นวัตกรรมเกษตร
ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก จากภาวะโลกร้อน ปัญหาภัยธรรมชาติ และโรคระบาด ฯลฯ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย รศ.ดร.สุดเขตต์ นาคะเสถียร ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่เกิดขึ้นนับเป็นความท้าทายที่เกษตรกรไทยต้องเรียนรู้ และปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเกษตรให้สูงขึ้น ประชากรโลกเพิ่มขึ้น 9,900 ล้านคนในปี 2050 ส่องโครงสร้างประชากรโลกในอนาคต รศ.ดร.สุดเขตต์กล่าวว่า คาดการณ์ว่าในปี 2050 โลกจะมีประชากรถึง 9,900 ล้านคน โดยประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก ได้แก่ อินเดีย จีน ไนจีเรีย ปากีสถาน บังคลาเทศ เม็กซิโก ฯลฯ ดังนั้นในอนาคต เราจะเห็นกลุ่มคอเคเซียน(ผิวขาว) และผิวสีมากขึ้นในประเทศไทยที่มาในรูปแบบนักกีฬาและผู้เชี่ยวชาญ ในขณะที่ประชากรไทยมีแนวโน้มลดลง ใน 10 อันดับแรกของโลก เร่งพัฒนาเทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำ ปริมาณประชากรโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังกล่าว ทำให้มีความตัองการอาหารเพิ่มขึ้น 60 % สวนทางกับทรัพยกรธรรมชาติที่นับวันยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ
ทุกวันนี้ คนไทยหันมาเลี้ยง “หมา-แมว” เป็นเสมือนลูกมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยอยู่ที่ 14,200 บาทต่อตัวต่อปี มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโตต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 8.4% ต่อปี คาดปี 2569 มีเม็ดเงินสูงถึง 66,748 ล้านบาท “ทรายแมว” เป็นหนึ่งในไอเท็มสำคัญ ที่คนเลี้ยงแมวต้องมีติดบ้าน โดยธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์รักความสะอาดและขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง ทรายแมวซึ่งเป็นวัสดุรองรับอุจจาระและปัสสาวะของแมวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเลี้ยงแมวในคอนโดฯ หรือในพื้นที่จำกัดได้อย่างดี ปัจจุบัน ทรายแมวจากวัสดุธรรมชาติเป็นสินค้าขายดีที่ได้รับความนิยมจากทาสแมวจำนวนมาก เพราะสินค้ากลุ่มนี้ แม้มีราคาสูงแต่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่กดลงชักโครก หรือใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ได้อีก ในท้องตลาดมีสินค้าทรายแมวจากวัสดุธรรมชาติหลากหลายขนิด เช่น ทรายแมวเต้าหู้ ทรายแมวไม้สน ทรายแมวจากข้าวบาร์เลย์ ทรายแมวจากวอลนัท ฯลฯ ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนทรายแมวที่คนไทยผลิตได้เอง เช่น ทรายแมวจากซังข้าวโพด ทรายแมวจากมันสำปะหลัง ทรายแมวจากก
ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรไปสู่การเกษตรยุคใหม่ เพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนภาคการเกษตร “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้เฟ้นหาเกษตรกรต้นแบบยุคใหม่ประจำปี 2024 จำนวน 5 สาขาที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งด้านทักษะความสามารถในการปรับตัว สร้างความหลากหลายของผลผลิต สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น สุดยอดเกษตรกรกรแห่งปี 2024 ซึ่งเป็นต้นแบบเกษตรยุคใหม่ จำนวน 5 สาขา ได้แก่ . 1.สาขา สินค้าเกษตรมูลค่าสูง : อดีตวิศวะต่อยอดสวนมะนาวสู่ คาเฟ่ Lemon Me Farm อ่านเพิ่มเติมได้ที่ . อดีตวิศวะ ต่อยอดสวนมะนาว ใช้เทคนิค “คลุมถุง” มะนาวติดลูกดก สร้างเงินล้าน . สาขา เกษตรผสมผสาน : ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน“คุ้มจันทวงษ์” กับสารพัดพืชทำเงิน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_298022 . สาขา เกษตรหลังเกษียณ : ข้าราชการเกษียณทำสวนคนเดียว 30 ไร่ด้วยนวัตกรรม อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_297841 . สาขาเกษตรอินทรีย์ : อดีตช่างภาพพูลิตเซอร์ ทำนาอินทรีย์ สืบสานพันธุ
