บัว
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมเป็นคนรักบัวคนหนึ่ง แต่เนื่องจากบ้านผมมีพื้นที่ไม่มาก จึงปลูกลงในกระถางนับว่าได้ผลดี เมื่อไม่นานมานี้ผมเดินทางไปต่างจังหวัด เห็นบัวชนิดหนึ่งดอกซ้อนสีชมพูสวยงาม และแปลกตา ถามผู้รู้ท่านบอกว่า มีชื่อว่า สัตตบงกช ผมอยากทราบว่าบัวสายพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ของบ้านเราเอง หรือนำมาจากต่างประเทศ และถ้าจะนำมาปลูกในกระถางจะได้ผลดีหรือไม่ประการใด ผมขอเรียนถามเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอแสดงความนับถือ ประเสริฐ พงษ์สุข นครสวรรค์ ตอบ คุณประเสริฐ พงษ์สุข บัว มีบันทึกไว้ว่า มีการปลูกมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย หรือเมื่อประมาณ 700 ปีมาแล้ว ปัจจุบัน ประเทศไทยเราพบว่ามีบัวที่ปลูกอยู่ทั่วไป มี 6 ชนิด คือ บัวหลวง มีลักษณะเด่นที่ใบชูขึ้นเหนือน้ำ การเจริญเติบโตโดยมีไหล ชอบไปใต้ผิวดินในบ่อน้ำ สระน้ำ หรือหนอง บึง บัวฝรั่ง การเจริญเติบโตคล้ายบัวหลวง แต่มีสายบัวอ่อนนุ่มกว่า การเจริญเติบโตโดยสร้างเหง้า เลื้อยไปตามแนวนอน ขอบใบมีทั้งเรียบ และมีรอยหยัก ข้อน่าสังเกต บัวฝรั่งจะออกดอกไม่เก่งเหมือนบัวหลวง บัวผันบัวเผื่อน การเจริญเติบโตในแนวตั้งจากใต้ดิน แล้วจึงแตกก้านใบบริเวณเหนือผิวดินใต้น้ำ ส่ว
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับทราบว่ามีชาวนา ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี พลิกชีวิตหันมาปลูกดอกบัวทำเป็นนาบัวขายแทน ทำให้มีรายได้งามถึงกับมีลูกค้าจากประเทศ สปป.ลาวเข้ามาหาซื้อไปขายในประเทศ สปป.ลาว เดินทางไปที่นาบัว บ้านหนองฮาง หมู่ 4 ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี พบนางไพรี ภูหนองโอง อายุ 47 ปี เจ้าของนาบัว พร้อมกับญาติ เร่งเก็บดอกบัวที่อยู่ในสระแล้วมัดใส่ถุง เพื่อส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จ.อุดรธานี และ ลูกค้าจาก สปป.ลาว เนื่องจากใกล้วันออกพรรษาที่จะมาถึง โดยตัดขายในราคาดอกละ 1 บาท สร้างรายได้อย่างงดงาม นางไพรี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพทำนาในเนื้อที่ 13 ไร่ แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาน้ำท่วมนาข้าวทำให้เสียหายขาดทุนมาตลอด จึงพลิกชีวิตหันมาทำนาบัวแทน โดยสัปดาห์หนึ่งจะเก็บดอกบัวขาย 2 ครั้ง ในราคาดอกละ 75-80 สตางค์ แต่ในช่วงเดือนไหนมีวันพระหรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นที่ต้องการของตลาด จะมีราคาสูงขึ้นถึงดอกละ 1 ดอก แต่ละครั้งจะเก็บดอกบัวได้ 3-4 พันดอก สร้างรายได้ ต่อเดือน 15,000-20,000 บาท สำหรับพื้นที่บัวที่ปลูกนั้นจะดูแลรักษานาบัวเหมือนกับการปลูกพืชทั่วไป หากมีแมลงเจาะดอกบัว ก็จะฉีดพ่นยา และห
วันที่ 26 เมษายน นางอรสา อาวุธคม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว อุทยานสามร้อยยอด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจากความงดงามของบึงบัวธรรมชาติในพื้นที่ชุมน้ำหรือแรมซาร์ไซต์ที่มีความสำคัญระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศชื่อดังในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด หลังจากหลายปีที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักทำให้สภาพน้ำภายในบึงบัวแห้งขอดและมีผลกระทบกับระบบนิเวศวิทยา แต่ล่าสุดมีระดับน้ำในบึงบัวสูงกว่า 80 เซนติเมตร (ซม.) ทำให้พืชพันธุ์ไม้น้ำหลากหลายชนิด และบัวสายพันธุ์พื้นเมืองเริ่มฟื้นตัว รวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของนกประจำถิ่น สำหรับการเดินทางไปบึงบัวสามร้อยยอด หากเดินทางจาก อ.หัวหิน ไปตามถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณทางแยกเข้าวัดสามร้อยยอด ผ่านทางรถไฟ ถึงศูนย์ศึกษาธรรมชาติระยะทาง 14 กิโลเมตร (กม.) เส้นทางที่มีความสวยงามเป็นสถานที่ยอดนิยมในการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาทั้งของไทยและต่างประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมความงามของบึงบัว ไม่ต้องเดินทางไปถึงที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติโดยจะต้องจ่ายค่าผ่านอุทยานคนละ 4
