นวัตกรรมเกษตร
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ นำเสนอนวัตกรรมชุด “ปักชำพืช” (Media cutting plant) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการประยุกต์ใช้เทคนิควิธีการคล้ายกับการผลิตเมล็ดเทียม ที่มีส่วนประกอบเลียนแบบเมล็ดพืชจากธรรมชาติ สามารถเติมสารอาหาร สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในกลุ่มออกซิน ได้แก่ NAA หรือเติมสารเคมีชนิดอื่นๆ เช่น ฮิวมิก สารกำจัดเชื้อรา หรือจุลินทรีย์ที่ช่วยสนับสนุนการเจริญของพืชเข้าไปเป็นส่วนประกอบ นวัตกรรมชุด “ปักชำพืช” (Media cutting plant) มีส่วนประกอบจากสาร NAA สารฮิวมิก ปุ๋ยสูตร 10-50-15 สารป้องกันเชื้อรา ผลงานชิ้นนี้ สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส ไม่ควรโดนแสงแดดจัดและอุณหภูมิสูง อายุการเก็บรักษานาน 60 วัน คุณสมบัติเด่นของนวัตกรรมชุด “ปักชำพืช” คือ สามารถเร่งการออกราก 20-25 วัน ป้องกันความเสียหายของราก ช่วยลดระยะเวลาการย้ายปลูก เหมาะกับพืชที่ออกรากได้ยาก สามารถปฏิบัติได้สะดวกง่ายต่อการใช้งาน วิธีการใช้งาน 1. นำฟองน้ำแช่น้ำและนวดให้ชุ่มน้ำ 2. เติมน้ำในกล่องเลยหลุมเพาะเล็กน้อย จากนั้นนำฟองน้ำมาเรียงในหลุม ทั้งหมด 12 หลุม 3. นำยอดกิ่งพันธุ์ดีปักลงในมีเดียปักชำ แล้วนำไปเรียงบนฟอ
หลังหมดฤดูการเก็บเกี่ยว ก็ถึงช่วงเวลาตัดแต่งกิ่งลำไย เป็นการจัดการต้น ตัดกิ่งเสีย กิ่งทำมุมไม่ดี เพื่อให้ภายในทรงพุ่มโปร่ง ไม่เป็นที่อาศัยของแมลง สะดวกในการดูแลรักษา ให้ทุกยอดได้รับแสงอย่างเต็มที่ และสงเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเตรียมต้นลำไยให้คืนสู่สภาพสมบูรณ์ พร้อมออกดอกในปีต่อไป ขั้นตอนนี้ เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ต้นลำไยมีผลโต รสชาติดี ตามที่ตลาดต้องการ คุณนิโรจน์ แสนไชย เจ้าของสวนแสนไชย ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เป็นผู้คร่ำหวอดกับวงการปลูกลำไยมานานมาก จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2563 และได้รับการประกาศเกียรติคุณปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ระดับจังหวัด ประจำปี 2558 คุณนิโรจน์เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ชอบคิดอะไรใหม่ๆ นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การดูแลจัดการสวนลำไยได้สะดวกสบายมากขึ้น เช่น ช่วงที่ต้นลำไยออกดอกในฤดูเยอะมาก ก็ต้องตัดกิ่งทิ้งบ้าง คุณนิโรจน์ใช้เครื่องตัดหญ้าสายสะพายแบบข้ออ่อน โดยเปลี่ยนจากใบมีดเป็นใบเลื่อย สามารถตัดแต่งกิ่งได้รวดเร็วทันใจ และแผลสวยอีกต่างหาก ผู้สนใจสามารถชมการทำงานของสิ่งประดิษฐ์นี้ได้ทางเพจ : Suan Sanchai
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า “เห็ดฟาง” ถือเป็นเห็ดยอดนิยมในประเทศไทย มีปริมาณการผลิตสูงคิดเป็น 75% ของผลผลิตเห็ดทั้งหมดในประเทศ มีอายุการเก็บรักษาสั้น โดยเฉพาะเห็ดฟางดอกบาน ซึ่งไม่นิยมบริโภค และเน่าเสียได้ง่าย ทำให้เกิดความสูญเสียของผลผลิตทางการเกษตร กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) กรมวิชาการเกษตร จึงมีแนวคิดเพิ่มมูลค่าเห็ดฟางโดยนำมาแปรรูปเพิ่มการใช้ประโยชน์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากเห็ดฟางมีโปรตีนสูง และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายและมีความสำคัญต่อผิวสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบของนวัตกรรมในวงการเครื่องสำอางได้ด้วย นางสาวสุรีย์รัตน์ รักเหลือ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร ทีมนักวิจัยกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า งานวิจัยการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซทจากเห็ดฟาง มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเห็ดฟาง โดยเฉพาะเห็ดฟางดอกบานที่ใกล้หมดอายุการวางจำหน่าย และราคาตกต่ำ ด้วยการผลิตเป็นโปรตีนไฮโดรไลเซท สำหรับเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยศึกษาการใช้เอนไซม์อัลคาเลส ในการย่อยเห็ดฟางที่ระยะเวลาการย่อย 2