กรุงเทพฯ 19 ธันวาคม 2567 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดพื้นที่ให้ 10 สตาร์ทอัพ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเร่งสร้างสตาร์ทอัพด้านการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก ร่วมนำเสนอผลงานการใช้เทคโนโลยีเชิงลึกในรูปแบบที่หลากหลายและมีความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมเกษตรไทย ในกิจกรรม AGROWTH Demo Day เพื่อผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีเชิงลึกเข้ามาสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรของประเทศและภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก และส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่พลิกโฉมภาคการเกษตรของประเทศไทยสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า การทำเกษตรกรรมเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยและมีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน ดังนั้น การเร่งสร้างสตาร์ทอัพที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกในภาคการเกษตร จึงเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสูงสุด โครงการ AGR
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ นำเสนอนวัตกรรมชุด “ปักชำพืช” (Media cutting plant) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการประยุกต์ใช้เทคนิควิธีการคล้ายกับการผลิตเมล็ดเทียม ที่มีส่วนประกอบเลียนแบบเมล็ดพืชจากธรรมชาติ สามารถเติมสารอาหาร สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในกลุ่มออกซิน ได้แก่ NAA หรือเติมสารเคมีชนิดอื่นๆ เช่น ฮิวมิก สารกำจัดเชื้อรา หรือจุลินทรีย์ที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของพืชเข้าไปเป็นส่วนประกอบ นวัตกรรมชุด “ปักชำพืช” (Media cutting plant) มีส่วนประกอบจากสาร NAA สารฮิวมิก ปุ๋ยสูตร 10-50-15 สารป้องกันเชื้อรา ผลงานชิ้นนี้ สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส ไม่ควรโดนแสงแดดจัดและอุณหภูมิสูง อายุการเก็บรักษานาน 60 วัน คุณสมบัติเด่นของนวัตกรรมชุด “ปักชำพืช” คือ สามารถเร่งการออกราก 20-25 วัน ป้องกันความเสียหายของราก ช่วยลดระยะเวลาการย้ายปลูก เหมาะกับพืชที่ออกรากได้ยาก สามารถปฏิบัติได้สะดวกง่ายต่อการใช้งาน วิธีการใช้งาน 1. นำฟองน้ำแช่น้ำและนวดให้ชุ่มน้ำ 2. เติมน้ำในกล่องเลยหลุมเพาะเล็กน้อย จากนั้นนำฟองน้ำมาเรียงในหลุม ทั้งหมด 12 หลุม 3. นำยอดกิ่งพันธุ์ดีปักลงในมีเดียปักชำ แล้วนำไปเรียงบนฟอ
หลังหมดฤดูการเก็บเกี่ยว ก็ถึงช่วงเวลาตัดแต่งกิ่งลำไย เป็นการจัดการต้น ตัดกิ่งเสีย กิ่งทำมุมไม่ดี เพื่อให้ภายในทรงพุ่มโปร่ง ไม่เป็นที่อาศัยของแมลง สะดวกในการดูแลรักษา ให้ทุกยอดได้รับแสงอย่างเต็มที่ และสงเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเตรียมต้นลำไยให้คืนสู่สภาพสมบูรณ์ พร้อมออกดอกในปีต่อไป ขั้นตอนนี้ เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ต้นลำไยมีผลโต รสชาติดี ตามที่ตลาดต้องการ คุณนิโรจน์ แสนไชย เจ้าของสวนแสนไชย ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เป็นผู้คร่ำหวอดกับวงการปลูกลำไยมานานมาก จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2563 และได้รับการประกาศเกียรติคุณปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ระดับจังหวัด ประจำปี 2558 คุณนิโรจน์เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ชอบคิดอะไรใหม่ๆ นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การดูแลจัดการสวนลำไยได้สะดวกสบายมากขึ้น เช่น ช่วงที่ต้นลำไยออกดอกในฤดูเยอะมาก ก็ต้องตัดกิ่งทิ้งบ้าง คุณนิโรจน์ใช้เครื่องตัดหญ้าสายสะพายแบบข้ออ่อน โดยเปลี่ยนจากใบมีดเป็นใบเลื่อย สามารถตัดแต่งกิ่งได้รวดเร็วทันใจ และแผลสวยอีกต่างหาก ผู้สนใจสามารถชมการทำงานของสิ่งประดิษฐ์นี้ได้ทางเพจ : Suan Sanchai
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า “เห็ดฟาง” ถือเป็นเห็ดยอดนิยมในประเทศไทย มีปริมาณการผลิตสูงคิดเป็น 75% ของผลผลิตเห็ดทั้งหมดในประเทศ มีอายุการเก็บรักษาสั้น โดยเฉพาะเห็ดฟางดอกบาน ซึ่งไม่นิยมบริโภค และเน่าเสียได้ง่าย ทำให้เกิดความสูญเสียของผลผลิตทางการเกษตร กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) กรมวิชาการเกษตร จึงมีแนวคิดเพิ่มมูลค่าเห็ดฟางโดยนำมาแปรรูปเพิ่มการใช้ประโยชน์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากเห็ดฟางมีโปรตีนสูง และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายและมีความสำคัญต่อผิวสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบของนวัตกรรมในวงการเครื่องสำอางได้ด้วย นางสาวสุรีย์รัตน์ รักเหลือ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร ทีมนักวิจัยกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า งานวิจัยการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซทจากเห็ดฟาง มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเห็ดฟาง โดยเฉพาะเห็ดฟางดอกบานที่ใกล้หมดอายุการวางจำหน่าย และราคาตกต่ำ ด้วยการผลิตเป็นโปรตีนไฮโดรไลเซท สำหรับเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยศึกษาการใช้เอนไซม์อัลคาเลส ในการย่อยเห็ดฟางที่ระยะเวลาการย่อย 2
