ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
วิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้การพัฒนาสินค้าเกษตรแฟชั่นแบรนด์ไทย “ตานีสยาม” ที่ใช้ประโยชน์จาก “ต้นกล้วยตานี” ตั้งแต่ยอดจรดโคน ออกแบบสร้างสรรค์จนได้แฟชั่นกระเป๋าสุดเก๋ หมวกสุดเท่ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันสินค้าตานีสยาม มีคุณภาพดีไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เพราะเป็น 1 ในสินค้า “Soft Power” ของไทยที่ไปเติบโตไกลถึงฝั่งยุโรปได้อย่างเต็มตัว มุ่งผลิตสินค้า “ZERO WASTE” กล้วยตานีถือว่าเป็นราชินีแห่งกล้วย คนโบราณเชื่อว่าจะมีนางตานีสถิตอยู่ กล้วยตานี หลังปลูกประมาณ 7- 8 เดือน มีลำต้นใหญ่ สูงประมาณ 3-4 เมตร ใบใหญ่สีเขียวและเหนียวมีเงา รู้หรือไม่ว่า ต้นกล้วย 1 ต้น ใช้ได้ทุกส่วน ไม่เว้นแม้แต่ยางกล้วยใช้ประโยชน์ได้มากมาย ทางกลุ่มตัดต้นกล้วยเพื่อทำกระเป๋าแต่ละครั้ง ส่วนที่ไม่ได้นำมาผลิตกระเป๋าจะถูกนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นเพื่อไม่ให้เกิดขยะเหลือทิ้ง เป็นกระบวนการผลิตแบบ ZERO WASTE ลดขยะให้กับชุมชนอย่างแท้จริง CREATIVE ECONOMY > ZERO WASTE กล้วยตานี ใบกล้วย – ใช้ทำบายสี, ภาชนะใส่อาหาร ก้านกล้วย R
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT HD เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568
นายณะที ไกรลพ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบเสื้อยืดโปโลธนาคารรูปแบบเดิมที่ยังอยู่ในสภาพดี จากโครงการเพื่อสังคม “ปันเสื้อ ปันสุข” ครั้งที่ 2 จำนวน 2,000 ตัว และน้ำดื่ม ธ.ก.ส. จำนวน 480 ขวด ให้กับ นางสาวปิติพร ปิติเสรี ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่ เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม เป็นต้น ตามกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ที่มีความขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม สำหรับโครงการ “ปันเสื้อ ปันสุข” เป็นกิจกรรมที่พนักงาน ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมใจกันนำเสื้อยืดโปโลสีเขียวธนาคาร รูปแบบเดิมที่อยู่ในสภาพดีและนำไปส่งมอบให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมในการแบ่งบัน รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ด้วยการนำกลับมาใช้ซ้ำอันเป็นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดภาวะโลกร้อน โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. และกระทรวง พม. เข้าร่วม ณ ห้องโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568
ธ.ก.ส. นำเสนอโปรโมชันพิเศษในงาน “MOF Journey 150 ปี เส้นทางการคลังไทย” ในโอกาสครบรอบ 150 ปีกระทรวงการคลัง นำโดยสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดหยกจักรพรรดิ ได้ลุ้นรวย 10 ล้านบาททุกเดือน เงินฝากเลี่ยมทอง รับดอกเบี้ยทุกเดือน สูงสุดร้อยละ 1.50 ต่อปี และเงินฝากล้อมเพชร รับดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 11.73 ต่อปี พิเศษ!! เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด รับเลย! ของที่ระลึก 3 ต่อ สุด Exclusive ทั้งแก้วมังแมว Limited Edition กระปุกออมทรัพย์ ธ.ก.ส. และอาร์ตทอยมังแมวครบเซ็ต พร้อมตัว Secret พร้อมด้วยสินค้าแกลมเกษตรที่ ธ.ก.ส. รวบรวมเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และได้คุณภาพจากกลุ่มเกษตรกรไทยมาจำหน่ายภายในงานนี้เท่านั้น นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการคลัง กำหนดจัดงาน “MOF Journey 150 ปี เส้นทางการคลังไทย” ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ สังกัดกระทรวงการคลัง และมีบทบาทสำคัญในการดูแลและสนับสนุนภาคการเกษตรไทย จึงได้เข้าร่วมออกบูธ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ทาง การเงิน พร้อมโปรโมชันพิเศษถึง 3 ต่อ ไปให้บริการลูกค้าเฉพาะในงานนี้เท่า
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย น.สพ.จตุรงค์ โยธารักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจสุกร บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CPF) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ระหว่าง ธ.ก.ส. และ CPF เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจทางการเกษตรภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ซึ่งถือเป็นระบบการผลิตและส่งมอบผลผลิตทางการเกษตรภายใต้ข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้า ระหว่างเกษตรกรกับบริษัทผู้ผลิต โดยมีการกำหนดคุณภาพ ปริมาณ และรายได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้ง 2 องค์กร จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ประสิทธิภาพการผลิตสุกรในระบบปิด และสนับสนุนการให้บริการทางการเงินของธนาคารอย่างครบวงจร รวมถึงการให้ความรู้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งร่วมกันสำรวจ กำหนดพื้นที่เป้าหมาย และคุณสมบัติของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โดย CPF จะสนับสนุนข้อมูลแผนการผลิต คุณภาพมาตรฐานของสุกร อาหาร ยา วัคซีน อุปกรณ์ หรือปัจ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายยุวพล วัตถุ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. และ นายโกเมนทร์ โคตรศรีวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย ระยะที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการฯ เขตอำเภอพรรณานิคม และอำเภอวานรนิวาส โดยปัจจุบันจังหวัดสกลนคร มีเกษตรกรลูกค้าที่มีสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย ระยะที่ 2 รวมทั้งสิ้น 47,710 ราย แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการดังกล่าวแล้ว 45,289 ราย จากนั้นยังได้ติดตามขั้นตอนการดำเนินโครงการฟื้นฟูศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งปัจจุบันดำเนินการฟื้นฟูศักยภาพเกษตรกรลูกค้าด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชระยะสั้น พืชหลังนา สัตว์โตไวที่มีมูลค่าสูง การพัฒนาอาชีพเดิม โดยการเพิ่มผลผลิต ลดความสูญเสีย ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มมาตรฐานแล้วกว่า 1,300 ราย พร้อมตั้งเป้าหมายแผนอบรมฟื้นฟูอาชีพให้แ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขอเชิญชวนประชาชนต้อนรับซัมเมอร์นี้ด้วยการ ช็อปคลายร้อนกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับพรีเมียม ของเด็ดและดีจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ มากกว่า 50 ร้านค้า ในงานตลาดนัด BAAC Market ในธีม “Summer Thai Fair” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าประชาชนได้มีโอกาสได้เลือกซื้อสินค้าเกษตรระดับพรีเมียมและผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีหลากหลายประเภท จากเกษตรกรและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อคลายร้อนต้อนรับซัมเมอร์ ธ.ก.ส. จึงได้กำหนดจัดงาน ตลาดนัด BAAC Market ภายใต้ธีม “Summer Thai Fair” พบกับร้านค้ามากกว่า 50 แห่ง ที่คัดสรรเฉพาะไอเทมเด็ดสุด HOT เพื่อต้อนรับบรรดาขาช็อปทั้งสายชิลล์ สายเสื้อผ้า เครื่องประดับ แฟชั่น และสายอร่อย โดยมีไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ประกอบด้วย – อร่อยคลายร้อนกับร้านน้ำอ้อยไร่ไม่จน จังหวัดราชบุรี น้ำอ้อยพาสเจอไรซ์ น้ำอ้อยสดๆ จากไร่ธรรมชาติเเท้ 100% ร้านเฮียเค
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 “BAAC Songkran Festival” เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล ร่วมสืบสานและดำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมตามประเพณีอันดีงามที่ทรงคุณค่าของคนไทย โดยมีกิจกรรมเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับผู้บริหารและพนักงาน อาทิ การทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธเกษตร์รักษา รดน้ำขอพรผู้อาวุโสและอดีตผู้บริหารระดับสูงของ ธ.ก.ส. นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้พนักงานได้ร่วมสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีด้วยการละเล่นแบบไทย อาทิ วิ่งเปี้ยวกะลามหาสนุก ขี่ม้าส่งเมือง และชักเย่อ การประกวดแสดงวิถีชีวิตคนไทยในประเพณีสงกรานต์ โดยมีพนักงานธนาคารสวมใส่เสื้อผ้าไทยชุดลายดอกและนุ่งโจงกระเบนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
ธ.ก.ส. เปิดตัว “เงินฝากเลี่ยมทอง” เงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอน รับดอกเบี้ยทุกวันสิ้นเดือน ตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุดถึงร้อยละ 1.50 ต่อปี ถอนดอกเบี้ยไปใช้จ่ายได้ทันทีทุกวันที่ 1 ของเดือนถัดไป ฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาท/ราย ระยะเวลาฝาก 8 เดือน เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568 ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อส่งเสริมการออมให้กับลูกค้า ประชาชน และเกษตรกร ที่ต้องการเก็บออมเงินกับผลิตภัณฑ์เงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงและให้ผลตอบแทนที่แน่นอน รับดอกเบี้ยทุกเดือน ธ.ก.ส. จึงได้เปิดตัว “เงินฝากเลี่ยมทอง” เงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยตามยอดเงินฝากคงเหลือ สูงสุดถึงร้อยละ 1.50 ต่อปี แบ่งเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย (1) กรณียอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวันตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ยร้อยละ 1.20 ต่อปี (2) กรณียอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน ตั้งแต่ 1,000,000.01 บาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท รับดอกเบี้ยร้อยละ 1.30 ต่อปี (3) กรณียอดเงินฝากคงเหลือสิ้นว
ธ.ก.ส. เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผ่านสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก และโครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2% ต่อปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แจ้งได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง 30 กันยายน 2568 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ได้แก่ พื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งสร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของเกษตรกรโดยตรง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ธ.ก.ส. ได้จัดโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%) และโครงการส
