ทุเรียนป่าละอู
ฤดูทุเรียนป่าละอู 1 ปีมีครั้งเดียว คนรักทุเรียนจะได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของ “ทุเรียนป่าละอู” ได้อย่างจุใจ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ของทุกปี “ทุเรียนป่าละอู” ที่คอทุเรียนยกให้เป็น The Best อร่อยจริงอร่อยจัง เพราะทุเรียนสุกธรรมชาติ ไม่ใช่ทุเรียนไม่ป้ายยา ทุเรียนป่าละอู สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มานานกว่า 30 ปี ทุกวันนี้ พื้นที่ป่าละอู กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกปี สร้างรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โซนทุเรียนภูเขา ทุเรียนป่าละอู จัดอยู่ในกลุ่มทุเรียนพื้นที่ภูเขา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า พื้นที่การผลิตทุเรียนในโซน 4 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ถูกเรียกว่า “ทุเรียนตะนาวศรี” เนื่องจากลักษณะของสภาพภูมิศาสตร์มีเทือกเขาตะนาวศรีพาดผ่าน ทำให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนภูเขาหลังจากฤดูน้ำหลากของทุกปี ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล และความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนมีลักษณะเฉพาะ เนื้อหนา แห้งเนียน เมล็ดลีบ รสชาติหว
คาราวาน รถฟอร์ดเรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่กว่า 30 คัน ฝ่าสายฝนพรำตลอดเส้นทาง กรุงเทพฯ-ราชบุรี-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ยิ่งขับยิ่งประทับใจ ขับสนุก สบาย และมั่นใจ เพราะฟอร์ดจัดเต็มเรื่องเทคโนโลยี เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ปรับแต่งแผงหน้าปัดแสดงข้อมูลรถ ปรับพวงมาลัยหรือที่นั่ง เพียงแค่กดปุ่มหรือสั่งการด้วยเสียง ตอบโจทย์การใช้งานรถกระบะอย่างคุ้มค่าทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการท่องเที่ยว เพื่อนเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้เรียนรู้ทริคขับรถช่วงหน้าฝนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นจากฟอร์ด วิธีขับรถไม่ให้ไถล ต้องใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ควรขับเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการเหินน้ำของรถ ป้องกันการลื่นไถล และทำให้ผู้ขับควบคุมรถได้ ห้ามเบรกกะทันหัน ควรทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อให้หยุดรถได้อย่างทันท่วงที และไม่ต้องเบรกอย่างกะทันหัน ขับลุยน้ำไม่ให้รถดับ ประเมินความลึกและสถานการณ์ โดยสังเกตความลึกจากฟุตบาท สภาพแวดล้อมข้างทาง หรือจากรถคันหน้า ถ้าระดับน้ำไม่สูงมากก็ขับผ่านไปได้ แต่ในเบื้องต้นควรปิดแอร์และใช้เกียร์ต่ำ ไร่ทวีกาญจน์ หัวหินไม่ไ
ประจวบคีรีขันธ์ พ่อเมือง สั่งคุมเข้มคุณภาพ “ทุเรียน GI ป่าละอู” ก่อนถึงมือผู้บริโภค เดือนพฤษภาคมนี้ ลุ้นอีก 2 ชนิด ทุเรียนตะนาว-สับปะรดสยามโกลด์ เร่งดัน มะม่วงแก้วพุสามร้อยยอด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัด ครั้งที่ 2/2567 โดยมีผู้ร่วมประชุมประกอบ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) โดยมีกระบวนการส่งเสริม คุ้มครอง ดูแลรักษามาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดให้แก่สินค้า ก่อนมีคำสั่งที่ 8749/2566 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานและพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นคณะกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล และส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด การรับรองคำขอจดทะเบียน หรือคำขออ
ทุเรียนป่าละอู เป็นหนึ่งในสินค้าทุเรียนรสอร่อย เป็นสินค้าขายดี ที่ขายได้ราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท ทำให้มีสินค้าทุเรียนจากแหล่งอื่นเข้ามาสวมรอย ขายในชื่อทุเรียน ป่าละอู ซึ่งสินค้าทุเรียนปลอมเหล่านี้ มักมีคุณภาพต่ำหรืออาจเป็นทุเรียนอ่อน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและชื่อเสียงทุเรียนป่าละอูเป็นอย่างมาก สำนักงานมาตรฐานเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนป่าละอู ปรับตัวเข้าสู่ระบบตามสอบสินค้าเกษตร QR Trace on Cloud เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหารแก่ผู้บริโภค เพราะสวนทุเรียนป่าละอูที่เข้าสู่ระบบ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพสินค้าถึงแหล่งผลิตต้นทางได้อย่างสะดวก เห็นเครื่องหมาย Q ที่ใด มั่นใจสินค้าดี ปลอดภัย นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ประชาชนมีความสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยหันมาเลือกบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และผ่านการรับรองมาตรฐานมากยิ่งขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่มีเค
“ทุเรียนป่าละอู” จากทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ปลูกในพื้นที่ ป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน พื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุจากดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ กลายเป็นสายพันธุ์ทุเรียนที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเนื้อหนาสีเหลืองอ่อน กลิ่นไม่ฉุน รสชาติมันมากกว่าหวาน เนื้อแห้งเนียนละเอียด ไม่มีเส้นใย เนื้อเยอะ เมล็ดเล็ก เมื่อปี 2554 ทุเรียนป่าละอูจึงได้รับการขึ้นทะเบียน Geographical Indication (GI) เป็นแบรนด์สินค้าท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า ปัจจุบัน ทุเรียนป่าละอูเป็นที่รู้จักของผู้ที่ชื่นชอบทุเรียน และถือเป็นผลผลิตขึ้นชื่อของ สหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่บริหารงานโดยโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ โดย นายพรไชย บัวคล้าย ประธาน สหกรณ์ฯ ผู้นำที่มีความเข้มแข็ง มุ่งสร้างการถ่ายทอดงานและเชื่อมโยงให้เกิดความต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ปัจจุบันมีชาวสวนทุเรียนขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก 50 ราย มีจำนวนต้นทุเรียนกว่า 15,000 ต้น เกษตรกรสมาชิกส่งให้กับสหกรณ์ในฐานะธุรกิจรวบรวมผลผลิ
นางสาวศิริพร จูประจักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันตก ปี 2565 ซึ่งมีพื้นที่การผลิตทุเรียน อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี โดยทั้ง 4 จังหวัดจะเรียกทุเรียนในพื้นที่ว่า “ทุเรียนตะนาวศรี” เนื่องจากลักษณะของสภาพภูมิศาสตร์มีเทือกเขาตะนาวศรีพาดผ่าน ทำให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนภูเขาหลังจากฤดูน้ำหลากของทุกปี ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล และความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนมีลักษณะเฉพาะ เนื้อหนา แห้งเนียน เมล็ดลีบ รสชาติหวาน มัน สศท.10 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตทุเรียนตะนาวศรี ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในภาคตะวันตก (ข้อมูลพยากรณ์ สศก. ณ เดือนมิถุนายน 2565) พื้นที่ปลูกจำนวน 16,550 ไร่ ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ ผลผลิตรวม 12,159 ตัน เกษตรกรผู้ปลูก 1,367 ครัวเรือน เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ทางการค้า เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ตลาดทั้
วันที่ 30 พ.ค. นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยหลังจากนำทีมผู้บริหาร และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 25 – 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามโครงการ “พช.สัมพันธ์สัญจร” ครั้งที่ 2 เพื่อดูความคืบหน้างาน “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัติวิถี” ว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพช. ในการปลุกการท่องเที่ยวระดับชุมชน ที่เรียกว่า “แอ่งเล็ก” ให้เกิดการรวมตัวขึ้นมาสร้างอาชีพที่ยั่งยืน และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง โดยใช้นวัตกรรมบวกกับวิถีชีวิตของชุมชน สร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับหมู่บ้าน สำหรับพื้นที่เป้าหมายใน จ.เพชรบุรี คือ พื้นที่ บ.ดอนใน ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซึ่งมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้าน และชุมชน ในหลายมิติ ในส่วน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปดูงานที่ บ.โคนมพัฒนา ม.6 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะมีธรรมชาติที่งดงามของป่าละอู รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เช่น ทุเรียนป่าละอู ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเม็ดลี
