ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
คุณสมโชค ณ นคร เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า จากวิสัยทัศน์ที่ว่า นครศรีธรรมราชเป็น “นครแห่งอารยธรรม น่าอยู่ น่าเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรมยั่งยืน” ซึ่งจังหวัดแห่งนี้ถือว่ามีพื้นที่การทำเกษตรมากอีกพื้นที่หนึ่ง จึงได้มุ่งเน้นและสร้างแบบแผนให้เกษตรกรสร้างสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานตรงความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งมีการนำวิทยาการและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อให้เกษตรกรมีการพัฒนาสู่การเป็น smart famer เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร สามารถสร้างฟาร์มสู่การเป็นฟาร์มที่มีมาตรฐาน และมีแผนการผลิตที่ชัดเจน ผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี “พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของนครศรีธรรมราช ก็จะมี ข้าว ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ยางพารา โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุด รองลงมาคือ ปาล์มน้ำมัน และข้าว ส่วนในเรื่องของไม้ผล อย่าง มังคุด และทุเรียน ถือว่าเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในอนาคตไม้ผลอย่างทุเรียน มังคุด เมื่อมีการพัฒนาและสร้างมาตรฐานอยู่เสมอๆ ก็จะช่วยส่งผลให้ในเรื่องของราคาในอนาคตดีขึ้น และเกษ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางลดความเหลื่อมล้ำ เกิดการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ด้วยแนวคิดดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรจึงดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในทุกจังหวัด โดยชูจุดขาย “ท่องเที่ยวธรรมชาติ วิถีชีวิตเกษตร เสน่ห์แห่งภูมิปัญญา” ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่น หวังก่อให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสร้างชุมชนที่เข้มแข็งโดยลูกหลานไม่ต้องลำบากออกไปหางานนอกบ้าน ช่วยเพิ่มโอกาสขายสินค้าได้ภายในชุมชน ทำให้สังคมชนบทของไทยมีโอกาสเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล ท่องเที่ยววิถีคลอง วิถีเกษตรเมืองราชบุรี ท่องเที่ยว “วิถีคลอง วิถีไทยตามรอยเสด็จคลองดำเนิน” หนึ่งในเส้นทางการท่องเที่ยวการเกษตรที่กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี อยากชักชวนคนไทยลองหาเวลาว่างไปเที่ยวชมกัน โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีคลอง วิถีเกษตร และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้นั่งเรือ ล่องไปตามคลอง ชมบรรยากาศริมคลองอันร่มรื่น ชิลล์ลมไปตามสายน้ำ ตื่นตาตื่นใจกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เรียนรู้การทำเกษตร
นายอนิรุจ นุชมี ประธานกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ชาวชุมชนทุ่งครุในพื้นที่พุทธบูชา ซอย 36 ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมาก ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนและเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะเลี้ยงแพะและแกะ ซึ่งดั้งเดิมของชาวทุ่งครุ หรือที่รู้จักกันแต่ก่อนว่าบางมด คือการทำนา ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนมาทำสวนส้ม ตั้งแต่ปี 2508 พื้นที่นาจึงเปลี่ยนสภาพเป็นสวนส้ม ซึ่งส้มบางมดมีชื่อเสียง เนื่องจากรสชาติหวานไม่เหมือนส้มจากพื้นที่อื่น เพราะปลูกในเขตพื้นที่ที่เป็นดินสองน้ำ เป็นดินน้ำกร่อย ที่ผสมระหว่างดินจากแม่น้ำเจ้าพระยากับน้ำทะเล และปีหนึ่งจะได้บริโภคส้มบางมดเพียงหนเดียว เนื่องจากใช้เวลาออกผล 8 เดือน จึงจะสามารถเก็บขายได้ ปัจจุบัน ส้มบางมดเหลือน้อยลง เกษตรกรในพื้นที่ทุ่งครุจึงรวมตัวกัน เพราะต้องการให้อนุรักษ์พื้นที่ทำการเกษตรในเขตทุ่งครุ อนุรักษ์น้ำและลำคลองที่กำลังจะหมดไป และคนต้องการให้คนทั่วไปรู้ว่าส้มบางมดยังคงเหลืออยู่และชาวบ้านจะร่วมกันอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่กับพื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบัน ชาวบ้านที่นี่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ภายใต้ชื่องาน “กัมปงในด
