ธกส
ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2563/64 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและกระตุ้นให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี ในอัตราไร่ละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท ต่อครัวเรือน วงเงินกว่า 28,000 ล้านบาท เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ววันนี้ (1 ธ.ค. 63) จำนวน กว่า 400,000 ครัวเรือน จำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระท
ธ.ก.ส. จ่ายเงินประกันรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีบัญชี 2563/64 รอบ 2 ซึ่งเก็บเกี่ยวในช่วง 9-14 พ.ย. 63 จำนวนกว่า 6 แสนราย วงเงิน 5,684 ล้านบาท แล้ววันนี้ ส่วนที่เหลือกระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติวงเงินเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามเป้าหมายในเร็วๆ นี้ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 อนุมัติงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 เบื้องต้นจำนวน 18,096.06 ล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการโอนเงินชดเชยส่วนต่างฯให้แก่เกษตรกรในงวดที่ 1 ไปแล้วจำนวน 786,219 ครัวเรือน เป็นเงิน 9,128.48 ล้านบาท ส่วนการจ่ายเงินในงวดที่ 2 ซึ่งเดิมกำหนดจ่ายในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกแต่ละชนิดในปีนี้ลดต่ำกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้เงินชดเชยส่วนต่างฯ ที่ ครม. อนุมัติไว้ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างฯ ให้แก่เกษตรกรในงวดที่ 2 ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ธ.ก
ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 หนุนสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่เกษตรกร กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ เป้าหมายเกษตรกรกว่า 452,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณกว่า 1,800 ล้านบาท โดยวันแรกได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 139,018 ราย เป็นเงินกว่า 637 ล้านบาท และจะจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาทุกวันที่ 20 ของเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่าน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64” เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่แน่นอน บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 452,000 ราย วงเงินงบประมาณ 1,867 ล้านบาท ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5%
ธ.ก.ส. แจงกรณีการโอนเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 งวดแรก เมื่อ 16 พ.ย. ไม่ครบหรือเกินกว่าจำนวนจริง จากข้อผิดพลาดของการสลับชนิดข้าวทำให้การคำนวณคลาดเคลื่อน พร้อมเร่งโอนเพิ่มเติมให้ครบตามจำนวนในวันที่ 18 พ.ย. และชี้แจงทำความเข้าใจลูกค้าเพื่อดึงเงินส่วนที่เกินคืนต่อไป นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้มีการโอนเงินชดเชยส่วนต่างรายได้ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 งวดที่ 1 โดยใช้ข้อมูลเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) ซึ่งมีวันเก็บเกี่ยว รอบที่ 1 ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 เข้าบัญชีเงินฝากเกษตรกรโดยตรง เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 จํานวน 786,380 ราย จํานวนเงิน 8,387.06 ล้านบาทนั้น โดยตรวจพบข้อผิดพลาดในการคำนวณเงินชดเชยสลับชนิดข้าว กล่าวคือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้าซึ่งได้รับชดเชยส่วนต่าง ตันละ 1,222.36 บาท กับข้าวหอมปทุมธานี ที่ได้รับการชดเชยส่วนต่างตันละ 1,066.96 บาท จึงทำให้มีเกษตรกรจำนวน 409,917 ราย ซึ่งปลูกข้า
ธ.ก.ส. เตือน! เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ระวังการแอบอ้างใช้ LINE Account ของธนาคาร ลวงให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคล ย้ำไม่มีนโยบายขอข้อมูลส่วนบุคคลผ่าน LINE Account หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อธนาคารผ่าน Facebook Page “ธกส BAAC Thailand” “ธกส บริการด้วยใจ” และ Call Center (02) 555-0555 หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ใช้ช่องทาง LINE Account แอบอ้างว่าเป็นบัญชีของธนาคาร จากนั้นจะมีการพูดคุยเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล โดยอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หรือให้ความช่วยเหลือด้านธุรกรรมต่างๆ ได้นั้น ธ.ก.ส. ขอเรียนว่า ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายในการติดต่อลูกค้าผ่านทาง LINE Account เพื่อขอข้อมูลมาดำเนินการทำธุรกรรมการเงิน จึงขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป อย่าหลงเชื่อหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปให้เด็ดขาด อีกทั้งการใช้งานแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ในการทำธุรกรรมทางการเงินนั้น จะใช้งานควบคู่กับบัญชีเงินฝากของลูกค้า ซึ่งจำเป็นต้องระมัดระวังในการดูแลข้อมูลส่วนตัวเป็นสำ
‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ธ.ก.ส. ที่ระดับสูงสุด ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิต Stable และระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มั่นคง และมีเสถียรภาพ เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีการบริหารจัดการทางการเงิน ที่ดีและมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐและพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศผลการจัดอันดับเครดิตของ ธ.ก.ส. โดยคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ที่ระดับ ‘AAA(tha)’ แสดงถึงความน่าเชื่อถือสูงสุดและความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้ต่ำสุด แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ‘Stable’ และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ ‘F1+(tha)’ แสดงถึงความสามารถสูงสุดในการชำระคืนเงินกู้ตามกำหนดและความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด และมีสภาพคล่องแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ซึ่งเป็นอั
นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการจับรางวัลโครงการออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชคปีที่ 2 ตามมาตรการลดภาระหนี้เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปภาคการเกษตรตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2.72 ล้านราย รวมเงินฝากกว่า 41,066 ล้านบาท โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ในการลุ้นจับรางวัลทั้งสิ้น 6,915,214 สิทธิ์ ผู้โชคดีได้รับรางวัลทองคำแท่ง น้ำหนัก 10 บาท จำนวน 10 รางวัล และรางวัลทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 100 รางวัล รวมทั้งสิ้น 110 รางวัล มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ประกาศรายชื่อผู้โชคดีทางเว็บไซต์ www.baac.or.th และที่ ธ.ก.ส. สาขา ในโอกาสวันสถาปนาธนาคารครบรอบปีที่ 54 โดยมี นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดอินทรีย์ลิพอนหัวหาร-บ่อแร่ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีสมาชิกกว่า 30 ราย รวมตัวกันเพาะเลี้ยงเห็ด ทำก้อนเห็ด และน้ำเห็ด บนพื้นที่รวม 9 ไร่ ส่งจำหน่ายแบบสดในตลาดท้องถิ่น และแบบแปรรูปส่งทั่วประเทศ รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่ง ธ.ก.ส. ให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้และความร่วมมือผ่านภาคีเครือข่าย สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้สมาชิกกลุ่มกว่า 2,300,000 บาท ต่อปี หรือเฉลี่ยกว่าร้อยละ 15 ต่อ ครัวเรือน โดยมี นายพีระพงศ์ คำชื่น และ นายสมชาย คมพงษ์ปภา ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน และ นายคณุตน์ ศิโรทศ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563
ธ.ก.ส. มอบโชคพิเศษกับ “โครงการออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชค” ให้เกษตรกรที่เข้าโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้และโครงการขยายเวลาชำระหนี้ที่ฝากเงินระหว่าง 1 สิงหาคม 2562 – 31 กรกฎาคม 2563 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินผ่านการออมเงินเสริมความมั่นคงในชีวิตเมื่อสิ้นสุดโครงการฯ มีเกษตรกรผู้ร่วมโครงการกว่า 2.2 ล้านราย รวมเงินออมกว่า 41,066 ล้านบาท จับรางวัลในโอกาสวันสถาปนา ธ.ก.ส. ครบรอบ 54 ปี วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายสนับสนุนมาตรการปฏิรูปภาคการเกษตร ตามแนวทางเกษตรประชารัฐ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนนโยบายดังกล่าวผ่านการจัดทำโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้และโครงการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรลูกค้า เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสฟื้นฟูการประกอบอาชีพโดยการปรับเปลี่ยนและพัฒนาการผลิตที่นำไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงและยังได้จัดทำโครงการออมเงินเพื่อลดภาระหนี้กับทวีโชค โดยสนับสนุนให้เกษตรกรนำรายได้ส่วนเหลือจากค่าใช้จ่ายในครัวเรือนมาออมไว้ในโครงการฯ เพื่อเป็นการสร้า
ธ.ก.ส. จัดตลาดนัดลูกค้า New Gen จากทั่วประเทศ ในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 54 ปี วันที่ 2-4 พฤศจิกายน นี้ ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ พร้อมจัดสัปดาห์วันออมแห่งชาติ เพื่อหนุนการออมสู่ภาคประชาชน พบกิจกรรมดีๆ และโปรโมชั่นมากมาย 15 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน 2563 และกิจกรรมการออมที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบวันสถาปนา ธ.ก.ส. ครบรอบ 54 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่าน ร่วมชิม ชม ช็อป ตลาดนัดลูกค้า New Gen เกษตรกรรุ่นใหม่ที่นำสินค้าคุณภาพดีจากทั่วประเทศมาจำหน่าย ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2563 และการจัดนิทรรศการผลงานสำคัญของ ธ.ก.ส. นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน 2563 ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ยังจัดกิจกรรมสัปดาห์วันออมแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนทั่วประเทศสร้างภูมิคุ้มกัน ผ่านกิจกรรมโปรโมชั่นส่งเสริมออมเงินต่างๆ อาทิ แคมเปญ “เงินฝากวันสถาปนาธนาคาร 54 ปี (54th BAAC)” เพียงลงทะเบียนในระบบ A-Rewards โด
