ธกส
นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในกิจกรรมมอบของขวัญวันเด็ก ประจำปี 2564 ให้กับตัวแทนชุมชน โรงเรียน ศูนย์เยาวชน และสำนักงานเขตกว่า 40 แห่ง จำนวนรวมกว่า 10,000 ชิ้น เพื่อนำไปส่งต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบการจัดงานกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติที่ ธ.ก.ส. เคยเปิดพื้นที่ให้เด็กและผู้ปกครองเข้ามาร่วมสนุกสนานภายในงาน มาเป็นการมอบของขวัญให้ส่วนงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนจำนวนมาก และป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเชื้อไวรัส RSV ในเด็กเล็กและคนชรา เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน
ธ.ก.ส. ส่งมอบของขวัญปีใหม่ 2564 แก่เกษตรกร ผ่านโครงการชำระดีมีคืนและโครงการลดภาระหนี้ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของเกษตรกรจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทันทีที่ชำระหนี้เกษตรกรจะได้รับเงินคืน ร้อยละ 20 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง และกรณีสถาบันเกษตรกรได้รับเงินคืน ร้อยละ 10 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง วางเป้าคืนเงินเข้ากระเป๋าเกษตรกรจำนวนกว่า 3,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 มี.ค. 64 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ และสถาบันเกษตรกร ทั้งการขยายระยะเวลาชำระหนี้ลดดอกเบี้ย รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อช่วยผ่อนคลายภาระด้านหนี้สินและค่าใช้จ่ายของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี รวมถึงการช่วยเหลือลูกค้าที่ยังคงมีหนี้อันเป็นภาระหนัก ได้ลดความกังวล สามารถมีเงินกลับคืนเข้าสู่กระเป๋า เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหรือค่าใช้จ
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้าหมายความยั่งยืนโลก (Sufficiency Economy Philosophy to Sustainable Development Goals : SEP to SDGs)” โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ (Earth Safe Foundation) และ บริษัท เอามื้อสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ร่วมลงนาม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ อีกทั้งสนับสนุน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมถึงจัดหา พัฒนาและสนับสนุนด้านบุคลากรให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายความยั่งยืนโลกและสร้างความมั่งคั่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิม
ธ.ก.ส. แนะช่องทางการจ่ายชำระฯ สินเชื่อฉุกเฉิน ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสและ A-Mobile เพิ่มเติมจากการชำระที่ ธ.ก.ส. สาขา เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ตั้งแต่ 20 ธันวาคม เป็นต้นไป นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้เปิดให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสมัครขอสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มสภาพคล่องให้แก่เกษตรกร ครอบครัวเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ช่วยลดปัญหาและป้องกันการพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีภาระดอกเบี้ยสูง โดยมีผู้ยื่นขอสินเชื่อฉุกเฉินผ่าน LINE Official BAAC Family ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน จนถึง 15 ธันวาคม 2563 ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้อนุมัติสินเชื่อและจ่ายเงินแล้วไปแล้วทั้งสิ้น 873,081 ราย เป็นเงิน 8,675 ล้านบาท สำหรับการชำระหนี้ในงวดแรก 30 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ธนาคารกำหนดให้ชำระที่ ธ.ก.ส. สาขาเท่านั้น ซึ่งลูกค้าบางรายไม่ได้รับความสะดวก ธ.ก.ส. จึงได้พัฒนารูปแบบการชำระหนี้ โดยมีการแจ้งเตือนยอดหนี้ของลูกค้า
นางณิชา อวยพรรุ่งรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ร่วมรับรางวัล Money & Banking Awards 2020 จาก นายสันติ วิริยะรังสฤษฏ์ ประธานบรรณาธิการวารสารการเงินธนาคาร โดย ธ.ก.ส. ได้รับรางวัลประเภทบู๊ธสวยงามยอดเยี่ยม (Best Design Excellence Award) ขนาดพื้นที่ 300-500 ตารางเมตร จากการจัดงาน Money Expo 2020 ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์การประชุมและ นิทรรศการไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
นายภานิต ภัทรสาริน ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาเชื่อมโยงธุรกิจรวบรวมผลไม้และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตรและการตลาด SME เกษตร ปีบัญชี 2563 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายธุรกิจให้กับสถาบันเกษตรกร นำไปสู่การสร้างรายได้ของสถาบันเกษตรกรและเกษตรกรที่เป็นสมาชิก โดยภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “เทคนิคการใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่กับการเพิ่มผลผลิต” และเวทีเสวนา “การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรของ Smart Farmer และแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่/พืชสวน/พืชไร่ นอกจากนี้ ยังมีการจับคู่ธุรกิจระหว่างสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่หรือ Modern Trade และกลุ่มตัวแทนผู้จำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร ระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคม 2563 ณ ห้องประชุมแสนปาล์ม คอนเวนชั่น ฮอลล์ แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
ธ.ก.ส. ออกรางวัลออมทรัพย์ทวีโชคระดับประเทศ ให้แก่ลูกค้าที่ฝากเงินสะสมต่อเนื่อง จัดเต็มแจกรถยนต์ 25 คัน และทองคำแท่ง หนัก 1 บาท 100 รางวัล รวม 125 รางวัล มูลค่ากว่า 19 ล้านบาท พร้อมชมโชว์สุดพิเศษจากตุ้ย AF3 ณ ห้องโถงชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ในวันพุธที่ 23 ธันวาคมนี้ เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จัดงานออกรางวัลออมทรัพย์ทวีโชคระดับประเทศ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “ธ.ก.ส. ยิ่งออม ยิ่งดี ทวีโชค แจกใหญ่ทุกปี” ให้ลูกค้าผู้ฝากเงินกับบัญชีออมทรัพย์ทวีโชค หรือเงินฝาก สมุดเล่มแดง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ ธ.ก.ส. จัดทำเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไป และเกษตรกรลูกค้าได้ออมเงินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตโดยการฝากเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยยอดคงเหลือในบัญชีทุกๆ 2,000 บาท และฝากติดต่อกัน 3 เดือน จะได้รับสิทธิ์ลุ้นจับรางวัลระดับจังหวัดปีละ 2 ครั้ง และจับรางวัลในระดับประเทศปีละ 1 ครั้ง และพิเศษ เมื่อยอดเงินฝากคงเหลือทุก 10,0
นายสันติ เจริญสุข และ นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ชาวบ้านในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ ซึ่งมีหลายสาขาที่ต้องปิดทำการ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ ธ.ก.ส. พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือทั้งกรณีฉุกเฉิน การช่วยเหลือฟื้นฟูหลังประสบภัย และการช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินด้วยการขยายระยะเวลาชำระหนี้ต่อไป เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ณ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ชี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ และการเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเดือนธันวาคม 2563 ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพาราแผ่นดิบ มันสำปะหลัง กุ้งขาวแวนนาไม และสุกร มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ด้านข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว น้ำตาลทรายดิบ และปาล์มน้ำมัน มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนธันวาคม 2563 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 7.64-7.66 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.20-0.50 เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงในช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว ขณะที่ความต้องการใช้เพื่อผลิตอาหารสัตว์จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์และการส่งออกอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีซึ่งเป็นเทศกาลท่องเที่ยวและปีใหม่ ยางพาราแผ่นดิบ ชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 54.85–57.85 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.13-5.60
ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อช่วยเหลือและสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่ผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยประกันรายได้หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน วงเงินกว่า 9,500 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน ดีเดย์ 1 ธันวาคมนี้ โดยวันแรกได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 752 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสนอ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการ “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64” เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้มีรายได้ที่แน่นอน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 9,570 ล้านบาท โดยประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน
