นวัตกรรมอาชีวศึกษา
มะพร้าว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของจังหวัดชุมพร ปลูกกันมากในเขตอำเภอเมืองชุมพร สวี และหลังสวน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร (วษท.ชพ.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของมะพร้าวและมีพื้นที่ในการปลูกมะพร้าวส่วนหนึ่งและมีผลผลิตจำหน่ายตามท้องตลาดและชุมชนโดยอยู่ภายใต้การดูแลของแผนกวิชาพืชศาสตร์ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของแผนกวิชาอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร เกิดแรงบันดาลใจที่จะยกระดับมะพร้าวเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวในรูปผลิตภัณฑ์ แยมมะพร้าว “Hello CoConut Jam” เป็นสินค้าทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ชาววีแกน ชาวมังสวิรัติสามารถรับประทานได้ นำแยมมะพร้าวไปทากับขนมปัง หรือชงกับกาแฟก็หอมอร่อย ขั้นตอนการทำแยมมะพร้าว การเตรียมส่วนผสมของแยมมะพร้าว ประกอบด้วย 1. มะพร้าวหั่นหยาบ 2. มะพร้าวหั่นฝอย 3. น้ำมะพร้าว 4. น้ำตาลทราย 5. น้ำมะนาว 6. เกลือ 7. แบะแซ 8. เกลือ วิธีทำ 1. นำเนื้อมะพร้าวหั่นหยาบปั่นกับน้ำมะพร้าวจนละเอียด 2. นำส่วนผสมเทใส่ ตั้งไฟกวน 3. กวนจนส่วนผสมเข้ากัน ระวังก้นหม้อไหม้ 4. นำบรรจุภัณฑ์ไปลวกฆ่าเชื้อ 5. นำแยมใส่บรรจุภัณฑ์ นึ่งฆ่าเชื้ออีกรอบ แ
พื้นที่อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านนิยมทำปลาร้าสำหรับบริโภคในครัวเรือน ซึ่งขั้นตอนการเคล้าปลาร้าปกติต้องใช้มือในการเคล้าปลากับเกลือ โดยทั่วไปเวลาเคล้าปลาจะใช้เวลานานและอาจเกิดแผลขณะเคล้าปลา ดังนั้น วิทยาลัยการอาชีพบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ จึงเกิดแรงบันดาลใจ ออกแบบกระบวนการทำงานของเครื่องเคล้าปลาร้า ซึ่งมีต้นแบบมาจากเครื่องผสมปูน DIY การใช้งานไม่ซับซ้อน สามารถประหยัดเวลาในการเคล้าปลาจำนวนมากๆ วิทยาลัยการอาชีพบรรพตพิสัยได้ศึกษาข้อมูลกระบวนการผลิตขั้นตอนการทำปลาร้า ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงปลาร้าเจ๊เป้าจังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จผลิตเครื่องเคล้าปลาร้าอเนกประสงค์ ที่ทำงานไว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจทำธุรกิจปลาร้า เครื่องเคล้าปลาร้าอเนกประสงค์ มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ขั้นตอนการทำงาน ขั้นตอนที่ 1 เตรียมวัตถุดิบลงถัง ส่วนประกอบ ได้แก่ ปลา 5 กิโลกรัม ใช้เกลือเม็ด 800 กรัม หากเป็น ปลา 10 กิโลกรัม ใช้เกลือเม็ด 1.6 กิโลกรัม การควบคุมการทำงาน ขั้นตอนที่ 2 กดสวิตช์เปิด ON เพื่อเริ่มการทำงาน 1 กิโลกรัม ปลา 1 กิโลกรัม ใช้เวลาประมาณ 4-6 นาที เมื
คุณออมสิน นาพิจิตร เจ้าของฟาร์มเห็ด ในพื้นที่อำเภอหนองจอก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนมีรายได้หลักจากการทำอาชีพเสริมสวย แต่บางวันก็ไม่มีลูกค้า จึงใช้พื้นที่ว่างข้างบ้าน ทำฟาร์มเห็ดเป็นรายได้เสริม ทำให้มีเงินหมุนเวียนเป็นค่ากับข้าวและเงินค่าขนมลูกในแต่ละวัน สำหรับโรงเรือนเห็ดแห่งนี้ใช้เงินลงทุนประมาณหมื่นกว่าบาท ตอนแรกซื้อก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพดี ในราคาก้อนละ 12 บาท ตอนหลังผู้ขายเห็นว่า ตนมีทุนน้อย จึงขายเห็ดมือสองราคาถูกให้ สามารถประหยัดต้นทุนได้อีกหน่อย ปัจจุบันโรงเรือนแห่งนี้เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานและเห็ดนางรมฮังการีเป็นหลัก ที่ผ่านมาประสบปัญหาอากาศร้อนจัด เห็ดไม่ค่อยออกดอกต้องใช้สายยางรดน้ำเพิ่มความชื้นในโรงเรือนเห็ดถึงวันละ 5 ครั้ง ทำให้เปลืองน้ำและบางครั้งก็ไม่ค่อยเวลารดน้ำเพราะติดดูแลลูกค้าเสริมสวย ส่งผลกระทบทำให้โรงเรือนเห็ดมีสภาพอากาศร้อน หน้าเห็ดจะแห้ง ดอกเห็ดไม่สวย จึงไปขอคำแนะนำเรื่องการใช้เทคโนโลยีจัดการฟาร์มเห็ดให้ทำงานได้ง่ายขึ้น จากวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก คุณวรวุฒิ ครุฑแจ่ม อาจารย์ประจำวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอกและนักศึกษาได้พัฒนานวัตกรรมชุดควบคุมอุณหภูมิและความ
นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา ได้นำวัตถุดิบเหลือใช้จากการขายน้ำเต้าหู้ของกลุ่มเพื่อนในห้องเรียนมาคิดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบเหลือใช้ โดยนำกากถั่วเหลืองมาพัฒนาทำเป็นน้ำพริกเพื่อเสริมคุณค่าทางอาหารและเป็นการสร้างนวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากถั่วเหลืองมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการ จากการศึกษาวิจัยพบว่า “ถั่วเหลือง” เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและหลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน มีไขมันชนิดดีสูง มีเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินและเกลือแร่สูง มีสรรพคุณช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด โปรตีนในถั่วเหลือง ถือเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดี มีโปรตีนสูงเทียบเท่ากับนมวัว (แต่มีแคลเซียมน้อยกว่า เพียง 1 ใน 5 ของนมวัวเท่านั้น) สามารถใช้ทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่หลายชนิดในปริมาณที่สมดุลมากกว่าถั่วชนิดอื่น ถั่วเหลืองมีไขมันสูง โดยมีปริมาณน้ำมันถึงร้อยละ 12-20 น้ำมันจากถั่วเหลืองมีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัวอยู่หลายชนิด ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กและทารก ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้
นายเอกวิทย์ ธาตุไชย ผู้อำนวยการ วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก กล่าวว่า ทางวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินงานสนองนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นต้นสังกัด ในการสร้างนวัตกร และประดิษฐ์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน โดยนักเรียน ปวช. และอาจารย์ที่ปรึกษา คือ คุณครูวรวุฒิ ครุฑแจ่ม ได้พัฒนานวัตกรรมชุดควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในโรงเห็ดด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ IoT: Smart Farm ช่วยควบคุมการเปิดปิดรดน้ำอัตโนมัติผ่านอินเตอร์เน็ต ช่วยให้การเพาะเห็ดกลายเป็นงานง่าย ภายโรงเรือนเพาะเห็ดควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 28 – 30 องศาเซลเซียส และมีความชื้นอยู่ที่ 70 – 80% ทำให้เห็ดออกดอกเร็ว และโตไวขึ้นเกือบ 2 เท่าจากเดิม ถึงร้อยละ 80 ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ทั้งเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายทักษดนย์ ตำราเรียง นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก กล่าวว่าทีมนักศึกษาได้ออกแบบ นวัตกรรมอัจฉริยะ IoT: Smart Farm ในโรงเรือนเห็ดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรที่อยากได้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายใน
วิทยาลัยการอาชีพปราณบุรี มีแรงบันดาลใจ นำพืชสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ชะคราม ใบคลู่ ผักเบี้ยทะเล มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรพืชน้ำเค็ม แบรนด์ บ้านโมกหลวง ซึ่งผลงานโดดเด่นเพราะช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อีกด้วย ผลงานชิ้นนี้จึงได้รับรางวัลศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ระดับชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระดับ 5 ดาว ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรพืชน้ำเค็ม คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นชะคราม ใบคลู่ ผักเบี้ยทะเล มาผสมผสานเติมความหอมด้วยใบเตย และเพิ่มความหวานด้วยหญ้าหวานจากธรรมชาติ ทำให้ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรพืชน้ำเค็ม มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกาย จากภายในสู่ภายนอก ช่วยขจัดสารพิษ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด บรรเทาเบาหวาน บรรเทาคอพอก บำรุงสายตา และช่วยบำรุงกระดูกอีกด้วย ดังสโลแกนที่ว่า “คิดถึงชาสมุนไพร อย่าลืมคิดถึงชาสมุนไพรพืชน้ำเค็ม เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้ง่ายๆ แค่ดื่มชาสมุนไพรพืชน้ำเค็ม ของแท้ต้องแบรนด์ บ้านโมกหลวง” ขั้นตอนการผลิตชาสมุนไพรพืชน้ำเค็ม เริ่มจากนำวัตถุดิบไปล้างและนำไปตากแห้ง
ปัจจุบัน “ผำ” หรือ “ไข่น้ำ” จัดอยู่ในกลุ่มสุดยอดอาหาร super foods สมัยใหม่ เพราะมีสารอาหารสูง ทั้งแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี ซี และกรดอะมิโนจำเป็นหลายอย่าง ที่สำคัญ มีเบต้าแคโรทีนและคลอโรฟิลล์ ที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ เมื่อนำผำไปปรุงอาหาร เม็ดสาหร่ายน้ำขนาดจิ๋วๆ จำนวนมากมายมหาศาล ที่มีความกรุบๆ เล็กน้อย แผ่กระจายขยายตัวไปทั่วในน้ำซุป น้ำแกง นับเป็นสุดยอดความอร่อย เพราะเนื้อไข่ผำละเอียด ละมุนละไม แทบจะละลายในปากเวลากินเลยแหละ วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เล็งเห็นคุณประโยชน์ของ “ผำ” ซึ่งเป็นสุดยอดอาหาร Super food ของเมืองไทย ที่อุดมไปด้วยโปรตีนสูงและประโยชน์อีกมากมาย จึงได้คิดค้น ผลิตภัณฑ์ “อ่อมผำ” ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย Life Style ได้เป็นอย่างดี อร่อย สะดวก ครบ จบในกล่องเดียว วิธีทำ อ่อมผำ ไม่ยุ่งยาก เริ่มจาก นำปลาร้าปลากระดี่มาต้มปลาร้าปลากระดี่ให้เดือดจนเนื้อปลาร้าละลายให้เหลือก้าง ปิดแก๊สปล่อยให้เย็นแล้วกรองเอาก้างปลาร้าออก พักไว้ จากนั้น นำตะไคร้ ข่า หอมแดง ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแว่น นำใบชะพลู ผักชีลาว มา
“สะตอ” ของดีจากชาวปักษ์ใต้ กินได้ทั้งยอดอ่อน ฝักอ่อน และเมล็ด นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู สะตอมีรสชาติมัน อร่อย แม้มีกลิ่นฉุนแต่ไม่ทำให้ความนิยมในการกินสะตอลดน้อยลงเลย เพราะสะตอมีประโยชน์มากมาย อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต มีใยอาหารสูง บรรเทาอาการท้องผูก ขับลมในสำไส้ ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน บำรุงสมองและสุขภาพดวงตา สะตอมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง และโรคโลหิตจาง โดยทั่วไป ต้นสะตอจะเริ่มออกดอก ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ใช้ระยะเวลา 68-70 วัน ตลาดสำคัญในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ หาดใหญ่ (สงขลา) สุไหงโกลก (นราธิวาส) นิยมขายในรูปฝักสด ฝักสะตอมีอายุการวางตลาด ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นผิวเปลือกจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ บริเวณเนื้อฝักที่หุ้มเมล็ดจะเริ่มสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มและดำในที่สุด ทำให้ราคาตก หากเก็บสะตอมาทั้งช่อ มีใบติดด้วยจะทำให้อายุการวางตลาดยาวนานไปได้อีก 2-3 วัน วิทยาลัยการอาชีพไชยา สร้างมูลค่าเพิ่ม “สะตอ” วิทยาลัยการอาชีพไชยา มีแนวคิดสร้างสรรค์นำสะตอ มาแปรรูปส
จังหวัดระยองมี “สับปะรดทองระยอง” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดระยอง ที่ผ่านการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่บางครั้งก็ประสบปัญหาสับปะรดล้นตลาด ราคาตกต่ำ เนื่องจากผลสับปะรดไม่ได้ขนาดตามที่โรงงานส่งออกกำหนด วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และเกิดแนวคิดอยากช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในท้องถิ่น ให้มีรายได้เพิ่มจากสินค้าตกเกรดโรงงาน โดยนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าในรูปแบบ “ถ่านสับปะรดดูดกลิ่น” ซึ่งกระบวนการแปรรูปใช้นวัตกรรมเผาไหม้ให้สับปะรดยังคงรูปร่างเดิม กลายเป็นถ่านดูดซับกลิ่น ตอบโจทย์กับสังคมยุคใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพชีวิต ถ่านสับปะรดดูดกลิ่น มีคุณสมบัติ การใช้งานได้นานมากกว่า 1 ปี ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% ไม่มีน้ำหอม สารเคมี หรือสารก่อมะเร็ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ใช้ดูดซับกลิ่นได้หลากหลายสถานที่ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ควรนำผลิตภัณฑ์ไปผึ่งแดดทุกๆ 3 เดือน โดยผลิตถ่านสับปะรดดูดกลิ่น ขนาดกลาง ขายราคา 59 บาท ขนาดใหญ่ราคา 69 บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ทาง Facebook : ศูนย์บ่มเพาะวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุ
การดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ในสังคมยุคปัจจุบัน ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาในการทำอาหาร และต้องการความสะดวกสบาย กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกระบี่จึงนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาเป็นจุดพัฒนานวัตกรรมอาหารให้เข้ากับสังคมยุคปัจจุบันมากที่สุด จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูปแบบอุ่นร้อน ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับคนที่มีเวลาน้อย เดินทางบ่อย และต้องการทานอาหารได้อย่างสะดวก ประหยัดพื้นที่ในการพกพา อีกทั้งสามารถทานได้ทุกวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ได้นำสินค้าประมงในอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ คือ ปลาเสียบที่ทำมาจากปลาหลังเขียว มาผลิตเป็นน้ำยาขนมจีน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาชาวบ้าน และนวัตกรรมการแปรรูปโดยวิธีการรมควัน พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูปแบบอุ่นร้อน ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยรุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูปแบบอุ่นร้อน มีส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ เนื้อปลาเสียบ เนื้อปลานิล ตะไคร้ พริกแห้ง กะปิ กระเทียม หอมแดง กระชาย น้ำตาล เกลือ ขั้นตอนการทำเริ่มจาก ชั่ง
