น้ำพริก
หรอยจังฮู้…“น้ำพริกเนื้อแพะ” รสเด็ด!หนึ่งเดียวในตรัง สูตรปากีสถานดั้งเดิม และสูตรสมุนไพร จิ้มกับโรตี กินกับขนมปัง คลุกข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อย วันนี้ต่อยอดเตรียมขยับทำเป็นธุรกิจส่งขายในตลาด ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพี่น้องมุสลิมเป็นของขายดีรายได้งาม ยอดออเดอร์สั่งจองผลิตไม่ทัน เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปที่ฟาร์มแพะซาชา ม.7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง วันนี้ 10 ม.ค. 61 พบ นายสุดดีน ซาชา อายุ 42 ปี ชาว ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ลูกชายเจ้าของฟาร์มแพะ เกษตรกรหนุ่มชาวมุสลิม สืบเชื้อสายมาจากปากีสถาน ทำฟาร์มเลี้ยงแพะยึดเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ทำครบวงจรตั้งแต่ขายแม่พันธุ์พ่อพันธุ์แพะหลากหลายสายพันธุ์ ชำแหละเนื้อขายและรับสั่งทำเมนูต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ และรีดนมแพะขายด้วย ฟาร์มแห่งนี้ใหญ่สุดเป็นที่รู้จักของคนทั่วเมืองตรัง นายสุดดีน หรือ บังดีน เผยว่า ถึงตอนนี้ ทางฟาร์มซาชาได้ต่อยอดทำ “น้ำพริกเนื้อแพะ” เป็นสูตรดั้งเดิมของที่บ้านตั้งแต่นานมาแล้ว สูตรปากีสถานดั้งเดิม และสูตรสมุนไพร ได้รับการถ่ายทอดความรู้และสั่งสมประสบการณ์จากคุณแม่ นางบีบีอาเสี้ยะ ซาชา อายุ 67 ปี จึงได้ปร
พาไปดูวิธีจับปลาบริเวณน้ำขังกลางทุ่งนาของชาวกัมพูชา โดยเริ่มจากการก่อคันดิน และวิดน้ำออกจากบริเวณที่น้ำขังจนเกือบแห้งเพื่อจับปลาด้วยมือเปล่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถจับปลาได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ทั้งนี้ วิธีการจับลักษณะนี้แพร่หลายตามชนบทในประเทศกัมพูชาและเด็กๆก็มักจะมาลงมือทำกันด้วย โดยคลิปนี้เป็นทุ่งนาในเมืองเสียมราฐ https://www.youtube.com/watch?v=szpqKcY7JLo สำหรับเกร็ดอาหารที่ทำจากปลาของชาวกัมพูชานั้นความที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาน้ำจืดเพราะมีโตนเลสาปเป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่สำคัญของโลก มีแม่น้ำโขง แม่น้ำบาสัค โดยปลาที่นิยมได้แก่ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาเทโพ ปลากด ปลาสังกะวาด ปลาสร้อย ปลาหมู ปลาเบี้ยว ปลาม้า ปลาตะโกก นิยมนำมาทำเป็นปลาแห้ง และปลาเค็ม ทั้งนี้ ปลาร้า ในภาษาเขมร เรียก “ปราฮ็อก” ในหนังสือโอชาอาเซียน (สนพ.มติชน) เล่าถึงเมนู น้ำพริกปลาร้ากะทิเขมร หรือปราฮ็อก กะติ โดยจะตำเครื่องแกงเหลืองที่ประกอบด้วย หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า ขมิ้น และผิวมะกรูด ใส่ครกตำให้ละเอียด ด้านหนึ่งนำพริกแห้งไปแช่น้ำ แล้วนำพริกที่แช่น้ำจนนุ่มแล้วมาสับบนเขียงแยกไว้ จากนั้
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เก็บตัวอย่างน้ำพริกพร้อมบริโภค เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา น้ำพริกเผา น้ำพริกปลาร้าสับ น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก แจ่วบอง เป็นต้น ที่จำหน่ายตามตลาดสด ตลาดนัด ศูนย์โอท็อป ศูนย์ของฝากทั่วประเทศ เพื่อตรวจเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยน้ำพริกพร้อมบริโภคของประเทศไทย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2558 รวมทั้งสิ้น 1,071 ตัวอย่าง พบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน 164 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 15 เป็นน้ำพริกพร้อมบริโภคแบบเปียก 346 ตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐาน 84 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 24 และน้ำพริกแบบแห้ง 725 ตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐาน 80 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 11 นพ.อภิชัยกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ไม่ผ่านมาตรฐานด้านเคมี พบการใช้วัตถุกันเสียเกินปริมาณที่อนุญาต ร้อยละ 11 ชนิดของวัตถุกันเสียที่พบมากสุด ได้แก่ กรดเบนโซอิก โดยปริมาณที่พบในน้ำพริกแบบแห้ง 1,089-6,872 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) และน้ำพ
จากกองทัพผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารของไทยและต่างประเทศ 1,800 ราย ใน 4,600 คูหา ที่จัดทัพมาร่วมงาน “ไทย เฟค-เวิล์ด ออฟ ฟู้ด เอเชีย 2016” (THAIFEX-World of Food Asia 2016) ที่อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการไทยที่นำสินค้ามาเปิดตัว และโดนใจผู้ที่มาเดินชมงาน นั่นก็คือ เครื่องแกง แบรนด์ไทย “สมใจนึก” ของดีจากจังหวัดสงขลา “สมใจนึก” มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยไม่แพ้ชาติใดในโลก จัดว่าเป็น “เครื่องแกง โกอินเตอร์” ทำให้ตัวเองให้สวยตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยการนำวัตถุดิบทางเกษตร ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงที่มาจากธรรมชาติ 100% ทั้ง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก และมะนาว เป็นต้น มาใส่กระบวนการผลิตแปรรูปจนมีรูปลักษณ์สวยงาม ราคาไม่แพง โดย คุณสารภี อิสโร เจ้าของสูตรเครื่องแกง “สมใจนึก” บอกกับ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ว่าปีนี้ใครจะยอดขายไม่ดี แต่สำหรับน้ำพริกสมใจนึก มียอดขายดีกว่าทุกปีเลยทีเดียว ใช้เวลา 12 ปี กว่าจะขายดี จากจุดเริ่มต้นผลิตเครื่องแกง โดยการรวมกลุ่มภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงสมใจนึก” มีสมาชิก 13 คน แบ่งกลุ่มกันทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายบริหา
