ธกส
ธ.ก.ส. นำเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค ผลิตภัณฑ์เงินฝาก สินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิด บริการทางการเงิน พร้อมแคมเปญพิเศษมากมาย ร่วมงานมหกรรมการเงิน Money Expo ครั้งที่ 20 Money Expo 2020 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 22-25 ตุลาคม 2563 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในงาน Money Expo 2020 ครั้งที่ 20 ที่จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2563 ธ.ก.ส. ได้นำผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสินเชื่อต่างๆ เปิดให้บริการภายในงาน เช่น เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค ซึ่งเป็นเงินฝากที่ได้รับดอกเบี้ยและรางวัลในระดับจังหวัดปีละ 2 ครั้ง โดยฝากทุกๆ 2,000 บาท ติดต่อกันทุกๆ 3 เดือน จะได้รับสิทธิ์จับรางวัล 1 สิทธิ์ และลุ้นรางวัลระดับประเทศ ปีละ 1 ครั้ง โดยฝากทุกๆ 10,000 บาท ติดต่อกันทุกๆ 7 เดือน จะได้รับ 1 สิทธิ์ เงินฝาก A-Savings ออมเงินในรูปแบบ Digital ดอกเบี้ยร้อยละ 0.45 ต่อปี เงินฝากผู้สูงอายุ Senior Savings สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี หากยอดเงินฝากคงเหลือตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไป รั
ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อช่วยเหลือและสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่ผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยประกันรายได้หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน วงเงินกว่า 9,500 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน ดีเดย์ 1 ธันวาคมนี้ พร้อมจัดสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสินเชื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมีรายได้ที่แน่นอนจากการประกันรายได้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 9,570 ล้านบาท โดยประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลั
โรงงานลำพูน, บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์” ได้จัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กับ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด โดยมี ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกมันฝรั่งจากการเพาะปลูกด้วยระบบชลประทานเป็นระบบเทคโนโลยีน้ำหยด ซึ่งเป็นการทำเกษตรแบบสมัยใหม่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร สามารถจัดการควบคุมน้ำและธาตุอาหารแก่พืชที่เหมาะสม ตลอดจนลดความเสี่ยงจากผลกระทบของภัยแล้งเป็นอย่างดี เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยให้ปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายพื้นที่การดำเนินการ 22,000 ไร่ ผลผลิต 80,000 ตัน เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ 3,500 ครัวเรือน นายชวาลา วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการเกษตร ภูมิเอเชีย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เป๊ปซี่โคสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและได้ดำเนินโครงการระบบน้ำหยดมาสู่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งที่จะช่วยให้เกษตรกรประหยัดน้ำที่ต้องใช้ ลดต้นทุนในการทำการเกษตร ทำให้เกษตร
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 21 กันยายน 2563 ได้ดำเนินการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกร รวมทั้งสิ้น 113,106.495 ล้านบาท แบ่งเป็น งวดที่ 1 (เดือนพ.ค.) จำนวน 7,486,705 ราย จำนวนเงิน 37,433.525 ล้านบาท งวดที่ 2 (เดือนมิ.ย.) จำนวน 7,472,114 ราย จำนวนเงิน 37,360.570 ล้านบาท และ งวดที่ 3 (เดือนก.ค.) จำนวน 7,466,527 ราย จำนวนเงิน 37,322.635 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 ธ.ก.ส. ได้โอนเงินให้กลุ่มเกษตรกรที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้อย่างสมบูรณ์ เกษตรกรที่อุทธรณ์ รวมถึงกลุ่มเกษตรกรที่ไม่ได้รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือภายใต้โครงการฯ งวดเดียว 15,000 บาท กลุ่มที่ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น 979.765 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรที่ไม่สามารถโอนเงินได้จำนวน 2,482 ราย เนื่องจากเกษตรกรยังไม่ได้มาแจ้งเลขบัญชีรับเงินโอน และกลุ่มเกษตรกรชุดที่ 2 อีกจำนวน 80,717 ราย หากเกษตร
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ นายชัพพ์ คงมนต์ ผู้อำนวยการฝ่ายเงินฝาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมเปิดการอบรมวิทยากร (Train the Trainer) หลักสูตรการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) และการลงทุนขั้นพื้นฐานสำหรับโรงเรียนธนาคาร ให้กับพนักงาน ธ.ก.ส.เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรสามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และความเข้าใจด้านการเงินการลงทุน อีกทั้งการวางแผนการออมเงิน อันเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงในการดำเนินชีวิตในอนาคตให้กับเด็กและเยาวชนโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. โดยแบ่งการจัดอบรมเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 50 คน ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล รัชดา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563