วันที่ 11 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่บ้านหมู่ 1 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ชาวนาจำใจยอมปล่อยทิ้งข้าวนาปรังที่ลงทุนปลูกไว้กว่า 20 ไร่ ให้ควายกินแทนหญ้า หลังต้นข้าวเจอกับโรคระบาดหนักอย่างโรคบั่ว ที่เข้าทำลายยอดข้าวที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายหลอดหอม ทำให้ต้นข้าวและกอข้าวที่ถูกทำลายจะมีอาการ แคระแกรน เตี้ย ลำต้นกลม มีสีเขียวเข้ม และต้นข้าวที่ถูกทำลายนั้นจะไม่สามารถออกรวงได้ทำให้ผลผลิตข้าวจึงลดลงเป็นจำนวนมาก หรือเสียหายไปทั้งหมด เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน จนหมดความหวังแล้วว่านาปรังปีนี้คงจะไม่ได้ข้าวอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจใช้ต้นข้าวให้เป็นอาหารเลี้ยงควายซึ่งถือเป็นประโยชน์สุดท้ายที่ทำได้ เกษตรกรเจ้าของแปลงข้าวนาปรังดังกล่าว กล่าวว่า ปีนี้ทำข้าวนาปรังไว้ทั้งหมด 20 ไร่ แต่มาประสบปัญหาเจอโรคบั่วระบาดหนัก และได้ระบาดลงนาข้าวของตนทั้งแปลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน ซึ่งตอนแรกหวังว่าจะมีรวงข้าวออกมาบ้างสักครึ่งหนึ่งที่ทำไว้ก็ยังดี แต่ครั้งนี้กลับไม่มีรวงข้าวออกมาเลยสักแปลง เลยจำใจปล่อยต้นข้าวที่ไร้รวงทั้ง 20 ไร่ ให้กลายเป็นอาหารแก่ควายที่เลี้ยงไว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาลได้มีการปรับภูมิทัศน์ หรือฮวงจุ้ยเพิ่มเติม โดยนำอ่างบัวสีขนาดใหญ่ จำนวน 10 อ่าง มาประดับตกแต่งบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกบัญชาการ ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา ศาลยาย เป็นที่แปลกตา การนำอ่างบัวสีมาประดับตบแต่งครั้งนี้ได้ดำเนินการในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นแนวความคิดของ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับภูมิทัศน์ใหม่บริเวณโดยรอบของทำเนียบรัฐบาล ซึ่งประสานให้ทางสวนนงนุชเข้ามาดำเนินการเนื่องจากเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์และได้รับรางวัลการตบแต่งสวนมาหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะแชมป์จัดสวนโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีการปรับภูมิทัศน์ที่บริเวณศาลพระภูมิเจ้าที่ทั้งการเปลี่ยนหญ้าและต้นไม้ และครั้งนี้ได้มอบหมายให้ทางสวนนงนุชมาปรับภูมิทัศน์อีกครั้งว่าควรมีอะไรเพิ่มเติม และได้แนะนำพร้อมนำอ่างบัวขนาดใหญ่พร้อมบัวสีต่างๆ ทั้งสีม่วง น้ำเงิน ชมพู และขาวมาประดับตกแต่ง ทั้งบริเวณศาลพระภูมิ ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และสนามหญ้าหน้าตึกบัญชาการ โดยเป็นการเน้นในจุดที่นายกรัฐมนตรีใช้เส้นทาง เพื่อให้นายกรัฐมนตรีดูว่าเหมาะสมแค่ไหนอย่
วันที่ 11 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 07.00 น. นายเดชณรงค์ พลพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลดอนหญ้านาง ร่วมกับเกษตรอำเภอพรเจริญ กรรมการบัวริมบึงและลูกจ้างพนักงานเทศบาลดอนหญ้านาง ร่วมกันออกฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอเรีย และฉีดพ่นน้ำยาล้างจานเพื่อกำจัดและชะลอการกระจายของเพลี้ยอ่อนบริเวณบัวริมบึงในหนองเลิง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอพรเจริญ ที่กำลังแพร่ระบาดกัดกินลำต้นและดอกของบัวแดง หลังจากในหลายพื้นที่ของจังหวัดบึงกาฬต้องเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนตั้งแต่ต้นปี 60 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ นายชาญ ยอดบุนอก เกษตรอำเภอพรเจริญ กล่าวว่า เพลี้ยอ่อน มักระบาดในฤดูแล้ง จะดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณโคนก้านดอก ก้านใบ ใต้และบนใบอ่อนที่โผล่เหนือน้ำเป็นกระจุกสีน้ำตาลดำกระจายทั่วไปตามเส้นใบ ทำให้ดอกตูมและใบมีขนาดเล็ก สีเหลืองซีดและแห้งตาย หลังได้รับรายงานสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬโดยกลุ่มงานอารักขาพืชได้ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอพรเจริญ มาให้ความรู้ในการเพาะเชื้อราบิวเวอเรียให้กับทางเทศบาลและชาวบ้าน พร้อมแนะนำขั้นตอนในการดูแลรักษาบัวแดงในช่วงที่อากาศแปรปรวน การผลิตขยายเชื้อรา วิธีป้องกันและกำจัดให้ทันท่วงทีพร