ในช่วงหน้าหนาวเป็นต้นไป ทางจังหวัดอุทัยธานีภูมิใจนำเสนอโครงการไม้เมืองหนาว ที่ศูนย์พัฒนาสังคมที่ 73 บ้านอีมาดอีทราย ตำบลแก่นมะกรูด อันเป็นเนินเขาและภูเขาน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ โดยแปลงทดลองปลูกไม้เมืองหนาวนั้น มีทั้งดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ กะหล่ำปลี และสตรอเบอรี่ ฯลฯ ช่วงที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปชมโครงการไม้เมืองหนาวและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก โดยเฉพาะในวันหยุดเทศกาลและวันเสาร์-อาทิตย์ และหลายคนต่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี จะสามารถปลูกไม้เมืองหนาวได้เช่นเดียวกับบนดอยในภาคเหนือ อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย จุดที่ปลูกแปลงทดลองไม้เมืองหนาว อยู่สูงจากน้ำระดับทะเล 700 เมตร ส่วนยอดเขาสูงที่เห็นอยู่ไกลๆ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร เรียกว่า เขาพะอุย อากาศจะเย็นมาก จึงนำไม้เมืองหนาวมาปลูกในสถานที่แห่งนี้ เพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย อุณหภูมิช่วงกลางวันกับกลางคืนไม่แตกต่างกันมาก ตอนกลางวันช่วงฤดูหนาวแตกต่างกันไม่ถึง 10 องศาเซลเซียส กลางวันอุณหภูมิอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส กลางคืนประมาณ 15-18 องศาเซลเซียส เหมาะกับการปลูกพืชผักเมืองหนาว ที่ผ่านมา ที่นี่เริ่
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารระดับสูง จากประเทศคู่ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของประเทศไทย จำนวน 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบรูไน โคลัมเบีย ลาว มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีสังกา เยอรมนี รวมถึง ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปชิฟิก ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ สู่การสร้างระบบอาหารสมดุล ภายใต้สามพรานโมเดล และ Organic Tourism รวมถึงศึกษาการดำเนินธุรกิจของสวนสามพราน เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในภาคการท่องเที่ยวและงานพัฒนาชุมชน ที่ก่อเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้ เป็นหนึ่งในโปรแกรมการอบรมหลักสูตร Sufficiency Thinking in Sustainable Development (STiSD) ครั้งที่ 2 ที่ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 19-23 ตุลาคม 2561 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ในครั้งนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โดย รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม รองคณบดี งานบริการวิชาการ องค์กรผู้ร่วมจัดอบรม ได้เชิญ คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพราน แ
หากกล่าวถึง จังหวัดสมุทรสงคราม สิ่งที่หลายคนนึกถึงน่าจะเป็นวิถีชีวิตคนริมคลอง บรรยากาศสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนมะพร้าว ส้มโอ และลิ้นจี่ อีกมุมหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงครามคือ การเป็นเมืองปากอ่าว มีดอนหอยหลอด ที่เป็น Unseen Thailand จังหวัดนี้จึงได้ชื่อว่า เป็นเมือง 3 น้ำ คือมีครบทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย และด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทำให้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ก็แตกต่างกันไปด้วย ในวันนี้จะขอเล่าถึงบรรยากาศของชุมชนชาวสวนมะพร้าวของจังหวัดสมุทรสงคราม หนึ่งพืชเศรษฐกิจที่ขึ้นชื่อของจังหวัด จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งหมด ประมาณ 67,749 ไร่ แบ่งมะพร้าวออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ มะพร้าวผลแก่ มะพร้าวผลอ่อน และมะพร้าวตาล ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีอายุมากก็ยังสามารถทำได้ เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องบำรุงดูแลมาก และสามารถให้ผลผลิตได้ตามธรรมชาติ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวสวนมะพร้าวประสบกับปัญหาการระบาดของศัตรูพืช 2 ชนิด ที่สำคัญคือ แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ต้นมะพร้าว ไม่แค่เฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม แต่เกษตรกรจังหวัดอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นก
ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติช่วยให้จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้อร่อยอย่าง ส้มโอขาวใหญ่ ชมพู่ ลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆ แถมจังหวัดนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง ตลอดถึงยังคงสภาพความเป็นสวนผลไม้ที่มีบรรยากาศร่มรื่นสามารถเดินทางสัญจรชมสวนต่างๆ ได้ไม่ยาก จึงมักเป็นที่นิยมของคนทั่วไปในการขับขี่จักรยานหรือเดินทางมาพักผ่อนตามโฮมสเตย์ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันมากมาย คุณสมทรง แสงตะวัน อยู่บ้านเลขที่ 9/3 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านบางพลับหันมาปลูกส้มโอขาวใหญ่เชิงการค้ากันแบบมีคุณภาพตามแนวทางอินทรีย์ พร้อมไปกับการรวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วดึงนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้ทุกครัวเรือน ความจริง ส้มโอ เป็นไม้ผลท้องถิ่น ที่รุ่นพ่อ-แม่ ปลูกกันมาก่อน สมัยนั้นชาวบ้านปลูกส้มโอกันหลายพันธุ์ สำหรับขาวใหญ่ไม่นิยมปลูก เนื่องจากให้ผลผลิตน้อย
นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่น่าสน สำหรับ เวิร์คช็อป “Organic D.I.Y.ที่เครือข่ายปฏิบัติการ CSR for Thailand ร่วม มูลนิธิสังคมสุขใจ ภายใต้ สามพรานโมเดล จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยการพาคนกรุงที่รักสุขภาพและสนใจเกษตรอินทรีย์ ไปเที่ยวฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ ต.ทัพหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายสามพรานโมเดล เพื่อหวังยกระดับความรู้ในการกิน การปลูก ให้ผู้บริโภค พิมพร ศิริวรรณ ผู้จัดการเครือข่ายปฏิบัติการ CSR for Thailand เล่าที่มาของกิจกรรมนี้ให้ฟังว่า จากประสบการณ์ตัวเองที่เคยเจ็บป่วยด้วยโรคภูมิแพ้โดยไม่รู้สาเหตุ รับประทานยาแก้แพ้ จนรู้สึกอ่อนแรง ภายหลังส่งเส้นผมไปตรวจที่อเมริกา จึงพบว่า ร่างกายมีโลหะหนักสูงมาก โดยหนึ่งในนั้นคือ ยาฆ่าแมลง ที่แฝงมาในอาหาร เพราะเป็นคนชอบรับประทานผัก ผลไม้ แต่หลังจากเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เลือกผลผลิตที่เป็นอินทรีย์นำมาปั่นดื่มทุกวัน จนอาการค่อยๆ ดีขึ้น และหายจากโรค จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราพบว่า แท้จริงแล้ว เราเป็นในสิ่งที่เรากิน หรือ คำว่า You are what you eat นั่นเอง นี่คือ เหตุผลหลักที่เธอต้องลุกขึ้นม
ท่องเที่ยวเชิงเกษตรวันนี้ ได้นั่งเรือลัดเลาะคลองลัดมะยม แขวงบางระมาด ได้สัมผัสกับวิถีการยังชีพของประชาชนทั้งสองฝั่งคลองที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรและได้ขึ้นฝั่งไปดูการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน…ซึ่งเป็นอาหารมีโปรตีนสูง ที่นิยมบริโภคกันแพร่หลาย และเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่เกษตรกรชาวคลองลัดมะยมกว่า 30 คน เพาะในโครงการ 9010 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน จึงนำมาบอกเล่าสู่กัน คุณกัลยา เจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่การเกษตร 120,450 ไร่ เกษตรกร 7,032 ครัวเรือน พืชที่สำคัญที่มีการปลูกได้แก่ ข้าว 87,397 ไร่ เกษตรกร 3,328 ครัวเรือน กล้วยไม้ 1,514 ไร่ เกษตรกร 243 ครัวเรือน ไม้ดอกไม้ประดับ (สนามหญ้า) 488 ไร่ เกษตรกร 94 ครัวเรือน พืชผัก 2,188 ไร่ เกษตรกร 658 ราย และอื่นๆ โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน มีศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรคุณภาพ ส่งเสริมการปลูกและผลิตแบบแปลงใหญ่
มูลนิธิสังคมสุขใจ และร้านปลูกปั่น ร่วมกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ นำคณะนักปั่นจักรยานส่งสินค้าประจำร้านกว่า 30 ชีวิต ร่วมทริป “ปลูกปั่น ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ” ปั่นจักรยาน ไปชม ชิม ช็อป ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล พื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อศึกษาแหล่งที่มาของวัตถุดิบอินทรีย์ และสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร หวังเพิ่มความเชื่อมั่นวิถีอินทรีย์ และกระตุ้นผู้บริโภคตระหนักรู้คุณค่าของออร์แกนิก ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ก่อเกิดผลดีตลอดห่วงโซ่อาหาร อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ และผู้ก่อตั้งสามพรานโมเดล กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะร้านปลูกปั่น เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ หรือ Organic Tourism ที่เป็นการเชื่อกันระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกรที่ผลิตระบบอินทรีย์ มาเข้าใจกัน ซื้อขายผลผลิตร่วมกัน และสื่อสารต่อให้ผู้บริโภคเข้าใจความสำคัญของออร์แกนิก เพื่อให้เห็นคุณค่าวิถีอินทรีย์ ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างระบบอาหารสมดุลยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อาหาร “ปลูกปั่น เป็นหนึ่งใ