นายดำรงชัย เดชาธิคม ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับมอบรางวัล “พิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน ประจำปี 2563” (Museum Thailand Popular Vote 2020) ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดโดยสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรที่ทำงานด้านพิพิธภัณฑ์ พร้อมทั้งกระตุ้นให้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในประเทศไทยเกิดความตื่นตัวในการพัฒนาตัวเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีทั้งคุณภาพของการบริการและมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ตามแบบสากล โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 2 ประเภท คือ รางวัลพิพิธภัณฑ์ดีเด่นประจำปี Museum Thailand Awards 2020 และรางวัลพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน Museum Thailand Popular Vote 2020 โดยในปีนี้ ธ.ก.ส. ได้รับคะแนนความนิยมของผู้เข้าใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ www.museumthailand.com ในอันดับที่ 7 ณ ซี อาเซียน ออดิทอเรียม ชั้น 10 อาคารไซเบอร์เวิลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563
ธ.ก.ส. เตือนเกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ระวังการแอบอ้างใช้ Line Account ของธนาคาร ลวงให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแก้ปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ย้ำ! ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายส่ง Link ในลักษณะดังกล่าว ชี้หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อธนาคารผ่าน Facebook Page “ธกส BAAC Thailand” “ธกส บริการด้วยใจ” และ Call Center (02) 555-0555 หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี แอบอ้างติดต่อผ่านทาง Inbox Facebook ของลูกค้าธนาคารที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile เพื่อส่ง Link ให้ลูกค้าเพิ่มเพื่อนใน Line Account และแอบอ้างว่าเป็นบัญชีของธนาคาร จากนั้นจะมีการพูดคุยเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล โดยอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile ได้นั้น ธ.ก.ส. ขอเรียนว่า ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายในการติดต่อลูกค้าผ่านทาง Line Account หรือ Facebook เพื่อแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile จึงขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป อย่าหลงเชื่อหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปให้เด็ดขาด เพราะ ธ.ก.ส. A-M
ธ.ก.ส. เตรียมวงเงิน 5,300 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านที่มีเรือประมงขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส ผู้กู้ชำระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 4 ต่อปี โดยรัฐบาลอุดหนุนดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ชำระคืนไม่เกิน 7 ปี ติดต่อขอรับสินเชื่อได้ที่ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 25 พฤษภาคม 2564 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการปฏิรูปภาคการประมงไทยควบคู่กับการอนุรักษ์ การบริหารจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในระดับที่สามารถก่อให้เกิดผลผลิตสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการประมงมีทุนในการปรับปรุงเรือ เครื่องมือ และอุปกรณ์ทำการประมง รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานและมีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ได้มีมติให้ ดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง เพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพการทำการประมง โดยสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการประมงพาณิชย์แ
นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จจากการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร โดยต่อยอดนำยางพาราจากในชุมชนและพื้นที่จังหวัดระยองมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ อาสนะ เบาะรองหลัง ที่นอนปิกนิก และตุ๊กตานวดมือ ภายใต้ แบรนด์ “Kaika” อันเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้คนในชุมชนกว่า 4 ล้านบาทต่อปี โดยมี นาย สมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน และ นางสาวศันสนีย์ เจริญรมย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่างให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ณ บ้านเนินสว่าง ตำบลบางบุตร อำเภอ บ้านค่าย จังหวัดระยอง
ธ.ก.ส. ปลื้มใจออกพันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) วงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนนําไปใช้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโครงการสินเชื่อที่ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ จำหน่ายเต็มวงเงินในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 พร้อมขอบคุณนักลงทุนที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้ระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Bond ปีบัญชี 2563 วงเงิน 6,000 ล้านบาท (จากเป้าหมายวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ในปีบัญชี 2563-2567) เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบูรณาการร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการป้องกันและควบคุมมลพิษ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างยั่งยืน การจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืน และพลังงานทางเลือก โดยเสนอขายต่อนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีจำนวนไม่เกิน 10 ราย ในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ซึ่งมีผลการจำหน่าย ดังนี้ 1) พันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รุ่นอายุ 5 ปี มูลค่า 4,500 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2568 และ 2) พันธบัตรฯ รุ่นอาย
