จำปาดะ
ฉันไม่ได้ลิ้มรสชาติจำปาดะ ขนุนถิ่นใต้มาร่วมยี่สิบปีแล้ว รสชาติจำปาดะครั้งล่าสุดที่อยู่ในความทรงจำคือ จำปาดะทอดกรอบๆ ร้อนๆ หอมจัดด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของผลไม้ที่ถูกความร้อนเผาให้กำจายกลิ่นไปทั่ว กลิ่นขนุนสำหรับคนที่ไม่ชอบนั่นก็สุดจะทนแล้ว แต่กลิ่นจำปาดะนี้เข้มข้นรุนแรงยิ่งกว่า ใครที่ไม่รักชอบเอาจริงๆ ถ้าโดนกลิ่นเข้าเต็มจมูกอาจถึงขั้นเป็นลมได้ แม้แต่ฉันซึ่งเป็นคนชอบขนุน พอเจอกลิ่นจำปาดะเข้าก็ถึงกับชะงักกึกเลยทีเดียว น่าสังเกตว่า ในพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมด ภาคใต้ดูเหมือนจะมีผักผลไม้รสชาติฉุนเฉียวมากกว่าภาคอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่มี “กลิ่นแรงจัด” นั้นมีเยอะมาก เช่น ทุเรียน จำปาดะ สะตอ ลูกเนียง กระพังโหมต้น ทำมัง (กลิ่นแมงดา) และหมุยหรือหัสคุณ เป็นต้น ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงพืชผัก “รสขมจัด” ที่มีอยู่มากมายและนิยมกินเฉพาะในหมู่ชาวใต้เท่านั้น คือ สะเดาเทียม หรือ สะเดาช้าง ซึ่งเป็นไม้ป่าโตเร็ว มีเนื้อไม้สวยงามกว่าไม้ยางพารามาก และด้วยรสขมพิเศษนี่เองทำให้ปลวกและมอดแมลงทำลายเนื้อไม้ทั้งหลายไม่ชอบกัดแทะเลย ไม้สะเดาช้างจึงได้รับความนิยมนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน และทุกวันนี้ถูกส่งเสริมใ
สตูล – นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาฯ ศอ.บต. พร้อม นายสรเดช สุนทรารชุน รอง ผวจ.สตูล นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกอบจ.สตูล นายจรัญ จันทรปาน นอภ.ควนโดน ส่วนราชการและเอกชนจัด “แข่งขันการสาน โคระ” ใช้ห่อผลจำปาดะ หรือขนุน ในงาน “จำปาดะ ของดีเมืองสตูล” ครั้งที่ 23 ที่ลานห้างเทสโก้โลตัส อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เพื่อสืบสานและส่งต่อให้ลูกหลานร่วมอนุรักษ์ภูมิ ปัญญา โดยนำมาสวมกับเด็กแทนการสวมในผลจำปาดะ ซึ่งเป็นผลไม้พื้นเมือง โคระ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้ใบมะพร้าวสดที่สมบูรณ์ หรือใบมะพร้าวแห้งต้องแช่น้ำก่อน 1 คืน ก่อนนำมาสาน เพื่อห่อหุ้มผลจำปาดะให้ผลสีสวยงามเมื่อผลสุกพร้อมเก็บ อีกทั้งเป็นการป้องกันหนอน แมลงที่กัดกินได้อย่างดี ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การประกวดผลผลิตการเกษตร อาทิ การประกวดผลจำปาดะ เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดของจังหวัด การประกวดพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง พันธุ์ทุเรียนพื้นบ้าน เงาะ มังคุด การจำหน่ายสินค้าที่แปรรูปจากผลจำปาดะ อาทิ เอแคลร์ไส้จำปาดะ คัพเค้กจำปาดะ ชิฟฟ่อนจำปาดะ สมูทตี้จำปาดะ เค้กทุเรียน เค้กมะพร้าวอ่อน นอกจากนี้กลุ่มแม่บ้านยังทำข้าวเกรียบเม็ดจำปาดะ และจ
“เกาะยอ” เป็นชื่อตำบลของจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา มี “สะพานติณสูลานนท์” เชื่อมติดต่อการสัญจรไป-มา ระหว่างตัวเมือง นับเป็นสะพานที่ยาวที่สุดของประเทศไทย มีความสวยงาม ตลอดจนยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะยอมีอาชีพประมงพื้นบ้านขนาดเล็กในทะเลสาบ ปลูกยางพารา เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง เลี้ยงไก่ ทอผ้า รวมถึงยังปลูกไม้ผลหลายชนิดสร้างรายได้ “จำปาดะขนุน” เป็นชื่อของผลไม้อีกชนิดหนึ่งของตำบลเกาะยอ ที่เป็นที่รู้จักและนิยมรับประทานกัน เป็นไม้ผลที่กลายพันธุ์จากการปลูกตั้งแต่สมัยเจ้าพระยาวิเชียรศรี (ชม ณ สงขลา) อดีตเจ้าเมืองสงขลา ที่นำเมล็ดจำปาดะไปปลูกในสวนแล้วกลายพันธุ์ให้ผลมีรูปร่างคล้ายขนุน แต่รสชาติและเนื้อคล้ายจำปาดะ อีกทั้งยังมีลักษณะการเจริญเติบโตที่พิเศษคือ ต้นจะแตกแขนงออกด้านข้างเป็นพุ่มมากกว่าขนุน ผลที่เกิดขึ้นชิดกับโคนต้นมีขนาดใหญ่ จึงมีการขยายพันธุ์นำมาปลูกกันอย่างแพร่หลายบนเกาะยอ แล้วกลับกลายมาเป็นไม้ผลที่ได้รับความสนใจมากในขณะนี้ กระทั่งมีการยกระดับจำปาดะขนุนให้เป็นไม้ผลอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสบรรยา
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ห้องประชุมโต๊ะหยงกง ศาลากลางจังหวัดสตูล นายสรเดช สุนทรารชุน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมนางสาวศมานันท์ หวังประเทือง พาณิชย์จังหวัดสตูล นางประภาภรณ์ คัมภิรานนท์ หัวหน้ากลุ่ม GI กรมทรัพย์สินทางปัญญา นางสาวดวงใจ มาตยานุมัติ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือเพื่อส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนจังหวัดหนึ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนเพื่อหาแนวทางแก้ไข และการลงพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าสิ่งบ่งชี้ภูมิศาสตร์ก่อนขึ้นทะเบียน ตลอดจนจัดทำข้อกำหนดมาตรฐานของสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ นางสาวศมานันท์ หวังประเทือง พาณิชย์จังหวัดสตูล กล่าวว่า จังหวัดสตูลเตรียมผลักดันจำปาดะและข้าวอัลฮัมขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพ ซึ่งจำปาดะมีความโดดเด่นเรื่องของความหอมหวานเนื้อนุ่มละมุน ส่วนข้าวอัลฮัมสตูล เป็นข้าวสารที่อุดมสมบูรณ์ด้วยโปรตีนและมีประโยชน์ต่อร่างกายสูง สำหรับสินค้าทั้ง 2 ชนิด จะต้องเข้ารับการพิจารณาจากกรมทรัพ