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2567 เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2567 พร้อมด้วย ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน ประธานอนุกรรมการฝ่ายตลาดนัดและสิทธิประโยชน์ รศ.ดร.จีมา ศรลัมพ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาอย่างยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ผู้แทนประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมนิสิต ร่วมในการแถลงข่าว ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานเกษตรแฟร์ในปีนี้ มุ่งเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยออกสู่สังคม เปิดการเรียนรู้ให้กับนิสิต บุคลากร และอาจารย์ โดยใช้งานเกษตรแฟร์ เป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามเพื่อถ่ายทอดความรู้ทุกมิติจากห้องเรียน ช่วยเหลือสังคมประชาชน เป็นช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กลับไปสู่ชุมชนและสังคม สร้างความสุขให้กับครอบครัว การจัดงานในปีนี้ มุ่งยกระดับงานเกษตรแฟร์สู่สากลเป็นปีที่ 2 โดยได้รับ
การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม ต้องปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารหยาบคุณภาพดีให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำนมและลตต้นทุนค่าอาหารข้น โดยทั่วไป การปลูกหญ้าแพงโกล่าหรือการสร้างนาหญ้า เกษตรกรสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ดอน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกนาหญ้าในพื้นที่ลุ่มเช่นเดียวกับการทำนาข้าว นิยมปลูกหญ้าแพงโกล่า โดยใช้ท่อนพันธุ์อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูกหญ้าแพงโกล่าไปแล้ว 8-10 วัน หญ้าแพงโกล่าจะเริ่มงอก สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ เมื่อหญ้าแพงโกล่าอายุ 60 วัน และเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปได้ทุกๆ 40 วัน โดยตัดหญ้าสูงจากพื้นดิน 5-10 เชนติเมตร กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี ประกอบด้วย นายรัตนพล สำราญ และคณะ รวมทั้งครูที่ปรึกษา ได้แก่ นายธนวิทย์ อุมา นายซลอ พลนิล ต่างเล็งเห็นความสำคัญของการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ จึงเกิดแนวคิดสร้าง “รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระบบดูดหญ้า ไร้คนขับ” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ในการตัดหญ้าและดูดเก็บใบหญ้าแพงโกล่าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดการใช้แรงงานในการกวาดเก็บหญ้า รถตัดหญ้าแพงโกล่า ขับเคลื่อน 3 ล้อ พร้อมระ
โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมใช้ถุงพลาสติกดำในการเพาะชำกล้าไม้ เช่น กล้าผัก ไม้ดอก ไม้ผล และยางพาราเมื่อย้ายกล้าไปปลูก มักแกะถุงดำออก มีเศษพลาสติกเหลือทิ้งจำนวนมากที่ยากต่อการย่อยสลาย ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา ด้วยปัญหาดังกล่าว ทำให้ทีมเยาวชนนักประดิษฐ์ของโรงเรียนบ้านปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เกิดแนวคิดที่จะพัฒนากระถางเพาะชำจากใบยางพารา ที่สามารถย่อยสลายได้เพื่อลดการใช้ถุงดำพลาสติก ลดขยะพลาสติกที่เป็นมลภาวะของโลก และนวัตกรรมนี้อาจสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในอนาคต หลักการทำงาน กระถางเพาะชำจากใบยางพาราเป็นกระถางที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 3-4 เดือน เมื่อนำต้นกล้าของยางพาราหรือพืชชนิดอื่นๆ ไปเพาะชำในกระถางเพาะชำจากใบยางพารา เมื่อต้องการนำไปปลูกสามารถนำกระถางเพาะชำดังกล่าวลงหลุมปลูกได้เลยทั้งกระถาง โดยไม่ต้องนำต้นกล้าออกจากกระถางเพาะชำ เนื่องจากกระถางเพาะซำจากใบยางพารา เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งเป็นการสร้างคุณค่าให้กับใบยางพาราแห้ง ขณะเดียวกัน นวัตกรรมนี้ยังเป็นแนวทา