นาวาตรี ประสิทธิ์ กาญจนวณิชย์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งจากสมาชิกสหกรณ์กลุ่มผู้ปลูกทุเรียนหมอนทองพันธ์ป่าละอู ซึ่งเป็นสินค้าที่ผ่านการขึ้นทะเบียน จีไอ หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ประสบปัญหามีผลผลิตลดลงจากปีก่อนกว่า ร้อยละ 50 เนื่องจากประสบกับสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ดอกร่วง ผลผลิตบางส่วนถูกช้างป่าบุกเข้าทำลาย นอกจากนั้น ผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาดช้ากว่าปกติ จากเดิมปลายช่วงเดือนพฤษภาคม จะเลื่อนไปแก่จัดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ดังนั้น ผู้บริโภคต้องระวังถูกพ่อค้าหลอกขาย เนื่องจากมีบางรายอ้างทุเรียนหมอนทองจากแหล่งอื่นเป็นทุเรียนป่าละอู เพื่อจำหน่ายในราคาแพง ขณะที่ผลผลิตในสวนที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ มีน้อยมาก “ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายใหญ่จากประเทศจีนและญี่ปุ่น สนใจสั่งซื้อผลผลิตไปจำหน่าย โดยให้ราคาสูงกว่าปกติ หลังจากพบว่ามีทุเรียนรสชาติดี เนื้อแห้ง ล่าสุดได้แจ้งให้ทราบว่า สหกรณ์ไม่สามารถส่งสินค้าให้ได้ตามต้องการ เนื่องจากมีสัญญาซื้อขายกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศปีละกว่า 50 ตัน เท่านั้น และยืนยันว่า ทุเรียนป่าละอู
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นางวงเดือน จุดจันทึก เจ้าของสวนทุเรียนป่าละอู บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนสวนบุญอินทร์ครั้งแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้สนใจเดินทางมาชมสวนทุเรียน พร้อมรับประทานทุเรียนหมอนทองป่าละอูจากสวนและอาหารประเภทอื่นๆ ที่จัดเตรียมไว้ให้จนกว่าจะพอใจ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงหัวละ 399 บาทเท่านั้น หลังจากมีการแจ้งข้อมูลและเปิดรับจองผ่านเฟซบุ๊ก “ทุเรียนป่าละอูสวนบุญอินทร์” ตั้งเป้าหมายลูกค้าไม่เกิน 40 คน เนื่องจากช่วงนี้ผลผลิตมีเหลือน้อย แต่ปรากฏว่ามีผู้สนใจกิจกรรมบุฟเฟต์เกินจำนวนที่กำหนดกว่า 70 คน และทยอยเดินทางมาที่สวนเพิ่มอย่างต่อเนื่องจากการแชร์ข้อมูลในสังคมโซเชียล นางวงเดือน กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดบุฟเฟ่ต์ครั้งต่อไปกำหนดช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดจำนวนมาก แต่จะเน้นขายตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พร้อมกิจกรรมเสริมที่มีความหลากหลาย ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
ชาวสวนทุเรียน “ป่าละอู” เฮ เตรียมนำผลผลิตออกจำหน่ายในมิถุนายน – สิงหาคม นี้ วันที่ 14 พฤษภาคม นายธวัช เกตุรัตน์ อายุ 61 ปี หมอดินอาสา ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน หมู่ 7 บ้านคลองน้อย ต ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าผลผลิตทุเรียนป่าละอู อันเลื่องชื่อของ อ.หัวหิน ในปีนี้เป็นที่น่าพอใจ จากสภาวะฝนตกต่อเนื่องกันทำให้ทุเรียนติดผลเป็นจำนวนมาก คาดว่าผลผลิตปีนี้เพิ่มมากกว่าปีที่แล้วถึง 30 % โดยขณะนี้กลุ่มผู้ปลูกทุเรียนที่เป็นสมาชิกอยู่ในศูนย์ฯเกือบ 200 คน ดูแลรักษาต้นทุเรียนเป็นอย่างดี ถึงขนาดนอนเฝ้าต้นทุเรียนระวังช้างป่าออกหากิน ซึ่งคาดว่าผลผลิตทุเรียนชุดแรกที่ติดดอกในเดือนเมษายนจะออกจำหน่ายได้ราวปลายเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนชุดใหญ่จะออกต่อเนื่องกันจนถึงเดือนสิงหาคม ขณะนี้ตนได้ให้ความรู้กับสมาชิกในการบำรุงดูแลผลทุเรียน มีการจดวันนับดอกให้ครบ 140-150 วัน เพื่อคุณภาพของทุเรียน เนื่องจากทุเรียนป่าละอูเป็นที่ต้องการของท้องตลาดโดยเฉพาะคอทุเรียน จากเอกลักษณ์เนื้อหนา สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งละเอียด กลิ่นอ่อน รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบเล็ก โดยทุเรียนป่าละอูทุกลูกต้องผ่าน
