 ปี อยู่บ้านดอนไชย หมู่ที่ 5 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ดีกรีปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขณะที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโท พ่อซึ่งเป็นเสาหลักในการดำรงชีวิตของครอบครัว อดีตเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตลง จึงตัดสินใจหยุดเรียน กลับบ้านมาผลิตหมี่กรอบลำไยจำหน่ายและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าเงินเดือนประจำ สามารถส่งน้องสาวเรียนต่อพยาบาลจนสำเร็จการศึกษา และเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อได้อย่างสบาย คุณกษิดิศ หนุ่มชาวเชียงคำเจ้าของผลิตภัณฑ์หมี่กรอบลำไยเจ้าแรกและเจ้าเดียวของจังหวัดพะเยา เล่าว่า เมื่อปี 2554 หลังจากเรียนจบระดับปริญญาตรีแล้ว ขณะที่กำลังสอบปลายภาคของระดับปริญญาโท ภาคเรียนแรก ได้ข่าวจากทางบ้านว่าพ่อซึ่งดำรงตำแหน่งเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลกเสียชีวิต ครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิต แม่ขาดคู่ชีวิตและทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว น้องสาวกำลังจะเรียนต่อพยาบาลต้องใช้เงินไม่น
นายนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ส่งไม้ต่อให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งขับเคลื่อน เพื่อดูแลเกษตรกรให้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยขับเคลื่อนภายใต้หลัก 3 ต ประกอบด้วย “ต่อ เติม แต่ง” คือ เปิดกว้าง รับฟัง นำสิ่งที่ดีมาปรับปรุงพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น และการใช้การตลาดนำการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ สามารถลดต้นทุนและยกระดับจังหวัด ส่งเสริมการปฏิบัติงานของบุคลากรในพื้นที่ให้สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้อย่างแท้จริง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อเข้าร่วมโครงการมากกว่า 1,000 แปลง ซึ่งการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ เพิ่มผลผลิต การจัดการตลาดและการบริหารจัดการกลุ่ม ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานโครงการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์และเป็นตัวอย่างในการขยายผลก
นางชิน ใจเย็น อดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มมีพ่อค้านำลูกหมูมาเร่ขายตามหมู่บ้านมากขึ้น ทำให้ประชาชนหันกลับมาใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอีกครั้ง คือการเลี้ยงหมูในครัวเรือนสำหรับไว้ขาย หรือไว้ทำเป็นอาหาร ซึ่งการเลี้ยงแบบพื้นบ้านทั่วไปตามท้องถิ่นจะเลี้ยงด้วยรูปแบบง่ายๆ พืชหรือผลไม้สามารถนำมาทำเป็นอาหารหมูได้ ช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าอาหาร ที่สำคัญหมูที่เลี้ยงจะมีไขมันน้อยกว่าหมูฟาร์ม อดีตรองประธานสภากล่าวต่อว่า การเลี้ยงหมูแบบพื้นบ้านช่วยสร้างรายได้แก่ผู้เลี้ยง เพราะหากหมูโตเต็มที่สามารถส่งขายมีรายได้เสริมเข้าครอบครัว เมื่อถึงเวลาที่หมูราคาถูกก็นำมาชำแหละแบ่งกองขายในรูปแบบของท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้เพื่อนบ้านได้กินเนื้อหมูในราคาไม่แพง และคนเลี้ยงหมูก็อยู่ได้ ไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุน ที่สำคัญการเลี้ยงสัตว์ ปลูกผักสวนครัว คือวิถีชีวิตความพอเพียงที่แท้จริง ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
