ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
หากเอ่ยชื่อ คุณสังวาลย์ พิมลรัตน์ หรือ “ป้านวย” หญิงสูงอายุ วัย 64 ปี ผู้ที่อยู่ในแวดวงกสิกรรมธรรมชาติ คงเคยได้ยินชื่อ เพราะป้านวย คือผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนต้นแบบบ้านพะงุ้น หมู่ที่ 2 ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งป้านวย เล่าว่า ตนเองเกิดและเติบโตที่บ้านพะงุ้น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย มีอาชีพทำสวน ทำไร่ไถนา ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ในปี 2547 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีโครงการพักชำระหนี้ มีคนมาถามว่าป้านวยจะเข้าร่วมโครงการที่โครงการปฐมอโศก จังหวัดนครปฐม ด้วยไหม ป้านวยตอบว่า ป้านวยไม่มีหนี้ เขาก็บอกว่าโครงการมีโควต้าอยู่ 50 คน แต่ขาดอยู่ 1 คน ป้านวยจึงเข้าร่วมด้วยในลักษณะมวยแทน โดยได้รับความรู้จาก สมณะโพธิรักษ์ (พระโพธิรักษ์ในขณะนั้น) พล.ต. จำลอง ศรีเมือง และ คุณวิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์ ได้รับความรู้ในเรื่องการทำน้ำยาอเนกประสงค์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การทำปุ๋ยหมัก การทำอาหารปลอดสารพิษ การทำเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ โดยลงพื้นที่จริง ป้านวยจึงรู้สึกชอบ เมื่อจบโครงการจึงนำความรู้กลับมาทำที่บ้าน “เริ่มแรกจากการทำสบู่ ทำน้ำยาซักผ้า น้ำยาล
ธ.ก.ส. เติมทุน 5 พันล้านบาท หนุนสินเชื่อเพื่อการผลิตกัญชา ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ในการยกระดับมูลค่าผลผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ชูบุรีรัมย์โมเดล เป็นแบบอย่างในการปลูกและแปรรูปผลผลิตจากกัญชา พร้อมส่งต่อความรู้ด้านการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการแพทย์สู่วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร วันนี้ (26 กรกฎาคม 2565) นายยุวพล วัตถุ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนผลิตสมุนไพรเพื่อการแพทย์ ซึ่งดำเนินงานผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรกัญชาและส่งจำหน่ายไปยังโรงพยาบาลนาโพธิ์และโรงพยาบาลคูเมือง เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยผ่านการแพทย์ทางเลือก โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงานในพื้นที่ และเกษตรกรสมาชิก ให้การต้อนรับ ณ วิสาหกิจชุมชนผลิตสมุนไพรเพื่อการแพทย์ ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ นายยุวพล วัตถุ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า จากการปลดล็อกพืชกัญชา-กัญชง เพื่อสนับสนุนการแพทย์ทางเลือกตามแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพร ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2565 ภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกรรมการอาหารและยา (อย.) แ
ธ.ก.ส. ผนึกกำลัง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลต่อยอดความร่วมมือการพัฒนาและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน รองรับนโยบาย Thailand 4.0 เร่งเติมความรู้ Digital Literacy สู่ชุมชนกว่า 100 แห่ง ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่มาตรฐาน A-Product 150 ราย เพิ่มช่องทางการตลาดดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม จัดคูปองดิจิทัลหนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการลงทุนด้านเทคโนโลยี เสริมแกร่งชุมชนท่องเที่ยวด้านการบริหารจัดการและการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมเติมทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทยและนวัตกรรมดีมีเงินทุนกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เพื่อให้เกษตรกรและชุมชน มีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาอาชีพ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้และเสริมศักยภาพการแข่
กรมส่งเสริมการเกษตรปลดล๊อคสินเชื่อเกษตรแปลงใหญ่ ตามมติครม. 11 ม.ค. ปรับขั้นตอนเห็นชอบให้เร็วขึ้นไม่เกิน 3 ล้าน คณะกรรมการอำเภออนุมัติได้เลย พร้อมจับมือ ธ.ก.ส. ออกคู่มือปฎิบัติให้ตรงกัน ย้ำกู้ได้ถึง 31 ธ.ค. 69 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ได้อนุมัติการขยายกรอบระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากเดิมระยะเวลาขอสนับสนุนสินเชื่อ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน สมาชิกแปลงใหญ่ จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันกู้ รวมทั้งการปรับเงื่อนไขการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ จากเดิมแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและศักยภาพของกลุ่ม เพื่อให้มีวงเงินที่เหมาะสมในการพัฒนาแปลงใหญ่ของเกษตรกร สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เป็นโครงการที่มีวัตถุ
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาเงินทุนสนับสนุนของ (Grant agreement) ในโครงการ Thai Rice NAMA “เทคโนโลยีการทำนา และมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการทำนาที่ยั่งยืนและลดโลกร้อน” พร้อมนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เเละนายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยเเละประเทศมาเลเซีย องค์กรความร่วมมือประหว่างประเทศของเยอรมัน ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานีกรมการข้าวเเละองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอร์มัน (GIZ) มีความร่วมมือดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เเละลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA) ในพื้นที่เป้าหมาย 6 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เเละสุพรรณบุรี โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถส่งผลต่อการลดภาวะโลกร้อนเเละเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้า
นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานปีบัญชี 2564 (1 เมษายน-31 มีนาคม 2565) ว่า ยังคงเติบโตแม้ต้องฝ่าวิกฤต ทั้งนี้ ความแข็งแกร่งของภาคเกษตรกรรมไทยยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยจ่ายสินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างปีกว่า 6.6 แสนล้านบาท สำหรับปีบัญชี 2565 ธ.ก.ส.มุ่งเป้าหมายเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน เน้นการฟื้นฟูและลดหนี้สินครัวเรือนเกษตรกร เสริมองค์ความรู้และนวัตกรรมในการเพิ่มศักยภาพการผลิต การแปรรูป การเชื่อมโยงทางการตลาด เติมความคล่องตัวด้วยบริการทางการเงินที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัล หนุนการพัฒนาและยกระดับชุมชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการ BCG ธ.ก.ส. ดำเนินนโยบายมุ่งสู่ความยั่งยืน โดยขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการเพิ่มพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้สารเคมี โดยหันมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร สามารถเพิ่มพื้นที่ในโครงการกว่า 67,000 ไร่ และเพิ่มต้นแบบการทำเกษตรกรรมยั่งยื
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประสานความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการตลาดนำการผลิต ใช้รูปแบบพันธสัญญาทำข้อตกลงซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด โดยดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปมันเส้นสะอาดกับสหกรณ์เครือข่ายโคนม ซึ่งต้องการวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการส่งออกมันสำปะหลัง โดยมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มันเส้นสะอาด ปริมาณ 17,040 ตัน มูลค่า 136.795 ล้านบาท ณ ตลาดกลางการเกษตรสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด ตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร โดยการสนับสนุนร่วมกันแบบบูรณาการของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของจังหวัดกำแพงเพชร การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และแหล่งเงินทุนจาก ธ.ก.ส. นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายสุวิทย์ สันตติวงศ์ไชย ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มันเส
ธ.ก.ส. ก้าวสู่ปีที่ 56 มุ่งดูแลพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเกษตร ก้าวข้ามวิกฤต COVID-19 และภัยธรรมชาติต่าง ๆ ผ่านมาตรการเยียวยา บรรเทา และฟื้นฟู ทั้งในส่วนของโครงการนโยบายรัฐและของ ธ.ก.ส. ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีบัญชี 64 เติบโตในอัตราที่ลดลงตามสภาวการณ์ โดยมีรายได้รวม 41,084 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 39,623 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,461 ล้านบาท ตั้งเป้าครึ่งปีหลัง คัดชุมชนที่มีศักยภาพ มาเป็นกลไกในการสร้างอาชีพรองรับแรงงานคืนถิ่นและคนรุ่นใหม่ 100,000 คน โดยประสานเครือข่ายภาครัฐเอกชนเติมเต็มองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างการเติบโตแบบยั่งยืน พร้อมจัดสินเชื่อต่อยอดธุรกิจและการให้บริการผ่านระบบ Digital Banking นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบวันสถาปนา ธ.ก.ส. ก้าวสู่ปีที่ 56 ธ.ก.ส. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาภาคเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยสู่สังคมที่ภาคภูมิ ซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยและทั่วโลกประสบภาวะวิกฤตจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐ
ธ.ก.ส. หนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมฟื้นเศรษฐกิจ จัดสินเชื่อวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR – 2.25% ต่อปี ให้ อบจ. อบต. เทศบาล เมืองพัทยาและกทม. ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดเงินทุนหมุนเวียน สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ และหนุนแรงงานคืนถิ่นให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ภายในประเทศที่ลดต่ำลง อันเนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนชะลอตัว ดังนั้น เพื่อให้องค์กรภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงลดปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานคืนถิ่น ให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้และยังเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับ
“มะพร้าว” เป็นพืชพื้นถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตชาวบ้านจังหวัดสมุทรสงครามมาอย่างยาวนาน ในฐานะพืชอาหาร พืชสมุนไพรคู่ครัว อีกทั้งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างอาชีพและรายได้ก้อนโตให้แก่เกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม หากใครอยากเรียนรู้ บทบาท “มะพร้าว” ในวิถีชีวิตชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ขอแนะนำให้แวะไปที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ ซอยบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นี่ผู้มาเยือนทุกท่านจะได้เรียนรู้เรื่องมะพร้าวอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกดูแล การใช้ประโยชน์มะพร้าวแบบเจาะลึกครบทุกมิติกันเลยทีเดียว มะพร้าวเพื่อชีวิต บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ภาคภูมิใจในวิถีชีวิตชาวสวนมะพร้าว จึงก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์มะพร้าว” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของมะพร้าว พืชมหัศจรรย์คู่วิถีไทยและคู่ครัวไทยให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักธรรมชาติมะพร้าวในทุกแง่มุม ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การใช้ประโยชน์ ในฐานะพืชอาหารและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เกิดจากมะพร้าว ภายในพิพิธภัณฑ์มะพร้าว จัดแสดงนิทรรศการพันธุ์มะพร้าวไทย ทำให้รู้ว่า มะพร้าว ที่ปลูกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มต้นสูง ออกผลช้า มีสะโพกที่โคนต้น ผสม