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2567 เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2567 พร้อมด้วย ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน ประธานอนุกรรมการฝ่ายตลาดนัดและสิทธิประโยชน์ รศ.ดร.จีมา ศรลัมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาอย่างยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ผู้แทนประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมนิสิต ร่วมในการแถลงข่าว ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานเกษตรแฟร์ในปีนี้ มุ่งเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยออกสู่สังคม เปิดการเรียนรู้ให้กับนิสิต บุคลากร และอาจารย์ โดยใช้งานเกษตรแฟร์ เป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามเพื่อถ่ายทอดความรู้ทุกมิติจากห้องเรียน ช่วยเหลือสังคมประชาชน เป็นช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กลับไปสู่ชุมชนและสังคม สร้างความสุขให้กับครอบครัว การจัดงานในปีนี้ มุ่งยกระดับงานเกษตรแฟร์สู่สากลเป็นปีที่ 2 โดยได้รับ
การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม ต้องปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารหยาบคุณภาพดีให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำนมและลตต้นทุนค่าอาหารข้น โดยทั่วไป การปลูกหญ้าแพงโกล่าหรือการสร้างนาหญ้า เกษตรกรสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ดอน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกนาหญ้าในพื้นที่ลุ่มเช่นเดียวกับการทำนาข้าว นิยมปลูกหญ้าแพงโกล่า โดยใช้ท่อนพันธุ์อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูกหญ้าแพงโกล่าไปแล้ว 8-10 วัน หญ้าแพงโกล่าจะเริ่มงอก สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ เมื่อหญ้าแพงโกล่าอายุ 60 วัน และเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปได้ทุกๆ 40 วัน โดยตัดหญ้าสูงจากพื้นดิน 5-10 เชนติเมตร กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี ประกอบด้วย นายรัตนพล สำราญ และคณะ รวมทั้งครูที่ปรึกษา ได้แก่ นายธนวิทย์ อุมา นายซลอ พลนิล ต่างเล็งเห็นความสำคัญของการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ จึงเกิดแนวคิดสร้าง “รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระบบดูดหญ้า ไร้คนขับ” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ในการตัดหญ้าและดูดเก็บใบหญ้าแพงโกล่าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดการใช้แรงงานในการกวาดเก็บหญ้า รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระ
โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมใช้ถุงพลาสติกดำในการเพาะชำกล้าไม้ เช่น กล้าผัก ไม้ดอก ไม้ผล และยางพาราเมื่อย้ายกล้าไปปลูก มักแกะถุงดำออก มีเศษพลาสติกเหลือทิ้งจำนวนมากที่ยากต่อการย่อยสลาย ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา ด้วยปัญหาดังกล่าว ทำให้ทีมเยาวชนนักประดิษฐ์ของโรงเรียนบ้านปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เกิดแนวคิดที่จะพัฒนากระถางเพาะชำจากใบยางพารา ที่สามารถย่อยสลายได้เพื่อลดการใช้ถุงดำพลาสติก ลดขยะพลาสติกที่เป็นมลภาวะของโลก และนวัตกรรมนี้อาจสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในอนาคต หลักการทำงาน กระถางเพาะชำจากใบยางพาราเป็นกระถางที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 3-4 เดือน เมื่อนำต้นกล้าของยางพาราหรือพืชชนิดอื่นๆ ไปเพาะชำในกระถางเพาะชำจากใบยางพารา เมื่อต้องการนำไปปลูกสามารถนำกระถางเพาะชำดังกล่าวลงหลุมปลูกได้เลยทั้งกระถาง โดยไม่ต้องนำต้นกล้าออกจากกระถางเพาะชำ เนื่องจากกระถางเพาะซำจากใบยางพารา เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งเป็นการสร้างคุณค่าให้กับใบยางพาราแห้ง ขณะเดียวกัน นวัตกรรมนี้ยังเป็นแนวทา
