ปลูกผัก
ไส้เดือนดิน คือหนึ่งในผู้ช่วยเกษตรกรที่ไม่พูด ไม่บ่น และไม่หยุดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พวกมันไถพรวนดินให้ฟรีทุกวัน กินเศษใบไม้ เศษพืช ซากอินทรีย์ แล้วขับถ่ายออกมาเป็น “มูลไส้เดือน” ที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์และธาตุอาหารพืช ใครที่เคยใช้มูลไส้เดือนก็จะรู้เลยว่าพืชผักแข็งแรง โตเร็ว และรสชาติดีกว่าที่ใช้ปุ๋ยเคมีด้วยซ้ำ “ดิน” ถือเป็นปัจจัยหลักของการปลูกพืช เนื่องจากเป็นเเหล่งอาหารที่จะหล่อเลี้ยงให้พืชได้เจริญเติบโต และปริมาณของผลผลิต หากในแปลงดินมีไส้เดือนอาศัยอยู่ ในดินนั้นจะมีมูลไส้เดือนที่มีประโยชน์ เนื่องจากมูลไส้เดือนเป็นธรรมชาติ 100% จะส่งผลให้พืชเติบโตสมบูรณ์แข็งแรงตามธรรมชาติ ทำให้พืชต้านทานทั้งโรคพืชและโรคแมลง อีกทั้งยังประหยัดค่ายาฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อต่างๆ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทดลองในแปลงจริงพบว่า หากดินปลูกผักมีไส้เดือนเฉลี่ย 10 ตัว/ตารางเมตร จะส่งผลต่อพืชโดยตรงในเรื่องต่อไปนี้ เมื่อไส้เดือนดูดอาหารและผ่านระบบย่อยในลำไส้แล้วออกมา จะมีโมเลกุลสารอาหารที่เล็กมาก และมีความเย็น พืชสามารถดูดซึมอาหารไปใช้ได้ทันที และมีสารอาหารหลากหลาย ครบและเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด มีจุลินทรีย์ที
หลายๆ คนหันมาปลูกผักไว้รับประทานเอง ช่วงนี้กระแสปลูกผักกำลังเป็นที่นิยมกันมาก นอกจากผักที่สามารถปลูกในกระถางได้ ยังมีไม้ผลบางชนิดที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่จำกัด บางบ้านมีพื้นที่น้อยแต่อยากปลูกผลไม้ไว้รับประทานเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวม 6 ไม้ผล ที่สามารถปลูกในกระถางได้ กระถางที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตรขึ้นไป หรือจะปลูกในวงบ่อซีเมนต์ เลือกตามความสะดวกและเหมาะสมกับไม้ผลที่ปลูก ไปดูกันเลย มีไม้ผลชนิดไหนกันบ้างนะ 🌿มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน 🔻 จัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางมีอายุยืน สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน มีลักษณะเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อออกผลใหม่ๆ จะมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ อีกทั้งยังทนทานต่อโรคและแมลงหลายชนิด นิยมปลูกประดับริมรั้ว ถ้าหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอจะได้ทรงพุ่มสวยงาม ต้นหม่อนสามารถนำไปปลูกในกระถางได้ โดยสามารถนำกิ่งชำมาเพาะลงกระถาง ควรตัดกิ่งแขนงต้นหม่อนอยู่เสมอ เพื่อให้ออกกิ่งใหม่ในทุกปี โดยตัดปีละ 2 ครั้งพร้อมกับรูดเอาใบออกด้วย 🌿เลม่อน 🔻ปลูกในถังขอบซีเมนต์เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำท่วมขัง ต้นเลม่อนสูงได้หลายเมตร สามารถปูด้วยเศษหินห
