นวัตกรรมงานวิจัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี มฟล กล่าวถึงรากฐานความสำเร็จของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยยึดแนวทาง “ปลูกป่า สร้างคน” พระราชปณิธานของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ตั้งธงยึดมั่นตั้งแต่วันที่ได้รับการสถาปนาจัดตั้งมหาวิทยาลัย 25 กันยายน พ.ศ.2541 ตลอดระยะเวลา 25 ปี มฟล. ถือเป็นมหาวิทยาลัยน้องใหม่ (Young University) ที่ดีที่สุดของไทย ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 1 พัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global and Frontier Research) โดยมุ่งเน้นการผลิตผลงาน สร้างความเป็นเลิศด้านการวิชาการ วิจัยและนวัตกรรมให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นรากฐานการต่อยอดงานวิจัยที่มีคุณภาพสู่การขยายผลต่อสังคมในสาขาวิชาการต่างๆ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมุ่งขับเคลื่อนไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของอาเซียนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน (A Leading University in ASEAN with International Recognition Strives for Well-being and Sustainable Future) จากความเข้มแข็งด้านการวิชาการและวิจัยตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่มหาวิทยาลัยสร้าง
วช. เชิดชู ศ.ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 66 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ใช้งานวิจัยสยบมาลาเรียในอาเซียน ช่วยสกัดการแพร่เชื้อไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าว “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 2” เปิดตัว ศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์ แห่ง คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปี 2566 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน ณ ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพฯนายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีภารกิจที่สำคัญในการยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการส่วนรวม ซึ่งในปีนี้ วช. ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์ก
P&G Health สนับสนุนงานวิจัยต่อยอดกับศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Drug and Health Products Innovation Promotion Center, CU.D.HIP) ในการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์พ่นจมูก P&G Health, แผนกธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพบริษัท P&G ร่วมกับศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU.D.HIP) สนับสนุนงานวิจัยต่อยอดในการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์สูดพ่นทางจมูกในด้านการแสดงภาพการกระจายและการเกาะติดเยื่อเมือกในโพรงจมูก รวมถึงการประเมินเชิงคุณภาพของอุปกรณ์ระบบนำส่ง เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อการประยุกต์ใช้ในผู้ป่วยต่อไป ขณะนี้คนไทยจำนวนมากมีการใช้ผลิตภัณฑ์พ่นจมูกในการรักษาอาการหวัด ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ โดยมีสารประกอบ รูปแบบการทำงานและอุปกรณ์ที่ใช้นำส่งผลิตภัณฑ์แตกต่างกันออกไป ส่งผลต่อเทคนิคการใช้ให้ได้ปริมาณสเปรย์ที่สม่ำเสมอของผู้ป่วยเมื่อนำมาใช้จริงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามผลการศึกษาทางคลินิกและหายจากโรคต่อไป นาย ฟาบริซิโอ้ คาร์เมโล อัคชิโน้ General manager ของ P&G Health ป
วันที่ 6 มกราคม 2566 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมและเยี่ยมชมการสาธิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีของชุมชน จากการดำเนินโครงการ “การแก้ปัญหาภัยแล้งและยกระดับผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนสังคม จังหวัดลำปางและสุโขทัย” เพื่อนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร โดยมี พล.ท.อนุชา สังฆสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีส่งมอบฯ ซึ่งมี นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายณัฏฐพงศ์ สุขวิสิฏฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และ กอ.รมน. ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะนักวิจัย เกษตรกรในพื้นที่ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง พล.ท.อนุชา สังฆสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. กล่าวว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง มีอำนาจห
งาน “วันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี” วช. เชิญชวนมาเที่ยวชม ชิมเพลิน เดินช็อป สับปะรด “ไม่เป็นสับปะรด” หนึ่งในผลงานวิจัยใน “ตลาดงานวิจัย” รวมผลงานวิจัยกว่า 50 ผลงาน ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขอเชิญชวนประชาชน ชิม ซ็อป เพลิน เดินตลาดงานวิจัย โดยฝีมือคนไทย ในงานวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี 63 ปี วช. มุ่งสู่สังคมอุดมปัญญา พัฒนาไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 25-28 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.30- 17.00 น. ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่ง วช. นำผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้มานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักช็อป หนึ่งในผลงานกว่า 50 ผลงาน ได้แก่ผลงานวิจัย “ไม่เป็นสับปะรด” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วาลิกา โพธิ์หิรัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการท่องเที่ยวและบริการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วาลิกา โพธิ์หิรัญ กล่าวว่า ผลงานวิจัย “ไม่เป็นสับปะรด” ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก
รศ.ดร.รจนา จันทราสา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนา และศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ทำโครงการศึกษาวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เหลือใช้จากกุหลาบบูชา” ขึ้น โดยร่วมมือกับวัดจุฬามณีและชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องด้วยวัดจุฬามณี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในอำเภออัมพวา ที่ประชาชนต่างหลั่งไหลมาเคารพกราบไหว้ขอพร “ท้าวเวสสุวรรณ” ในปัจจุบันจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความเลื่อมใสศรัทธา นำดอกกุหลาบมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมากอย่างไม่ขาดสาย ปัญหาที่ตามมาคือวัดต้องจัดการของเหลือใช้จากการบูชาเพิ่มขึ้นทุกขณะ ซึ่งไม่เพียงเสียค่าใช้จ่ายยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดังนั้น โครงการวิจัยดังกล่าวจึงตอบโจทย์ความต้องการของวัดและชุมชน ในการพัฒนาสิ่งเหลือใช้จากกุหลาบบูชามาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ สร้างมูลค่าเพิ่ม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.ภญ.พิมพร ทองเมือง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจ
ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เยี่ยมชมและให้กำลังใจ นักวิจัยที่บู๊ธโครงการศึกษาวิจัย เรื่อง “การศึกษาชุดสีของกระเบื้องวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อจัดทําชุดโครงสี ผ่านมุมมองการสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะประยุกต์ และต้นแบบแพนโทน สําหรับการใช้งานด้านการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ เคหสถานและสิ่งทอ” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุน โครงการสีของกระเบื้องเคลือบวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อจัดทำชุดโครงสี ผ่านมุมมองการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะประยุกต์ และต้นแบบแพนโทน สำหรับการใช้งานด้านการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ เคหสถานและสิ่งทอ เพื่อนำไปต่อยอดการจัดทำฐานข้อมูลสี และเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ ซ่อมแซมกระเบื้องเคลือบภายในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ภายในพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นับเป็นองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายกระเบื้องเป็นฝีมือการออกแบบของพระอาจารย
นักวิทยาศาสตร์ซินโครตรอนร่วมกับนักวิจัย มทส.-อาจารย์แพทย์แผนไทย มรภ.เพชรบุรี ศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของฝักไม้ยืนต้นที่มีรูปร่างคล้ายดาบชื่อ “เพกา” หรือบางท้องถิ่นเรียก “ลิ้นฟ้า” ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่นำกินคู่กับน้ำพริกบนโต๊ะอาหาร ผลการวิเคราะห์พบว่าต้านการอักเสบได้จริง พร้อมตรวจการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ด้วยแสงซินโครตรอน ศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ อาจารย์ประจำสาขาวิชาปรีคลินิก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ร่วมกับ อาจารย์เบญจวรรณ ดุนขุนทด อาจารย์ประจำสาขาวิชาการแพทย์แผนไทย คณะพยาบาลศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของเพกา โดยมีความร่วมมือกับ ดร.กาญจนา ธรรมนู นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อนำแสงซินโครตรอนมาร่วมวิเคราะห์ . ทีมนักวิจัยมีความสนใจฤทธิ์ต้านการอักเสบของเพกา โดยนำความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการอักเสบมาใช้ออกแบบการทดลอง ซึ่งการอักเสบนั้นเป็นการตอบสนองปกติของร่างกายต่อสิ่งที่ทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับความเสียหาย ในขณะที่เก
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่น ปี 2564 มาแถลงข่าว “วิจัย นวัตกรรมดีดี มีที่ วช.” เป็นผลงานวิจัยที่ช่วยแก้ไขปัญหาในภาวะวิกฤตและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่ วช. ให้การสนับสนุนจนสามารถนำไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า วช. ได้วางกรอบแนวทางบริหารจัดการทุนไว้อย่างชัดเจน ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เนื่องจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก จากปัญหาสิ่งแวดล้อมและโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น อย่างเช่นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ได้สนับสนุนการใช้วิจัยและนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 ทั้งมิตินวัตกรรม และวิชาการ ตอบรับความต้องการของบุคลากรไ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นำคณะนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทยจาก 16 หน่วยงานคว้ารางวัลระดับนานาชาติจากงาน “2021 Japan Design, Idea and Invention Expo” (JDIE 2021) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการประกวดและนำเสนอผลงานในรูปแบบออนไลน์ และเป็นที่น่ายินดีที่นักประดิษฐ์ไทยสามารถคว้ารางวัลต่างๆ กว่า 40 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเหรียญทอง จำนวน 25 รางวัล และรางวัลเหรียญเงิน จำนวน 18 รางวัล โดยผลงานจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง ได้แก่ เรื่อง “สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย” โดย นางสาววราภรณ์ โชติสวัสดิ์ และคณะ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “นวัตกรรมนาโนเจลสูตรน้ำสำหรับทดแทนการอาบน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงป่วย หลังทำวัคซีนหรือมีบาดแผลซึ่งห้ามโดนน้ำ” โดย ดร.ธีรพงศ์ ยะทา และคณะแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “SOCIEMO” แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันบนฐานสังคมอารมณ์สำหรับการทำงานในอนาคต” โดย ศาส
