จังหวัดพะเยา
นางชิน ใจเย็น อดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มมีพ่อค้านำลูกหมูมาเร่ขายตามหมู่บ้านมากขึ้น ทำให้ประชาชนหันกลับมาใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอีกครั้ง คือการเลี้ยงหมูในครัวเรือนสำหรับไว้ขาย หรือไว้ทำเป็นอาหาร ซึ่งการเลี้ยงแบบพื้นบ้านทั่วไปตามท้องถิ่นจะเลี้ยงด้วยรูปแบบง่ายๆ พืชหรือผลไม้สามารถนำมาทำเป็นอาหารหมูได้ ช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าอาหาร ที่สำคัญหมูที่เลี้ยงจะมีไขมันน้อยกว่าหมูฟาร์ม อดีตรองประธานสภากล่าวต่อว่า การเลี้ยงหมูแบบพื้นบ้านช่วยสร้างรายได้แก่ผู้เลี้ยง เพราะหากหมูโตเต็มที่สามารถส่งขายมีรายได้เสริมเข้าครอบครัว เมื่อถึงเวลาที่หมูราคาถูกก็นำมาชำแหละแบ่งกองขายในรูปแบบของท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้เพื่อนบ้านได้กินเนื้อหมูในราคาไม่แพง และคนเลี้ยงหมูก็อยู่ได้ ไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุน ที่สำคัญการเลี้ยงสัตว์ ปลูกผักสวนครัว คือวิถีชีวิตความพอเพียงที่แท้จริง ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
ท่ามกลางความทันสมัยในยุคปัจจุบัน ชีวิตส่วนใหญ่ดำเนินไปท่ามกลางการแข่งขัน เร่งรีบ รวบรัด ทั้งการเดินทาง การกินอยู่ การทำงาน ล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนร่างกาย ตลอดจนต้องรับสิ่งที่ปรุงแต่งสารพัดชนิด เมื่อร่างกายอ่อนล้า ย่อมต้องการช่วงเวลาพัก คนส่วนใหญ่มักโหยหา “ธรรมชาติ” ทั้งบรรยากาศ การกินการอยู่ เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ชีวิต ได้มีแรงต่อสู้และขับเคลื่อนอีกครั้ง “พื้นที่ท่ามกลางวิถีธรรมชาติ” จึงเป็นเป้าหมายที่หลายคนต้องการ ที่ จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ธรรมชาติแห่งหนึ่งรู้จักกันดีในชื่อ “สวนฮอมผญา” ตั้งอยู่ เลขที่ 221 หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ถือเป็นพื้นที่แห่งลมหายใจของใครหลายๆ คน ที่ต้องการมาสัมผัสธรรมชาติ วิถีดิน น้ำ ลมหายใจที่สดชื่นอย่างแท้จริง “พิชิต กันทรัตน์” หรือรู้จักกันในนาม “หมอทราย” หนุ่มวัย 44 ปี ปราชญ์ท้องถิ่นแห่ง “สวนฮอมผญา” เจ้าของสวนฮอมผญา เล่าว่า ตั้งชื่อสวนแห่งนี้ว่า ไฮอมผญา” เพราะหมายถึงการรวบรวมองค์ความรู้อันเป็นภูมิปัญญาของคนและธรรมชาติที่มีอยู่ ทั้งดั้งเดิมและใหม่ มาใช้ในวิถีชีวิตที่เป็นไปตามธรรมชาติ โดย “สวนฮอมผญา” คือสวนในคอนเซ็ปต์ “เฮลท์ ฟาร์ม(