พื้นที่น้อยไม่ใช่ปัญหาในการปลูกผักอีกต่อไป ไม่ว่าจะมีพื้นที่เท่าไหร่ก็สามารถปลูกผักไว้รับประทานเองได้ แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ได้ผักที่ปลอดสารไว้รับประทานกันเอง แถมใช้งบน้อยในการลงทุนทำแปลงอีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน มีไอเดียทำแปลงผักไว้รับประทานเอง พื้นที่น้อยก็ปลูกได้ นั่นก็คือ “ปลูกผักยกแคร่” ดูแลง่าย และได้ผลผลิตที่ดีอีกด้วย การปลูกผักบนแคร่ช่วยให้ประหยัดน้ำและปุ๋ย หนีโรค วัชพืช และแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย ผักยกแคร่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อแก้ปัญหาทางเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ที่มักมีน้ำท่วมขัง จนทำให้เกิดความเสียหายทางการเกษตร การที่ปลูกผักยกแคร่ช่วยสร้างความสะดวกสบายในการปลูกมากขึ้น ลดการเกิดโรคพืชต่างๆ ที่มาจากการปลูกผักบนพื้นดิน อีกทั้งการปลูกผักยกแคร่ยังช่วยเพิ่มผลผลิตได้ดี ต้นทุนเริ่มต้น 900-1,200 บาท การทำแคร่ 1 ชั้น (ขนาด 1.2×2.4×1.0 เมตร) = 500-600 บาท – ไม้ไผ่ – ตาข่ายไนลอนรองพื้นที่ปลูก – วัสดุเกาะยึด (ตะปูหรือเชือก) วัสดุปลูก ประมาณ 20 บุ้งกี๋ และอุปกรณ์ให้น้ำ ประมาณ 300-400 บาท – หน้าดิน ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า – วัสดุคลุมดิน (ฟา
พืชที่เรียกได้ว่าปลูกได้ทุกฤดูกาล ก็น่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ที่ควรจะมีปลูกในทุกฤดูกาล แม้ว่าผักสวนครัวบางชนิดอาจไม่เหมาะกับฤดู แต่วิธีการปลูกก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยให้ผลผลิตมีได้ในทุกฤดูได้เช่นกัน ที่หมู่ 7 บ้านช่างแก้ว ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา พื้นที่ส่วนหนึ่งมีความเป็นชุมชนเมือง เพราะความเจริญที่เข้าถึง แต่ยังคงมีพื้นที่ส่วนที่เป็นสวนอยู่ ดังนั้น เกษตรกรที่นี่จึงต้องอยู่อย่างปรับตัว เช่น ทำสวนควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพเสริมอื่น หากการทำสวนไม่ได้มีรายได้หลักจุนเจือครอบครัว คุณธนพร คงบุญ หรือ พี่แตง ผู้หญิงที่มีความแคล่วคล่องว่องไวในการจัดการหลายๆ เรื่อง ภายในระยะเวลาจำกัดได้อย่างลงตัว เธอเป็นผู้หญิงที่มองเห็นประโยชน์เพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เพราะที่ผ่านมาเมื่อเธอสำเร็จการศึกษามีครอบครัว ก็มุ่งมั่นทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่ในที่สุดความห่างไกลกับสามีทำให้เธอพยายามมองหาอาชีพ เพื่อกลับมาอยู่ในถิ่นกำเนิดและอยู่กับครอบครัวอันเป็นที่รัก เมื่อคุณธนพร กลับมาที่บ้านช่างแก้ว อาชีพแรกที่มองเห็น เพราะไม่มีความถนัดในการเกษตร จึงเป็นการเปิดร้านซัก อบ รีด เพราะมีความเป็นชุมชน แต่
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอในสภาวะอากาศเช่นนี้ เกือบทุกพื้นที่พูดคำเดียวกันว่าร้อนมากๆ แต่จะหนาวขึ้นมาจับขั้วหัวใจก็ตอนที่ได้รับใบแจ้งค่าใช้บริการไฟฟ้านั่นแหละ หลายพื้นที่เจอฝน ลม พายุลูกเห็บ มากันพร้อมหน้า ส่งผลให้บ้านเรือน เรือกสวนไร่นาได้รับผลกระทบไม่น้อย ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ จะร้อน หนาว หรือฝนตกกระหน่ำเพียงใด ทุกกำลังใจจากพี่น้องคนไทยยังส่งถึงกันเสมอ รักใครชอบใครก็เป็นโอกาสของเราในเร็ววันนี้ ผมได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่เคยพูดอยู่ก่อนหน้านั้นว่า “โควิดไม่น่ากลัวเท่าการเมืองหรอก โควิดมาก็ยังมีความช่วยเหลือจากภาครัฐ เหมือนเราตกน้ำแต่มีชูชีพ ช่วยเหลือยังไงก็รอด แต่การเมืองหากมีคนลงถนนนี่จบเลย ยิ่งอาชีพผมนี่ไปไม่เป็นแน่นอน” “หมายถึงอาชีพอะไรครับ” “โรงแรม” “คุณตาม” คุณตามโพธ ต่อสุวรรณ แห่งโรงแรมรอยัลริเวอร์ เชิงสะพานซังฮี้ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ที่ครั้งหนึ่งผ่านศึกหนักมาทั้งเรื่องการเมืองและโรคระบาดหนัก ในช่วงที่บินไปเรียนต่างประเทศแล้วภรรยาโทร.ให้กลับมาด่วน เพื่อแก้วิกฤตการบริหารธุรกิจโรงแรมในช่วงนั้น ที่ประสบปัญหาตั้งแต่ประท้วงเผาเมือ