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี ชวนเที่ยวงาน “อัจฉริยะนวัตกรรมเกษตร” ระหว่างวันที่ 5-6 มีนาคม 2565 เวลา 08.00-17.00 น. เรียนรู้นิทรรศการนวัตกรรม และเทคโนโลยีการเกษตร ชิม ชม ช็อป อาหารอร่อย สินค้าเกษตรปลอดภัยกว่า 100 ร้านค้า พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตร เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร และสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย นำนวัตกรรมการเกษตรมาสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรไทยพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งจัดอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการโดยวิทยากรผู้ปฏิบัติจริงมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร ประชาชน และผู้สนใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ ระหว่างวันที่ 5-6 มีนาคม 2565 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี” ภายในงานมีการนำ นวัตกรรม IOT (Internet of T
ทีมนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คิดค้นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยุคใหม่ “น้ำอ้อยซินไบโอติก” ผสมคอลลาเจนและแคลเซียม อุดมประโยชน์ ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร ล่าสุด คว้าเหรียญเงิน รางวัลประกวดนวัตกรรมสายอุดมศึกษา จากมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมบริโภคอย่างมาก ประชาชนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หรือ Functional Beverage ในรูปแบบ Plant Base จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ การหยิบยกวัตถุดิบทางการเกษตรที่สำคัญ หรือที่กำลังประสบปัญหามาใช้ประโยชน์ ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ทั้งผลิตภัณฑ์และผลิตผลทางการเกษตร เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคุณประโยชน์สูงสุด รองศาสตราจารย์ ดร.ปิ่นมณี ขวัญเมือง รองคณบดีกำกับดูแลงานด้านประกันคุณภาพการศึกษาและวิจัย ภาควิชาครุศาสตร์เกษตร ในฐานะที่ปรึกษาโครงการหลัก เปิดเผยว่า ทีมวิจัยเล็งเห็นว่า “อ้อย” เป็นพืชที่มีราคาถูก หาได้โดยทั่วไป และยังไม่พบการนำมาแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง ทั้งที่มีคุณประโยชน์อย
เมืองไทย กำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” ดังนั้น นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยทำงานได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น หุ่นยนต์รดน้ำอัตโนมัติ “Rim” นวัตกรรมโรบอท ผลงานของ คุณปุ้ย หรือ คุณสายธาร ม่วงโพธิ์เงิน เกษตรกรรุ่นใหม่ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หุ่นยนต์รดน้ำอัตโนมัติ “Rim” ติด 1 ใน 4 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมช่างชุมชน จัดขึ้นโดย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ภายใต้มูลนิธิบูรณชนบทแห่งประเทศไทย หุ่นยนต์รดน้ำอัตโนมัติ “Rim” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีทักษะในด้านนวัตกรรมและกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อชุมชนและสังคม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แรงบันดาลใจ คุณปุ้ย เรียนจบปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์สายการวิจัยและพัฒนา (R&D) และรับงานเขียนโปรแกรมเป็นฟรีแลนซ์มาหลายปีแล้ว เมื่อ 3 ปีก่อน คุณปุ้ยเริ่มกลับมาช่วยแม่ดูแลสวนกล้วยน้ำว
ปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญโรคอุบัติใหม่ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการว่างงานเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยต้องปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตให้เข้ากับยุควิถีใหม่ (New Normal) “ศาสตร์พระราชา” ภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นกลไกสำคัญที่ภาครัฐบาลนำมาใช้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยในระยะยาวเช่นเดียวกับ ยุทธศาสตร์การพัฒนานวัตกรรมงานวิจัย เพื่อใช้ฐานความรู้จากงานวิจัยมาช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม การผลิตและการบริการของประเทศไทย ให้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยบนเวทีตลาดโลก ในศตวรรษที่ 21 อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัย ได้ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทร
