ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ท่องเที่ยวไทยสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีชีวิต และเรื่องราวน่ารักในชุมชนสทิงพระ กับฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” ลองใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เก็บน้ำโตนด ลองทำน้ำตาลแว่น เรียนรู้วิธีแปรรูปถนอมอาหาร ร่วมกิจกรรมสนุกแข่งกินลูกตาล พร้อมชมผ้าบาติคลวดลายท้องถิ่น และแลนด์มาร์คแห่ง อ.สทิงพระ จ.สงขลา “แดเนียล” ฝรั่งหัวใจไทย พาสัมผัสวิถีชีวิตปีนต้นตาล เพื่อเก็บน้ำตาลโตนด แล้ไปแข่งกินลูกตาล กิจกรรมสนุกๆ ระหว่างทีมงานหลงรักยิ้ม และชาวบ้านสทิงพระ จากนั้นไปเรียนรู้วิธีแปรรูปถนอมอาหาร ลองทำน้ำตาลแว่น พร้อมสัมผัสงานหัตถกรรมชุมชนดอนขัน อย่างผ้าบาติค ลวดลายเอกลักษณ์เกิดจากวัสดุท้องถิ่น อย่าง ใบตาล และแวะถ่ายรูปแลนด์มาร์คแห่ง อ.สทิงพระ ทุ่มกังหันลม การแปรผันจากพลังงานลมกลายเป็นพลังงานไฟฟ้า (PEA) ติดตามชมรายการหลงรักยิ้ม วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา 16.30 น. ทางช่อง 28 (3SD) พร้อมอัพเดทความเคลื่อนไหวต่างๆ ของฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” ได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/longrukyim/
ภาพจำเกี่ยวกับเมืองหลวงชื่อว่ากรุงเทพมหานครอาจเป็นสีสัน ความทันสมัย ผู้คนและรถราขวักไขว่ ราวกับทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปช่างรวดเร็วเกินกว่าจะไขว่คว้าความหมายของชีวิต สังคม วัฒนธรรม และวิถีของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วไม่อาจหยุดยั้ง เช่นเดียวกับเรือกสวนย่านบางขุนเทียน ฝั่งธนบุรีที่ในอดีตเคยเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้หลากหลายชนิด หนึ่งในนั้น คือ ‘ลิ้นจี่’ ซึ่งในทุกวันนี้แทบไม่หลงเหลือ มีเพียงชื่อ ‘คุ้งลิ้นจี่’ ริมคลอง ภาพถ่ายเก่าสีขาวดำซีดจาง และคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่เป็นสักขีพยานการ (เคย) มีอยู่ของสวนลิ้นจี่ที่ครั้งหนึ่งนับเป็นผลผลิตขึ้นชื่อของชุมชนเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่แล้ว ทว่า ลูกหลานชาวสวนตัวจริงอย่าง พรทิพย์ เทียนทรัพย์ ไม่เคยหลงลืม ในทางกลับกัน ยังเป็นความทรงจำอันแจ่มชัด พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์อย่างเข้าใจโลกยุคใหม่ พรทิพย์ เทียนทรัพย์ เจ้าของสวน ‘ภูมิใจการ์เด้น’ ‘ภูมิใจ การ์เด้น’ จึงถือกำเนิดขึ้นบนที่ดินของครอบครัวซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ของบางขุนเทียน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชาวสวนที่อบอวลด้วยบรรยากาศอบอุ่น ร่มรื่นเขียวขจีด้วยไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา น้ำคลองใสสะอา
จากตัวเมืองปัตตานีไม่ถึง 10 กิโลเมตร บนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส หรือทางหลวงแผ่นดินสาย 42 จะเจอทางเข้าชุมชนท่องเที่ยวบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี หนึ่งในโมเดลของการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ประสบความสำเร็จของจังหวัดปัตตานี เป็นความร่วมไม้ร่วมมือของชาวมุสลิมในชุมชนทั้งหนุ่มสาวไปถึงคนเฒ่าคนแก่ แม้ว่าปัจจุบันความไม่สงบในพื้นที่ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ชุมชนยังคงเดินหน้าให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังบางปูแห่งนี้อย่างเต็มที่ เพราะการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลใหม่ของชุมชนต่าง ๆ ในขณะนี้ ที่มีแต่ประโยชน์ ทั้งนักท่องเที่ยวที่จะได้รับบริการจากชาวบ้านในพื้นที่แท้ ๆ ทำให้ได้เรียนรู้ และเข้าใจวิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง ไม่ฉาบฉวย ขณะเดียวกันชาวบ้านในชุมชนเองนอกจากมีรายได้เพิ่มขึ้น ยังสามารถกำหนดการบริหารจัดการ และดูแลรักษาทรัพยากรในท้องถิ่นตัวเองให้ยั่งยืน สำหรับบางปู พื้นที่ริมขอบอ่าวของปัตตานี มีจุดเด่น คือ ป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักพิงของปลาน้อยใหญ่ จนเกิดวิถีประมงพื้นบ้านรอบอ่าว เป็นเสบียงของชาวปัตตานีมานานนับ 100 ปี เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ช
“เกาะลัดอีแท่น” เป็นพื้นที่ติดต่อระหว่าง 3 ตำบลของจังหวัดนครปฐม ถ้าจะบอกพิกัดชัดๆ ก็คือ อยู่ด้านหลังวัดไร่ขิงนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่นักท่องเที่ยวหลายคนยังไม่รู้จัก จึงผ่านเลยไปโดยเสียโอกาสเข้าไปสัมผัสชุมชนวิถีเกษตรอินทรีย์ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว จึงได้นำไอเดียการท่องเที่ยวออนไลน์เชิงเกษตรแบบอันซีน เปิดตัวชุมชนอันสงบงามแห่งนี้สู่สายตาคนในวงกว้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ คุณลือยศ บรรพกาญจน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองไร่ขิง เล่าว่า เกาะลัดอีแท่น เป็นพื้นที่ติดต่อระหว่าง 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลไร่ขิง ตำบลบางเตย ตำบลทรงคะนอง มีพื้นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ คนในชุมชนทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลูกผัก-ผลไม้ปลอดสารพิษ นำมาขายในร้านค้าชุมชน บางส่วนไปเช่าพื้นที่ขายในแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ผลผลิตจากชุมชนที่ทำชื่อเสียง คือ ส้มโอซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายพันธุ์ด้วยกัน ส่วนพืชผลอื่นๆ ได้แก่ มะพร้าว หมาก กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ มะละกอ เป็นชุมชนที่ดำเนินวิถีเกษตรพอเพียง การเดินทางสะดวก แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้กับวัดไร่ขิง และตลาดดอนหวาย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากมาย
“บ้านเกาะจิก” หมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะท่ามกลางทะเล ในเขตพื้นที่ตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่สามารถสร้างพลังงานจากทรัพยกรที่มีในชุมชนให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ด้วยพื้นที่ตั้งของชุมชนกว่า 700 ไร่ ที่เป็นหมู่เกาะกลางน้ำที่ห่างจากฝั่ง 4 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านกลับใช้ชีวิตร่วมกับการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ มีการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย และพอเพียง ร่วมไปกับการพัฒนานำสิ่งรอบตัวมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าสูงสุด จนสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าโซล่าเซลล์แบบผสมผสานได้ “เกาะจิก” เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในทะเลภาคตะวันออกของไทย ประกอบไปด้วย 3 เกาะย่อย คือ เกาะจิกนอก เกาะจิกกลาง และเกาะจิกใน โดยในส่วนของชุมชนจะตั้งอยู่ในเกาะจิกกลาง และเกาะจิกนอก อ.ขลุง จ.จันทบุรี การเดินทางใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท-บางนาตราด เลี้ยวเข้าถนน 3145 (แหลมงอบ-เกาะช้าง) ก่อนจะเข้ามาที่ท่าเรืออ่างกะป่อง ใช้เวลานั่งเรือจากฝั่งเพียง 20 นาที โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ 85 เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพการทำประมงพื้นบ้านเป็นหลัก ที่เหลือก็มีการทำสวนยาง ทำให้ธรรมชาติโดยรวมของเกาะยังคงสวยงาม ผญ.ณรงค์ชัย เหมสุวรรณ เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านที่
“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” คว้ารางวัล “แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดีเด่น” ตอกย้ำสร้างรายได้และผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจ.เชียงราย คว้ารางวัลดีเด่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ในสาขา “แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร” ในงาน “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 11 ประจำปี 2560” โดยมีอีก 46 ผลงานจากทั่วประเทศร่วมเข้ารับรางวัล เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2560 ที่ห้องรอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานพิธีมอบรางวัล “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 11 ประจำปี 2560” โดยมี พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ทั้งนี้ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” ได้รับรางวัลดีเด่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ในสาขา “แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร” มี นายพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด เข้ารับมอบรางวัลดังกล่าว ส่วนบรรยากาศภายในงาน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เรียนจบโบราณคดี เคยทำงานอยู่กับทีวี บูรพา การที่ต้องมาทำธุรกิจ บนพื้นที่สวนปาล์ม วิชาการที่ร่ำเรียนมาและประสบการณ์การทำงานในสายงานการสื่อสาร จึงแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการจัดสรรพื้นที่สวนเกษตรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน ให้สามารถทำเป็นธุรกิจได้ คุณเอกจิตรา กฤษณสุวรรณ หรือ คุณเตย วัย 31 ปี เจ้าของสวน Tonphet และเจ้าของเรื่องราวข้างต้น เธอเล่าให้ฟังว่า “สวน Tonphet แห่งนี้ มันเริ่มมาจากการที่มีพื้นที่อยู่แล้ว ประมาณ 10 ไร่ อยู่ที่จังหวัดระนอง เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน พื้นที่นี้เคยเป็นสวนทำพริกไทย แต่ด้วยสภาพพื้นที่ทำให้การปลูกพริกไทยไปไม่รอด เพราะพื้นที่จังหวัดระนองมีฝนมาก แดดไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พริกไทยแห้งได้ จึงนำเอาปาล์มมาปลูกในพื้นที่นี้แทนตามธรรมชาติ สวนแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ว่าง ที่คุณพ่อมาใช้พักผ่อนในยามที่แกรู้ตัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เตยตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ตอนเริ่มต้นที่ตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่สวนนี้ ก็ทำเป็นร้านอาหาร การตอบรับถือว่าดีมากๆ แต่มันกลับไม่ตอบโจทย์พื้นที่ ที่เราต้องการให้เป็นจ
วันที่ 19 กันยายน 2560 นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมหัตถศิลป์ชุมชนโนนตูม-ฅญาบาติก ณ ฅญาบาติกและ Serina Silk Protien อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ นางชนัญญา ดรเขื่อนสม เจ้าของแบรนด์ ‘ฅญา’ เปิดเผยว่า สำหรับ “ฅญาบาติก” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ที่มีการสาธิตการผลิตผ้าไหมบาติก เป็นงานแฮนด์เมดที่ใช้ผ้าไหม 100% ใส่ลวดลายบาติก และตัดเย็บเป็นสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ หมอนรองคอ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หมอนอิง และกระเป๋าคล้องมือ โดยสินค้าทุกชิ้นเน้นการออกแบบและลงสีให้สะท้อนเอกลักษณ์วิถีชีวิตตามแบบฉบับคนอีสาน และได้มีการจัดวางจำหน่ายในร้านค้าปลอดภาษี KING POWER ทำให้การผลิตเพิ่มขึ้น และโอกาสข้างหน้าจะมีการขายในระบบ e-commerce ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมากในยุคไทยแลนด์ 4.0 นอกจากนี้ ฅญาบาติก มีผลงานการนำนวัตกรรมมาผสมผสามต่อยอดเป็น “กี่ต้นแบบทอมืออัตโนมัติ” โดยกรมหม่อนไหม ร่วมกับกลุ่มจังหวัดนครชัยบุร
กระทรวงเกษตรฯรับลูก “สมคิด” ปั้น 4 จังหวัดเมืองรอง กระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวท้องถิ่น เผยนักท่องเที่ยวอาเซียนชื่นชอบเกษตรเชิงท่องเที่ยว-ฟาร์มออร์แกนิก นายวีระศักดิ์ บุญเชิญ ผู้อำนวยการกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ขานรับนโยบายท่องเที่ยวสร้างรายได้ กระจายสู่ท้องถิ่นเมืองรอง โดยก่อนหน้านี้ได้ทำบันทึกความร่วมมือข้อตกลง (MOU) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้าม รวมถึง 49 จังหวัด แต่เนื่องจากเป็นภาพใหญ่ยังขาดการเชื่อมโยงจึงไม่เห็นผลเท่าที่ควร ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างวางแผนเชิงรุกพัฒนาการท่องเที่ยวหัวเมืองรอง โดยมี 4 จังหวัดเป้าหมายเป็นพื้นที่นำร่อง อาทิ จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี และกาญจนบุรี โดยใช้แนวคิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใกล้กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก โดยจะเน้นการสร้างเรื่องราว (Story) ให้มากขึ้นและให้สนับสนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชนสินค้าท้องถิ่นอย่างมะพร้าว เช่น จังหวัดราชบุรี มีสวนมะพร้าว ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรระดับผู้ส่งออกรายใ
กระทรวงเกษตรฯรับลูก “สมคิด” ปั้น 4 จังหวัดเมืองรอง กระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวท้องถิ่น เผยนักท่องเที่ยวอาเซียนชื่นชอบเกษตรเชิงท่องเที่ยว-ฟาร์มออร์แกนิก นายวีระศักดิ์ บุญเชิญ ผู้อำนวยการกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ขานรับนโยบายท่องเที่ยวสร้างรายได้ กระจายสู่ท้องถิ่นเมืองรอง โดยก่อนหน้านี้ได้ทำบันทึกความร่วมมือข้อตกลง (MOU) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้าม รวมถึง 49 จังหวัด แต่เนื่องจากเป็นภาพใหญ่ยังขาดการเชื่อมโยงจึงไม่เห็นผลเท่าที่ควร ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างวางแผนเชิงรุกพัฒนาการท่องเที่ยวหัวเมืองรอง โดยมี 4 จังหวัดเป้าหมายเป็นพื้นที่นำร่อง อาทิ จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี และกาญจนบุรี โดยใช้แนวคิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใกล้กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก โดยจะเน้นการสร้างเรื่องราว (Story) ให้มากขึ้นและให้สนับสนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชนสินค้าท้องถิ่นอย่างมะพร้าว เช่น จ.ราชบุรี มีสวนมะพร้าว ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรระดับผู้ส่งออกรายใหญ่และ