คุณบรรลือ แสวงผล หรือ ลุงลือ เป็นเจ้าของที่ทำสวนในตำบลบางหลวง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี มีรายได้ที่มั่นคงได้ด้วยการทำเกษตรปลูกผักกาดหอมขายส่งตามท้องตลาดตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ ปัจจุบัน ได้ทำการเกษตรปลูกพืชผักขายส่งอย่างเต็มตัว ลุงลือ เล่าว่า การเตรียมดินนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก ผลผลิตจะออกมาดีหรือไม่นั้นก็อยู่ที่การเตรียมการที่จะปลูก ซึ่งพืชผลในแต่ละรอบจะปลูกแตกต่างกันไปตามความต้องการของตลาดหรือลูกค้าที่สั่งเข้ามา การพรวนดินนั้นจะทำให้ดินร่วนซุยทำให้รากของพืชที่เราจะปลูกนั้นเดินได้สะดวก และทำให้พืชผักเจริญเติบโตได้เร็วมากยิ่งขึ้น เทคนิคในการปลูกพืชผักแต่ละชนิดขณะที่ยังเป็นเมล็ดก็คือ ก่อนนำเมล็ดลงดินคือ หาปุ๋ยอินทรีย์มาทำการรองพื้นก่อน จากนั้นใส่ปูนขาวเพื่อลดกรดในดิน จากนั้นนำฟางมาคลุมหน้าดินและรดน้ำให้ฟางและดินเกิดความชุ่มชื้น หลังจากที่รดน้ำจนฟางกับดินชุ่มได้ที่แล้วขั้นตอนต่อไปคือ หว่านเมล็ดลงที่ต้องเพาะปลูกลงไป สาเหตุที่ต้องใช้ฟางคลุมหน้าดินก่อนเพราะว่าขณะที่โปรยเมล็ดเพาะปลูกลงไปนั้น เมล็ดเพาะปลูกจะได้ไม่ไหลลงข้างๆ ลุงลือ ยังบอกต่ออีกด้วยว่า ต้นผักกาดหอมเป็นพืชที่ไม่ต
ที่อยู่อาศัยในเมืองมีขนาดเล็กและแออัด ในสมัย 30-40 ปีก่อนหมู่บ้านจัดสรรจะเป็นบ้านเดี่ยวเสียส่วนใหญ่ พอที่ดินในเมืองใหญ่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ขนาดบ้านเล็กลง เป็นบ้านแฝด เป็นทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านแถว จนกระทั่งปัจจุบันที่ดินในเมืองกลายเป็นคอนโดเสียหมด พื้นที่ใช้สอยยิ่งมีขนาดเล็กลง ไม่ต้องถามถึงเรื่องพื้นที่ว่างรอบบ้าน หมู่บ้านจัดสรรที่เป็นลักษณะบ้านเดี่ยวจึงมีราคาค่อนข้างแพง หลังหนึ่งเป็นสิบล้านบาท ทำงานเดือนนึงไม่ได้เป็นแสนอย่าคิดหวังจะมีปัญญาอยู่บ้านเดี่ยว คนในเมืองที่พอมีฐานะจึงมักจะมีบ้านสองแห่ง แห่งแรกเป็นคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน ไว้อยู่อาศัยวันจันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็จะไปอยู่บ้านชานเมืองไกลออกมา พื้นที่บ้านเดี่ยวชานเมือง เนื้อที่สัก 100 ตาราวา รวมกับตัวบ้าน ยังพอมีที่เหลือสำหรับปลูกผักไว้กินอย่างเพียงพอ และอาจเหลือสำหรับคนอื่นอีก ตัวอย่างของการปลูกผักข้างบ้าน ผู้เขียนได้นำเสนอไว้หลายเรื่องแล้ว วันนี้เป็นช่วงที่ให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน จึงขอนำเสนอการปลูกผักข้างบ้านไว้พอเป็นไอเดีย รศ. กษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ อดีตรองคณบดีฝ่ายการนักศึกษา และหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสต
สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ปลูกผักตามโครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จพระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอเชียงม่วน อันจะเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรในอำเภอนำไปขยายผลต่อไป สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ 📲- Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354
หนึ่งในยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี ของประเทศไทย (พ.ศ. 2560-2579) ได้ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 12 ซึ่งว่าด้วยการผลิตและบริโภคด้วยความรับผิดชอบ (Responsible Consumption and Production) ขณะที่ในวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันยังเต็มไปด้วยปัญหาทางมลพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคผัก ผลไม้ และอาหารปลอดภัย ซึ่งทางออกของปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน คือ การทำเกษตรปลูกผักผลไม้บริโภคเองในครัวเรือน แม้แต่ชุมชนในเขตต่างจังหวัด ก็ยังประสบปัญหาสุขภาวะ ที่เป็นผลพวงจากการขาดแหล่งบริโภคอาหารปลอดภัย โดยพบว่ายังมีเด็กๆ อีกเป็นจำนวนมากที่รับประทานผักได้ไม่ถึง 400 กรัม ต่อวัน ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) แม้ที่ผ่านมาหลายโรงเรียนจะเข้าโครงการอาหารกลางวัน เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน แต่ก็ยังพบว่าเด็กๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเฉพาะแต่ในมื้อกลางวันที่ทางโรงเรียนจัดให้ และผัก ผลไม้ส่วนใหญ่ในชุมชนก็ยังเต็มไปด้วยการปนเปื้อนของสารพิษจากยาฆ่าแมลง จึงเป็นที่มาของโครงก
ทุ่งกุลาร้องไห้ มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล 2.1 ล้านไร่ ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ มหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลราร้องไห้อยู่ในพื้นที่ อำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย รวมพื้นที่ 9.7 แสนไร่ คุณอุทัย และ คุณสมคิด สาวแก้ว สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.7 บ้านทุ่งทรายทอง ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45130 ประสบความสำเร็จในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทีมงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ เดินทางผ่านทุ่งนาที่เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ไพศาล น้ำมันรถยนต์เต็มถัง เครื่องยนต์ดี ยางดี หมู่บ้านอยู่ห่างไกลกันมาก เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มี คุณหลวงเกตุ บุญอรัญ เป็น ผญบ. เจ้าของบ้านให้การต้อนรับดีมากๆ พร้อมบอกว่าตนเองทำนาปีละครั้ง นาข้าว 100 ไร่ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. 4-01 นาอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ฤดูแล้งดินเค็มส่าเกลือระเหิดจากใต้พื้นพสุธา ต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีคือ ต้นยูคาลิปตัส ตนเองเป็นสายเลือดของ “ทุ่งกุลาร้องไห้” น้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่พื้นที่นาข้าวหลังบ้านพัก 3 ไร่ โดยการส่งเสริมของ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ กรมส่งเสริมการเกษต
